
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายกิตติ อายุ 38 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์ บุกเข้าไปภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 3 ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ก่อนใช้อาวุธปืนยิง นายเอกฤทธิ์ อายุ 56 ปี อาชีพนักการภารโรงโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพังงา เสียชีวิตคาที่
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตถูกกระสุนปืนบริเวณศีรษะ 1 นัด มีบาดแผลบริเวณหลังหูขวา หูขวาขาด แก้มขวา 2 แห่ง และหน้าผากด้านขวา 1 แห่ง หลังก่อเหตุ นายกิตติ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน 1 กข 8542 ภูเก็ต หลบหนีออกจากพื้นที่ ก่อนนำรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณสวนยางพารา หมู่ 3 บ้านบางหลาม อ.ตะกั่วทุ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร
จากนั้นเดินเท้าหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ภูเขาและสวนยางพารา-สวนปาล์มของชาวบ้าน ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจจังหวัดพังงา ตำรวจ สภ.ตะกั่วทุ่ง และฝ่ายปกครองอำเภอตะกั่วทุ่ง ระดมกำลังมากกว่า 50 นาย ปิดล้อมและตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยเพื่อกดดันติดตามจับกุมผู้ต้องหา แต่ยังไม่พบตัว
ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วทุ่ง ได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพังงาเพื่อขอออกหมายจับนายกิตติ ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุอันควร”
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายกิตติ เคยถูกดำเนินคดีหลายคดีในพื้นที่ สภ.ตะกั่วทุ่ง โดยในปี 2552 ถูกดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปี 2560 ถูกดำเนินคดีข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืน ศาลพิพากษาจำคุก 12 เดือน ปี 2566 ถูกดำเนินคดีข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืน ศาลพิพากษาจำคุก 12 เดือน และในปีเดียวกันยังถูกดำเนินคดีข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น ศาลพิพากษาจำคุก 12 เดือน ปรับ 2,000 บาท
ล่าสุด นายวิเชฐ สูยะนันท์ นายอำเภอตะกั่วทุ่ง ได้ประสานและเข้าเจรจากับครอบครัวและญาติของผู้ต้องหา เพื่อเกลี้ยกล่อมให้นายกิตติ เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ กระทั่งญาติสามารถติดต่อและนำตัวนายกิตติ ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เข้ามอบตัวต่อนายอำเภอตะกั่วทุ่ง โดยก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาได้วางแผนลวงเจ้าหน้าที่ ด้วยการทำทีว่าหลบหนีขึ้นไปบนภูเขา ก่อนตัดสินใจเข้ามอบตัวในที่สุด หลังถูกเจ้าหน้าที่กดดันและปิดล้อมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ภายหลังการมอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตะกั่วทุ่ง ได้ควบคุมตัวนายกิตติไปดำเนินการค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วทุ่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากคำให้การเบื้องต้น ระบุว่า ผู้ก่อเหตุเคยแอบมีความสัมพันธ์สนิทสนมกับภรรยาของผู้เสียชีวิต และเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงได้บอกเลิก ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจและเคยข่มขู่ว่าหากบอกเลิกจะมาฆ่าสามี เมื่อภรรยาผู้เสียชีวิตเห็นผู้ก่อเหตุพกอาวุธปืนมาด้วย จึงพยายามห้ามไม่ให้ทำร้ายสามี แต่ผู้ก่อเหตุไม่ฟัง ก่อนเดินไปยังบริเวณหลังบ้านและใช้อาวุธปืนยิงนายเอกฤทธิ์บริเวณศีรษะ 1 นัด ในระยะประชิด ส่งผลให้เสียชีวิตทันที
Advertisement