
วันที่ 19 ส.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุชายมีอาการคลุ้มคลั่ง เกรงว่าจะเกิดอันตราย บริเวณอาคารพาณิชย์ ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา
ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์ พบเจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัว นายศร อายุ 41 ปี ซึ่งอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง หลังมีเหตุทำร้ายร่างกาย นายสุรชัย เฟื่องเดช อาสาสมัครเตือนภัยหมู่บ้าน (ตชต.) ตำบลเขต 4 ที่เข้าช่วยควบคุมตัวนายศรภายในอาคาร โดยนายสุรชัยถูกชกเข้าที่ใบหน้า และระหว่างเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันจนได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลถลอกบริเวณแขน และข้อมือทั้งสองข้างจนมีเลือดไหล เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้นายศรสงบลง ก่อนใส่กุญแจมือไพล่หลัง เพื่อป้องกันไม่ให้ก่อเหตุทำร้ายผู้อื่นเพิ่มเติม
นายสุรชัย ผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับโทรศัพท์จาก นางเฉลิมศรี อายุ 61 ปี มารดาของนายศร แจ้งว่าลูกชายหายออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงเช้า และคาดว่าน่าจะกลับไปเสพยาเสพติด จึงขอให้ตนมาช่วยพาไปโรงพยาบาลศรีธัญญา
นายสุรชั ยบอกว่า ก่อนหน้านี้เคยได้รับการประสานจากแม่ของนายศรให้มาช่วยควบคุมตัวหลายครั้ง เนื่องจากนายศรมีอาการคลุ้มคลั่งเมื่อเสพยา และจะพาไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา
กระทั่งวันนี้ นายสุรชัยมายืนรอนายศรอยู่บริเวณหน้าอาคาร จนกระทั่งนายศรกลับมาและเดินเข้าไปภายในบ้านในสภาพมีอาการคลุ้มคลั่ง ตนจึงเข้าไปเพื่อควบคุมตัวตามที่ได้รับการร้องขอ โดยระหว่างเข้าไปนั้น นายศรได้ชกเข้าที่ใบหน้าของตนอย่างแรง ตนจึงป้องกันตัวและเกิดการปล้ำยื้อกัน
นายสุรชัยจึงบอกให้แม่ของนายศรนำกุญแจมือของตนไปช่วยใส่ให้ลูกชาย แต่ในช่วงที่เกิดความชุลมุน แม่ของนายศรกลับหยิบกุญแจมือไปใส่ที่ข้อมือขวาของนายสุรชัยแทน นายสุรชัยจึงรีบบอกว่า “ไม่ใช่ครับ นี่มือผม” ก่อนจะเกิดการยื้อแย่งกัน โดยกุญแจมือยังคงล็อกอยู่ที่ข้อมือของนายสุรชัย
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ปลอดภัย และไม่สามารถสู้แรงของนายศรได้ นายสุรชัยจึงรีบถอยออกมานอกอาคาร พร้อมให้แม่ของนายศรล็อกประตูจากด้านใน เพื่อป้องกันไม่ให้นายศรออกมาทำร้ายบุคคลภายนอก ก่อนที่ตำรวจสายตรวจจะเดินทางมาถึงและเข้าควบคุมสถานการณ์
นายสุรชัย กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือทั้งสองข้าง มีเลือดไหล รวมถึงมีอาการเจ็บบริเวณใบหน้าจากการถูกชก โดยปกตินายศรจะเชื่อฟังตนเมื่อแม่ให้มาช่วยพาไปรักษา แต่ครั้งนี้คาดว่านายศรมีอาการคลุ้มคลั่งอย่างหนัก
ด้าน นางสมศรี อายุ 61 ปี มารดาของนายศร เปิดเผยว่า ตนมีลูกทั้งหมด 5 คน นายศรเป็นลูกคนที่ 3 เดิมมีครอบครัวและประกอบอาชีพค้าขาย แต่ภายหลังเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้เมื่อเสพยาจะมีอาการคลุ้มคลั่ง จนภรรยาแยกทางกัน
ที่ผ่านมา ตนพยายามพาลูกชายไปรักษาและบำบัดหลายแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลศรีธัญญา โดยไปมาแล้วเกือบ 40 ครั้ง แต่เมื่อรักษาได้ระยะหนึ่ง ลูกชายก็มักกลับออกมาใช้ชีวิตตามเดิม ปกติจะรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง แต่ช่วงเช้าวันนี้นายศรหายออกจากบ้าน ตนจึงคาดว่าน่าจะกลับไปเสพยา และโทรศัพท์เรียกนายสุรชัยให้มาช่วยพาไปโรงพยาบาล แต่กลับเกิดเหตุขึ้นเสียก่อน
นางสมศรี กล่าวทั้งน้ำตาว่า ในฐานะแม่รู้สึกสงสารลูกชายเป็นอย่างมาก และอยากให้ลูกหายจากอาการดังกล่าว เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิม
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายศรไว้บริเวณหน้าอาคาร เพื่อรอพี่ชายเดินทางมารับไปส่งโรงพยาบาลศรีธัญญา ระหว่างนั้นนายศรยังมีอาการพูดคนเดียว ขอน้ำดื่ม และร้องเพลง เจ้าหน้าที่จึงใช้โทรศัพท์มือถือเปิดเพลงให้ฟัง เพื่อช่วยให้มีอารมณ์สงบลง
เมื่อพี่ชายเดินทางมาถึงและพยายามพานายศรขึ้นรถ นายศรกลับขัดขืนและไม่ยอมไป เกิดการปลุกปล้ำกันอยู่ภายในรถเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่จึงต้องนำตัวลงจากรถ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยานำเปลบอร์ดมาช่วยควบคุมตัว
เจ้าหน้าที่ใช้วิธีให้นายศรนอนราบกับเปลบอร์ดและใช้เชือกยึดตัวไว้เพื่อป้องกันการดิ้นและการทำร้ายผู้อื่น แต่นายศรยังคงขัดขืน เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาพอสมควรจึงสามารถควบคุมตัวขึ้นรถ และนำส่งโรงพยาบาลศรีธัญญาได้สำเร็จ ท่ามกลางความทุลักทุเล
Advertisement