Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สหรัฐฯ รัดคอเศรษฐกิจอิหร่าน คว่ำบาตร 60 เครือข่ายน้ำมัน-อาวุธนานาชาติ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สหรัฐฯ รัดคอเศรษฐกิจอิหร่าน คว่ำบาตร 60 เครือข่ายน้ำมัน-อาวุธนานาชาติ

26 ส.ค. 69
12:05 น.
แชร์

ทรัมป์คว่ำบาตร 60 องค์กรโยงอิหร่าน ด้านเตหะรานผนึกโอมานแก้เกม

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจระลอกใหม่เพื่อกดดันอิหร่านอย่างหนักหน่วง ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 6

สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงเปิดฉากมาตรการดังกล่าวโดยขนานนามว่าเป็นแคมเปญ “การรัดคอทางเศรษฐกิจ” เพื่อตัดทอนเส้นเลือดใหญ่ทุกเส้นที่ค้ำจุนระบอบการปกครองของอิหร่าน ท่ามกลางวิกฤตความปลอดภัยทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ ที่ซึ่งอิหร่านและโอมานเพิ่งเสนอแผนจัดตั้งเส้นทางเดินเรือชั่วคราวและกู้ระเบิดเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

มาตรการเด็ดขาดครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่บุคคลและนิติบุคคลเกือบ 60 รายทั่วโลก ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับเครือข่ายสร้างรายได้จากน้ำมัน การจัดหาอาวุธ และปฏิบัติการทางไซเบอร์ของอิหร่าน ครอบคลุม 5 ภาคส่วนเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ

แต่คำถามที่น่าสนใจคือ... มาตรการรัดคอครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่ 60 หน่วยงานใดบ้าง? และเครือข่ายส่วนไหนที่สหรัฐฯ มองว่ามีความสำคัญและอันตรายที่สุดจนต้องรีบจัดการ? 

เจาะลึกเครือข่าย 60 หน่วยงานเป้าหมาย: จากเกราะกำบังน้ำมันสู่อาวุธข้ามชาติ

หลังเปิดฉากมาตรการ “รัดคอทางเศรษฐกิจ” วอชิงตันได้กางแผนผังและพุ่งเป้ากวาดล้างเครือข่ายนอกประเทศและในอิหร่านที่ทำหน้าที่เป็น “ท่อน้ำเลี้ยง” สำคัญ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการชุดนี้มุ่งจัดการ 5 ภาคส่วนหลักที่พยุงเศรษฐกิจเตหะรานไว้ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล, เทคโนโลยี, ทองคำ, การบิน และการขนส่งทางเรือ

ความน่าสนใจคือ เครือข่ายเกือบ 60 รายนี้ไม่ได้กระจุกตัวแค่ในอิหร่าน แต่กระจายรากลึกไปทั่วโลกตั้งแต่ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออก ไปจนถึงยุโรป โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ถูกส่องสปอตไลท์ไว้ดังนี้

  • หัวใจหลักในอิหร่าน: เป้าหมายดั้งเดิมอย่างกระทรวงข่าวสารและความมั่นคง (MOIS) และกระทรวงกลาโหม (MODAFL) รวมถึงบริษัทโลจิสติกส์อย่าง Noavaran Axis ที่ถูกระบุว่าคอยจัดส่งสินค้าให้องค์การวิจัยและนวัตกรรมป้องกันประเทศ
  • เครือข่ายจัดซื้อจัดจ้างในฮ่องกงและจีน: นิติบุคคลกลุ่มใหญ่ในฮ่องกงและจีน เช่น Shenzhen Sweet Ocean Technology Ltd และ Sweet Ocean Industrial Ltd ซึ่งทำหน้าที่เป็นบริษัทบังหน้าและตัวกลางจัดหาเทคโนโลยี นี่คือสองวัตถุประสงค์ที่มีความอ่อนไหวสูง เพื่อป้อนทุนทรัพย์ให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมาเลกอัชตาร์และโครงการนิวเคลียร์-ขีปนาวุธของอิหร่าน
  • กองเรือเงาและนายหน้าค้าน้ำมัน (สิงคโปร์, ยุโรป, และตะวันออกกลาง): บริษัทเดินเรือและนักธุรกิจในสิงคโปร์ เช่น Azure Shipping และ Wellbred Capital, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, ซีเรีย, ยูเครน, หมู่เกาะมาร์แชลล์ และกรีซ ที่ถูกต้อนเข้ามุมเพราะคอยประสานงาน ขนถ่ายน้ำมันดิบ ก๊าซ LPG รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการเติมน้ำมันเรือ ให้กับบรรษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่านและเครือข่ายของเจ้าพ่อค้าน้ำมันอย่าง Mohammad Hossein Shamkhani

แม้สหรัฐฯ จะประกาศกร้าวว่า จะตัดทุกเส้นเลือดใหญ่ แต่ในจุดนี้เองก็มี “ข้อยกเว้นที่น่าจับตา” คือ สถาบันการเงินของจีน ผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ยังไม่ถูกรวมอยู่ในบัญชีดำระลอกนี้ โดยรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สกอตต์ เบสเซนต์ ระบุเพียงว่าต้องการให้เวลาประเทศและบริษัทต่าง ๆ ในการตัดความสัมพันธ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายระบบการเงินโลก

วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: เมื่ออิหร่านจับมือโอมานหาทางออก

ท่ามกลางสงครามเศรษฐกิจและความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นทุกขณะ อิหร่านและโอมานได้เคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการร่างข้อเสนอร่วมกันเพื่อจัดตั้ง “เส้นทางเดินเรือชั่วคราว” และเริ่มปฏิบัติการกู้ระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางน้ำยุทธศาสตร์ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการขนส่งพลังงานของโลก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาอ้างว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้กู้และทำลายทุ่นระเบิดทั้งหมดในพื้นที่สากลของช่องแคบดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งส่งคำเตือนกร้าวว่าจะทำลายเรือทุกลำที่คิดจะนำทุ่นระเบิดมาวางเพิ่มทันที

อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านออกมาย้ำชัดเจนว่าข้อตกลงร่วมกับโอมานนี้ไม่ได้หมายความว่าช่องแคบจะเปิดให้ใช้งานได้ทันที เนื่องจากเตหะรานมองว่าความปลอดภัยในนิติกรรมนี้เป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติขั้นเด็ดขาด และสหรัฐฯ จำเป็นต้องปฏิบัติตามพันธกรณีเดิมให้ลุล่วงเสียก่อน

ปฏิกิริยาสวนหมัด: อิหร่านเมินเสียงขู่ - จีนซัดสหรัฐฯ สร้างความตึงเครียด

ทางฝั่งรัฐบาลเตหะรานเมินมาตรการกดดันรอบใหม่นี้ โดยตัวแทนระดับสูงและโฆษกของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกมาตอกกลับว่า การที่สหรัฐฯ ต้องหันมาใช้สงครามเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือ คือหลักฐานชั้นดีที่ยืนยันว่า วอชิงตันเป็นฝ่าย “พ่ายแพ้ในสนามรบ” แล้ว พร้อมระบุว่าอิหร่านมีความเชี่ยวชาญระดับปริญญาเอกในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรและพร้อมรับมือเต็มที่

ด้านมหาอำนาจอย่างประเทศจีน ออกมาโรงวิจารณ์ทันทีว่า มาตรการรัดคอของสหรัฐฯ จะยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์ตึงเครียดหนักขึ้นไปอีก โดยย้ำว่าความร่วมมือระหว่างจีนและอิหร่านอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและไม่ควรถูกแทรกแซง ขณะที่นักกฎหมายและอดีตเจ้าหน้าที่ยูเอ็นเตือนว่า มาตรการบังคับขู่เข็ญเหล่านี้อาจยิ่งทำให้ประชาคมโลกหันมาเร่งกระบวนการ “ลดการพึ่งพารายได้และสกุลเงินดอลลาร์” เพื่อตอบโต้ความเย่อหยิ่งของวอชิงตันแทน


แชร์
สหรัฐฯ รัดคอเศรษฐกิจอิหร่าน คว่ำบาตร 60 เครือข่ายน้ำมัน-อาวุธนานาชาติ