Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
โมเดอร์นาจุดประกายจีน หันพัฒนาวัคซีนมะเร็ง mRNA ดันหุ้นไบโอเทคฯ พุ่ง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

โมเดอร์นาจุดประกายจีน หันพัฒนาวัคซีนมะเร็ง mRNA ดันหุ้นไบโอเทคฯ พุ่ง

26 ส.ค. 69
16:16 น.
แชร์

วัคซีนมะเร็ง mRNA 

กระแสความสำเร็จของบริษัท โมเดอร์นา (Moderna) และ เมอร์ค (Merck) ในการพัฒนาวัคซีน mRNA รักษามะเร็ง กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงอุตสาหกรรมไบโอเทคโนโลยีของจีน หลังผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 พบว่า วัคซีน mRNA แบบเฉพาะบุคคลสามารถลดความเสี่ยงที่มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาจะกลับมาเป็นซ้ำหรือแพร่กระจายได้ นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของวงการวัคซีนมะเร็ง และเป็นครั้งแรกที่วัคซีนมะเร็งชนิด mRNA แสดงผลสำเร็จในระดับการทดลองระยะที่ 3

ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้สร้างความตื่นตัวเฉพาะในสหรัฐฯ หรือโลกตะวันตกเท่านั้น แต่ยังจุดประกายความคึกคักให้กับตลาดไบโอเทคโนโลยีของจีนอย่างรวดเร็ว บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงหลายแห่งมีราคาหุ้นพุ่งขึ้น 

ขณะที่นักลงทุนหันมาจับตาบริษัทที่กำลังพัฒนาวัคซีนมะเร็ง ซึ่งปัจจุบันจีนมีโครงการพัฒนาวัคซีนมะเร็งมากกว่า 100 โครงการ ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ เช่น เจียงซู เหิงรุ่ย ฟาร์มาซูติคัลส์ (Jiangsu Hengrui Pharmaceuticals) ไปจนถึง ซีเค ไลฟ์ ไซแอนส์ (CK Life Sciences) ในเครือของกลุ่มซีเค ที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาเศรษฐีฮ่องกง หลี่ กา-ชิง 

ชุย ชุย หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการดูแลสุขภาพประจำภูมิภาคเอเชียของบริษัทหลักทรัพย์และการลงทุน Jefferies กล่าวว่า จีนกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และได้สร้างโครงการพัฒนาวัคซีนมะเร็งจำนวนมากกว่า 100 โครงการแล้ว อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญหลังจากนี้ คือการนำความสำเร็จแบบเดียวกับโมเดอร์นาไปประยุกต์ใช้กับมะเร็งหรือเนื้องอกชนิดอื่น เนื่องจากตลาดของมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาเพียงอย่างเดียวไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก

โอกาสทางธุรกิจของวัคซีนมะเร็งในจีนจึงยังมีอีกมหาศาล โดยข้อมูลล่าสุดจาก ศูนย์มะเร็งแห่งชาติของจีน ระบุว่า ในปี 2024 มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในประเทศจีนราว 2.58 ล้านคน ขณะเดียวกัน บริษัทไบโอเทคโนโลยีจีนจำนวนมากกำลังเร่งเข้าสู่การแข่งขัน ทั้งการพัฒนาวัคซีน mRNA แบบเฉพาะบุคคล และวัคซีนแบบพร้อมใช้ที่สามารถผลิตเพื่อใช้กับผู้ป่วยได้ในวงกว้างมากขึ้น แต่คำถามสำคัญคือ จีนจะสามารถเปลี่ยนกระแสความตื่นตัวในตลาดหุ้น ให้กลายเป็นความสำเร็จทางการแพทย์และธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด

โมเดอร์นาจุดประกายวัคซีนมะเร็ง mRNA 

ความสนใจต่อวัคซีนมะเร็งเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังโมเดอร์นาและเมอร์คประกาศผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของวัคซีน mRNA แบบเฉพาะบุคคล ซึ่งมีผู้ป่วยเข้าร่วมการทดลองประมาณ 1,140 คน โดยผลการทดลองพบว่า วัคซีนสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาจะกลับมาเป็นซ้ำหรือแพร่กระจายได้

ความสำเร็จครั้งนี้ถูกมองว่า เป็นหมุดหมายสำคัญของวงการแพทย์ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่วัคซีนมะเร็งชนิด mRNA ประสบความสำเร็จในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการนำเทคโนโลยีไปสู่การใช้งานในวงกว้าง

กระแสตอบรับในตลาดการเงินเป็นไปอย่างคึกคัก และแรงกระเพื่อมดังกล่าวยังส่งต่อไปยังจีนอย่างรวดเร็ว โดยหุ้นของเอเวอเรสต์ เมดิซินส์ (Everest Medicines) บริษัทไบโอเทคโนโลยีที่มีสำนักงานใหญ่ในนครเซี่ยงไฮ้ พุ่งขึ้นถึง 34% ในตลาดหุ้นฮ่องกงภายในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นของซีเค ไลฟ์ ไซแอนส์ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 11%

นักลงทุนเริ่มมองเห็นโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมวัคซีนมะเร็งของจีน เนื่องจากบริษัทจีนจำนวนมากได้เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว และปัจจุบันมีโครงการวัคซีนมะเร็งมากกว่า 100 โครงการอยู่ในสายการพัฒนา

อย่างไรก็ตาม ชุย ชุย จากเจฟฟรีส์ มองว่า ความสำเร็จของโมเดอร์นายังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันครั้งใหม่ เพราะโจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการพิสูจน์ว่าวัคซีน mRNA สามารถรักษาหรือป้องกันการกลับมาของมะเร็งได้ แต่คือการขยายความสำเร็จไปยังมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่มีจำนวนผู้ป่วยและมีขนาดตลาดใหญ่กว่า

วัคซีนจะรักษาโรคเฉพาะบุคคลได้หรือไม่?

อีกประเด็นที่ยังเป็นความท้าทาย คือการผลิตวัคซีนแบบเฉพาะบุคคลให้มีความรวดเร็วและต้นทุนที่เหมาะสม เนื่องจากวัคซีนประเภทนี้ต้องได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับลักษณะของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งแตกต่างจากวัคซีนทั่วไปที่สามารถผลิตเป็นจำนวนมากในรูปแบบเดียวกัน

บรูซ หลิว หุ้นส่วนอาวุโสของบริษัทที่ปรึกษา ไซมอน-คูเชอร์ (Simon-Kucher) อธิบายว่า การรักษามะเร็งแบบเฉพาะบุคคลเริ่มต้นจากการที่แพทย์นำตัวอย่างเนื้องอกจากผู้ป่วยมาตรวจวิเคราะห์ เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์สำคัญหรือสิ่งที่เรียกว่า นีโอแอนติเจน (neoantigens) ซึ่งเป็นแอนติเจนใหม่ที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์มะเร็ง

เมื่อระบุเป้าหมายสำคัญได้แล้ว นักวิจัยจะนำข้อมูลดังกล่าวมาออกแบบวัคซีนเฉพาะสำหรับผู้ป่วยรายนั้น ก่อนนำวัคซีนกลับมาฉีดให้ผู้ป่วย เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถจดจำและเข้าโจมตีเซลล์มะเร็งได้

ข้อดีของแนวทางที่ใช้เทคโนโลยี mRNA คือมีความยืดหยุ่นและสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับวิธีการแบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยการเพาะเลี้ยงเซลล์หรือโปรตีน หลิวระบุว่า แนวทางที่ใช้ mRNA มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพด้านต้นทุนมากกว่าเทคโนโลยีดั้งเดิม

แม้ต้นทุนของเทคโนโลยี mRNA อาจมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับวิธีการผลิตแบบเดิม การรักษาแบบเฉพาะบุคคลก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากวัคซีนแต่ละชุดต้องได้รับการออกแบบและผลิตให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย

ตัวอย่างหนึ่งคือ ลี่คัง ไลฟ์ ไซแอนส์ (Likang Life Sciences) บริษัทไบโอเทคโนโลยีจากกรุงปักกิ่ง ซึ่งได้พัฒนาวัคซีน mRNA แบบเฉพาะบุคคลของบริษัทเอง โดยประเมินว่าการรักษาจะมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า 100,000 หยวน หรือประมาณ 14,900 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการรักษาจำนวน 6 โดส

ลี่คัง ไลฟ์ ไซแอนส์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 และสามารถระดมทุนได้แล้ว 27.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการข้อมูลตลาด แคปไลต์ (Caplight) สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทไบโอเทคโนโลยีจีนจำนวนมากกำลังได้รับความสนใจและเงินทุน เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีวัคซีนมะเร็งให้เข้าสู่การทดลองในมนุษย์และต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมวัคซีนมะเร็งของจีนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ชุย ชุย ระบุว่า แม้จีนจะมีโครงการพัฒนาวัคซีนจำนวนมาก แต่ผู้สมัครวัคซีนส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงต้นของการพัฒนาทางคลินิก และเส้นทางจากห้องทดลองไปสู่การใช้งานจริงยังต้องใช้เวลาอีกมาก

เดิมพันครั้งใหม่ของไบโอเทคจีน

หนึ่งในบริษัทที่กำลังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีวัคซีนมะเร็ง คือ ซีเค ไลฟ์ ไซแอนส์ ซึ่งเลือกใช้แนวทางที่แตกต่างจากโมเดอร์นา แม้ว่าทั้งสองบริษัทจะมีเป้าหมายร่วมกัน คือการพัฒนาวัคซีนมะเร็งเพื่อใช้รักษาผู้ป่วย

ดร. เมลวิน โท เคียน-เมง รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของซีเค ไลฟ์ ไซแอนส์ อธิบายว่า วัคซีนมะเร็งเชิงการรักษา หรือ therapeutic cancer vaccines มีเป้าหมายเพื่อใช้รักษาผู้ที่เป็นมะเร็งอยู่แล้ว แตกต่างจากวัคซีนทั่วไปที่มักใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรค

จุดประสงค์ของวัคซีนมะเร็งประเภทนี้มีอยู่ 2 แนวทางสำคัญ แนวทางแรกคือการป้องกันไม่ให้มะเร็งกลับมาอีก หลังจากผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดนำก้อนเนื้องอกออกไปแล้ว ส่วนอีกแนวทางหนึ่ง คือการใช้วัคซีนเข้าไปช่วยรักษามะเร็ง แม้ในกรณีที่เซลล์มะเร็งยังคงอยู่ในร่างกาย

เมื่อวัคซีนถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย วัคซีนจะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้เกิดการตอบสนอง โดยส่วนใหญ่จะเป็นการกระตุ้น ทีเซลล์ (T cell) ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันที่สามารถจดจำและเข้าโจมตีเซลล์มะเร็งได้

หลังจากได้รับการกระตุ้น ทีเซลล์จะสามารถเข้าโจมตีและทำลายเซลล์มะเร็ง ขณะเดียวกัน ในบางกรณี วัคซีนยังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างการตอบสนองของแอนติบอดี ซึ่งอาจช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของก้อนเนื้องอกได้เช่นกัน

แม้ทั้งโมเดอร์นาและซีเค ไลฟ์ ไซแอนส์ จะกำลังพัฒนาวัคซีนมะเร็งเชิงการรักษาเหมือนกัน แต่แนวทางของทั้งสองบริษัทแตกต่างกันอย่างชัดเจน

โมเดอร์นาเน้นการพัฒนาวัคซีนแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งต้องเริ่มจากการนำตัวอย่างเนื้องอกของผู้ป่วยมาวิเคราะห์ เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์และนีโอแอนติเจน ก่อนออกแบบวัคซีนให้เหมาะกับลักษณะของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละคน

ข้อได้เปรียบของแนวทางนี้คือวัคซีนได้รับการออกแบบให้ตรงกับลักษณะเฉพาะของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย แต่ข้อจำกัดสำคัญคือกระบวนการผลิตมีความซับซ้อน ต้องใช้เวลา และอาจมีต้นทุนสูง ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าหากต้องการขยายการรักษาไปสู่ผู้ป่วยจำนวนมาก จะสามารถผลิตได้รวดเร็วและมีราคาที่ผู้ป่วยเข้าถึงได้หรือไม่

แนวทางการรักษาด้วยวัคซีนไม่เจาะจง

ในทางกลับกัน ซีเค ไลฟ์ ไซแอนส์ กำลังพัฒนาวัคซีนในรูปแบบ “วัคซีนสำเร็จรูปพร้อมใช้ที่ไม่เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้ป่วยรายใดรายหนึ่ง” หรือ off-the-shelf, non-personalised vaccines โดยใช้เทคโนโลยี circular RNA

ดร. เมลวิน โท มองว่า แนวทางดังกล่าวอาจทำให้วัคซีนสามารถเข้าถึงผู้คนได้ในวงกว้างมากขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องออกแบบและผลิตวัคซีนใหม่สำหรับผู้ป่วยแต่ละรายเหมือนกับวัคซีนเฉพาะบุคคล นี่คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้วัคซีนสามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้อย่างแพร่หลาย แทนที่จะจำกัดอยู่กับการรักษาที่ต้องออกแบบให้มีความเฉพาะเจาะจงกับผู้ป่วยแต่ละคนมากเกินไป

สำหรับโครงการวัคซีนที่มีความคืบหน้ามากที่สุดของซีเค ไลฟ์ ไซแอนส์ บริษัทคาดว่าจะสามารถนำเข้าสู่การทดลองทางคลินิกได้ภายในช่วงปลายปี 2027

การแข่งขันระหว่างแนวทางวัคซีนแบบเฉพาะบุคคลกับวัคซีนแบบพร้อมใช้ จึงอาจกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมวัคซีนมะเร็งในอนาคต ฝั่งหนึ่งมุ่งเน้นความแม่นยำและการออกแบบการรักษาให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ขณะที่อีกฝั่งพยายามพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถผลิตและกระจายไปสู่ผู้ป่วยจำนวนมากได้ง่ายกว่า

วงการแพทย์จีนไปต่ออีกไกล หากคิดค้นวัคซีนมะเร็งสำเร็จ

สำหรับจีน การมีโครงการพัฒนาวัคซีนมะเร็งมากกว่า 100 โครงการสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศกำลังเร่งสร้างฐานเทคโนโลยีและระบบการพัฒนายาในอุตสาหกรรมใหม่นี้อย่างจริงจัง แต่เส้นทางสู่ความสำเร็จยังเต็มไปด้วยความท้าทาย เพราะแม้หลายบริษัทจะเริ่มเข้าสู่การทดลองในมนุษย์แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการพัฒนาทางคลินิก

การพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน การขยายผลไปสู่มะเร็งชนิดอื่น การผลิตวัคซีนให้รวดเร็ว ตลอดจนการควบคุมต้นทุนให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงได้ ล้วนเป็นโจทย์สำคัญที่บริษัทไบโอเทคโนโลยีจีนต้องเผชิญ

อย่างไรก็ตาม กระแสความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวดีของวงการแพทย์ แต่ยังกลายเป็นแรงกระตุ้นครั้งใหญ่ที่ปลุกกระแสการลงทุนในหุ้นไบโอเทคโนโลยีให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง จากราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นของบริษัทอย่างเอเวอเรสต์ เมดิซินส์ และซีเค ไลฟ์ ไซแอนส์ ไปจนถึงการแข่งขันของบริษัทจำนวนมากที่กำลังเร่งนำวัคซีนเข้าสู่การทดลองทางคลินิก จีนกำลังเดินหน้าเข้าสู่สมรภูมิใหม่ของเทคโนโลยีการรักษามะเร็ง

และแม้เส้นทางสู่การผลิตวัคซีนมะเร็งที่ใช้ได้จริงในวงกว้างยังต้องใช้เวลา แต่ความสำเร็จของโมเดอร์นาได้ทำให้การแข่งขันครั้งนี้ชัดเจนขึ้นว่า จีนไม่ต้องการเป็นเพียงผู้ตามเทคโนโลยีวัคซีนมะเร็ง หากแต่กำลังเร่งสร้างโอกาสเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรมไบโอเทคโนโลยีระดับโลก


แชร์
โมเดอร์นาจุดประกายจีน หันพัฒนาวัคซีนมะเร็ง mRNA ดันหุ้นไบโอเทคฯ พุ่ง