
ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลต่อการเดินทางของผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ทั้งเที่ยวบินที่ล่าช้า ผู้โดยสารที่ต้องรอรับสัมภาระนานกว่าปกติ และสัมภาระตกค้างจากหลายเที่ยวบิน
มีผู้โดยสารและผู้เกี่ยวข้องกับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบหลายคนโพสต์เล่าประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย อย่างเช่น ผู้โดยสารรายหนึ่งเดินทางไปประชุมที่ญี่ปุ่น เมื่อถึงญี่ปุ่นกลับพบว่ากระเป๋าไม่ได้เดินทางไปพร้อมกับเที่ยวบิน เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ไทยโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง และได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ภาคพื้นของสนามบินว่า กระเป๋าอาจต้องใช้เวลาถึง 10 วันกว่าจะตามไปถึง ขณะที่เจ้าตัวมีกำหนดเดินทางไปทำงานเพียง 5 วันเท่านั้น
ผู้โดยสารอีกรายโพสต์เล่าประสบการณ์การเดินทางล่าช้าว่า เที่ยวบินจากอุดรธานีมายังสุวรรณภูมิ ซึ่งเดิมมีกำหนดออกเดินทางเวลา 20.55 น. กลับออกเดินทางจริงในเวลา 02.55 น. และถึงสุวรรณภูมิในเวลา 03.45 น. ล่าช้าจากกำหนดเดิมราว 6 ชั่วโมง และเมื่อถึงสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารยังไม่สามารถออกจากเครื่องได้ เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่เปิดประตูเชื่อมต่อเครื่องบิน กัปตันได้ประกาศขอให้ผู้โดยสารรออยู่บนเครื่อง ก่อนที่จะสามารถออกจากเครื่องได้ในเวลาประมาณ 04.00 น. หรือราว 20 นาทีหลังเครื่องลงจอด
ปัญหาที่สนามบินสุวรรณภูมิเกิดจากเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการภาคพื้นของการบินไทยบางส่วนไม่สามารถเดินทางเข้าไปปฏิบัติงานได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่รถลำเลียงสัมภาระของการบินไทยบางส่วนขัดข้อง ทำให้การให้บริการเที่ยวบินและการขนถ่ายสัมภาระได้รับผลกระทบ
หลังเกิดปัญหา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาตรการแก้ไขสถานการณ์ และสายการบินต่าง ๆ ออกมาตรการเพื่อดูแลเที่ยวบินและผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้แต่ละสายการบินมีช่วงวันเดินทางและเงื่อนไขแตกต่างกัน ซึ่ง SPOTLIGHT ได้รวบรวมมาตรการของแต่ละสายการบินมาให้ตรวจสอบว่ามีทางเลือกและเงื่อนไขอย่างไรบ้าง
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงเมื่อวันที่ 27 กันยายน หลังได้รับข้อร้องเรียนจากผู้โดยสารการบินไทยเกี่ยวกับเที่ยวบินขาออกล่าช้า และผู้โดยสารเที่ยวบินขาเข้าที่ต้องรอรับสัมภาระเป็นเวลานาน โดยปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ได้ตรวจสอบพบว่า น้ำท่วมในหลายพื้นที่กระทบการเดินทางของเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการภาคพื้น (ground handling agent: GHA) ของการบินไทย ทำให้เจ้าหน้าที่บางส่วนไม่สามารถเดินทางเข้ามาปฏิบัติงานได้ ส่งผลให้กำลังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นไม่เพียงพอต่อการให้บริการ
นอกจากนี้ รถลำเลียงสัมภาระ (cart) ของการบินไทยบางส่วนขัดข้อง ทำให้การขนถ่ายและลำเลียงสัมภาระได้รับผลกระทบ ส่งผลให้เที่ยวบินขาออกบางเที่ยวบินล่าช้า ผู้โดยสารขาเข้าต้องรอรับสัมภาระนานกว่าปกติ และมีสัมภาระตกค้างจากหลายเที่ยวบิน
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงว่า หลังเกิดปัญหาได้ประสานการบินไทยให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ภาคพื้น เร่งซ่อมรถลำเลียงสัมภาระที่ขัดข้อง และจัดหาอุปกรณ์ทดแทน พร้อมประสานให้แสดงข้อมูลสถานะสัมภาระผ่านจอแสดงผลและประกาศแจ้งผู้โดยสารบริเวณพื้นที่รับสัมภาระอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลแก่ผู้โดยสาร
อีกด้านหนึ่ง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ระบุว่า ฝนตกหนักและต่อเนื่องส่งผลต่อทัศนวิสัยและการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ โดยเฉพาะบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองที่เที่ยวบินบางส่วนได้รับผลกระทบและเกิดความล่าช้า ขณะที่บางเที่ยวบินอาจมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงท่าอากาศยานสำรอง (diversion) เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนยังอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์นี้
เพื่อเตรียมความพร้อม CAAT จึงประสานกองทัพเรือ ขอความร่วมมือให้ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาเปิดให้บริการเต็มเวลา เพื่อใช้เป็นท่าอากาศยานสำรองสำหรับเที่ยวบินที่อาจไม่สามารถลงจอดที่สุวรรณภูมิหรือดอนเมืองได้จากข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ
เดิมอู่ตะเภามีแผนปิดให้บริการในบางช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างทางวิ่งที่สอง แต่สถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องทำให้งานก่อสร้างในช่วงดังกล่าวต้องชะลอชั่วคราว กองทัพเรือจึงให้ความร่วมมือเปิดท่าอากาศยานเต็มเวลา ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569
CAAT ระบุว่า การเปิดอู่ตะเภาเต็มเวลาจะเพิ่มทางเลือกให้สายการบินในการวางแผนท่าอากาศยานสำรอง สำหรับกรณีเที่ยวบินไม่สามารถลงจอดที่สุวรรณภูมิหรือดอนเมืองได้ตามแผน และจะติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและการดำเนินงานของเที่ยวบินอย่างใกล้ชิด
การบินไทยชี้แจงเมื่อวันที่ 27 กันยายนว่า ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม กองทัพอากาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนด้านกำลังคน สถานที่ อุปกรณ์ และทรัพยากรที่จำเป็น พร้อมปรับแผนการปฏิบัติการและการให้บริการให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ด้านมาตรการบัตรโดยสาร การบินไทยขยายระยะเวลาอำนวยความสะดวกถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2569 สำหรับผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสารซึ่งออกก่อนหรือภายในวันที่ 26 กันยายน และมีกำหนดเดินทางเข้า–ออกจากสุวรรณภูมิ ระหว่างวันที่ 26 กันยายน–11 ตุลาคม สามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้ 1 ครั้งโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ตามเงื่อนไขที่กำหนด
กรณีเที่ยวบินถูกยกเลิก ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบสามารถขอคืนบัตรโดยสารได้เต็มจำนวน ส่วนผู้โดยสารที่ยังมีกำหนดเดินทาง แนะนำให้เผื่อเวลาเดินทางมายังสนามบินและตรวจสอบสถานะเที่ยวบินก่อนออกเดินทางผ่าน THAI Mobile Application เว็บไซต์ thaiairways.com หรือ THAI Contact Center
ต่อมา วันที่ 28 กันยายน การบินไทยรายงานความคืบหน้าการบริหารจัดการสัมภาระผู้โดยสารที่ตกค้างจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาคพื้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้กระบวนการคัดแยกและนำส่งสัมภาระล่าช้า
การบินไทยระบุว่า ได้เพิ่มบุคลากรอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและเร่งแก้ไขปัญหา โดยสัมภาระที่ตกค้างในช่วง 2 วันที่ผ่านมาและผู้โดยสารได้ลงทะเบียนไว้กับการบินไทยแล้ว จะทยอยนำส่งให้ผู้โดยสารภายในช่วงบ่ายของวันที่ 28 กันยายน
ผู้โดยสารสามารถติดตามสถานะสัมภาระและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ดังนี้
ด้านสายการบินบางกอกแอร์เวย์สประกาศมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 กันยายน สำหรับผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 25–30 กันยายน 2569 และไม่สามารถเดินทางได้ตามกำหนดหรือพลาดเที่ยวบิน
ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางภายในเส้นทางเดิมได้ 1 ครั้ง โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสาร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับที่นั่งว่างในแต่ละเที่ยวบิน และต้องเดินทางภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2569
อีกทางเลือกคือการเก็บสิทธิ์บัตรโดยสารไว้ใช้ภายหลัง โดยผู้โดยสารสามารถเลือกรับ Travel Voucher ซึ่งมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ออกเอกสาร ขณะที่ผู้โดยสารที่ยังเดินทางตามกำหนด บางกอกแอร์เวย์สแนะนำให้เช็กอินล่วงหน้าผ่านช่องทาง Self Check-in เพื่อลดระยะเวลารอคอย
ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Bangkok Airways Call Center โทร. 1771 หรือ 02-270-6699 เวลา 08.00–20.00 น. หรือทาง Facebook Inbox: FlyBangkokAir
นกแอร์ประกาศขยายมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 กันยายน สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้า–ออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง ระหว่างวันที่ 26–30 กันยายน 2569
ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ 1 ครั้ง ภายใน 30 วันนับจากวันเดินทางเดิม โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงและส่วนต่างค่าโดยสาร
อีกทางเลือกคือเก็บวงเงินเครดิตตามมูลค่าบัตรโดยสาร 100% โดยสามารถใช้งานได้ภายใน 30 วัน
ผู้โดยสารที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการเดินทางสามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลข 1318 ช่องทางออนไลน์ หรือห้องจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินนกแอร์
สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ประกาศขยายมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 กันยายน สำหรับผู้โดยสารที่ออกบัตรโดยสารภายในวันที่ 28 กันยายน 2569 และมีเที่ยวบินระหว่างวันที่ 26–30 กันยายน 2569 ทั้งเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศ
ผู้โดยสารสามารถเลือกเก็บเครดิตบัตรโดยสาร 90 วันนับจากกำหนดการเดินทางเดิม หรือเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ 1 ครั้งโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ภายใน 90 วันนับจากกำหนดการเดินทางเดิม หากเปลี่ยนการเดินทางเป็นช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์หรือวันหยุดยาว จะต้องชำระส่วนต่างค่าโดยสาร หากมี
กรณีไม่สามารถติดต่อสายการบินได้และพ้นวันเดินทางเดิม บัตรโดยสารจะถูกเก็บเป็นเครดิตไว้ 90 วัน โดยสามารถติดต่อสายการบินภายหลังเพื่อเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้ไม่เกิน 90 วันนับจากวันเดินทางเดิม
ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลผ่านศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ Thai Lion Air Contact Center, Line OA: @lionairgroup หรือเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารของสายการบินทุกสถานี
แอร์เอเชียประกาศขยายช่วงวันเดินทางที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการช่วยเหลือจากสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 26 กันยายน โดยครอบคลุมผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางเข้า–ออกกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26–30 กันยายน 2569 และจองผ่านทุกช่องทาง รวมถึง AirAsia MOVE
หากผู้โดยสารยังไม่สะดวกรับข้อเสนอทางเลือกก่อนวันเดินทางจริง สามารถยื่นเรื่องย้อนหลังได้ภายใน 7 วันนับจากวันเดินทางเดิม
แอร์เอเชียระบุว่า เที่ยวบินยังให้บริการได้ตามปกติ และแนะนำให้ผู้โดยสารที่เดินทางเข้า–ออกจุดหมายปลายทางที่ได้รับผลกระทบตรวจสอบสถานะเที่ยวบินล่าสุดก่อนเดินทาง