Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
น้ำมันโลกพุ่งหลังดีลสหรัฐฯ-อิหร่านสะดุด จับตาทรัมป์แบนส่งออกดีเซล
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

น้ำมันโลกพุ่งหลังดีลสหรัฐฯ-อิหร่านสะดุด จับตาทรัมป์แบนส่งออกดีเซล

28 ก.ย. 69
14:28 น.
แชร์

ราคาน้ำมันโลกกลับมาปรับตัวขึ้นในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงยุติความขัดแย้งและเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ตลาดหันกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลางอีกครั้ง

ณ เวลา 14.15 น. เวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงของตลาดโลก เพิ่มขึ้น +2.49% มาอยู่ที่ 106.92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต หรือ WTI ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น +1.80 % มาอยู่ที่ 94.07 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ราคาที่ฟื้นตัวขึ้นสะท้อนว่าความหวังต่อแนวทางการทูตยังไม่มากพอที่จะลบความเสี่ยงในตลาด แม้ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและการส่งออกจากผู้ผลิตรายใหญ่ในตะวันออกกลางจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่การโจมตีในภูมิภาคและภาวะตึงตัวของตลาดน้ำมันดีเซลยังทำให้ตลาดมีความเปราะบาง

ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังจับตาว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะตัดสินใจห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ หรือไม่ หลังราคาขายปลีกภายในประเทศพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ หากมาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แม้อาจช่วยกดราคาดีเซลในสหรัฐฯ ลงในระยะสั้น แต่จะทำให้หลายประเทศที่พึ่งพาเชื้อเพลิงจากสหรัฐฯ ต้องเร่งหาแหล่งอุปทานใหม่

ดีลสหรัฐฯ-อิหร่านสะดุด ตลาดกลับมาคิดค่าความเสี่ยง

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอีกครั้งในวันจันทร์ ฟื้นตัวจากการอ่อนลงช่วงปลายสัปดาห์ก่อน และกลับมาอยู่สูงกว่าระดับก่อนการปรับลด โดยเมื่อวันศุกร์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงประมาณ 2.1% ปิดที่ 104.32 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 2.3% ปิดที่ 92.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

การปรับลดลงในวันศุกร์เกิดจากแรงขาย หลังตลาดมีความหวังว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจนำไปสู่การยุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ความหวังดังกล่าวเริ่มริบหรี่ลง หลังทรัมป์เปิดเผยว่าได้ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน ซึ่งครอบคลุมทั้งเงื่อนไขการหยุดยิงและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ข้อเสนอดังกล่าวถูกส่งถึงสหรัฐฯ ผ่านคนกลาง โดยอิหร่านระบุว่า พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 7 วัน หากสหรัฐฯ ยอมรับเงื่อนไขหลายประการ รวมถึงลดแรงกดดันทางทหารและยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ย้ำว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อิหร่านกำหนดหรือไม่ ขณะเดียวกัน อิหร่านยังคงมองว่าการเจรจาเป็นแนวทางที่เป็นไปได้ในการคลี่คลายภาวะชะงักงัน

ช่องทางการทูตจึงยังไม่ปิดลงอย่างสิ้นเชิง โดยทรัมป์คาดว่าการเจรจากับอิหร่านจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ และการขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลางยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ราคาน้ำมันก็จะยังคงสะท้อนความเสี่ยงจากภาวะอุปทานหยุดชะงัก

ฮอร์มุซเริ่มฟื้น แต่ภัยคุกคามต่ออุปทานยังไม่หมดไป

ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางน้ำแคบซึ่งเชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับแห่งนี้ เป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยก่อนความขัดแย้งกับอิหร่านจะปะทุขึ้น น้ำมันที่คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของอุปทานทั่วโลกถูกขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว

ด้วยความสำคัญดังกล่าว ความเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคงหรือความคล่องตัวในการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซจึงสามารถส่งผลต่อราคาพลังงานโลกได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ล่าสุดปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว

ข้อมูลเบื้องต้นจาก Kpler ระบุว่า ในสัปดาห์ที่เริ่มต้นวันที่ 20 กันยายน 2569 มีน้ำมันดิบประมาณ 33.7 ล้านบาร์เรลขนส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกัน ปริมาณส่งออกน้ำมันดิบจากผู้ผลิตรายใหญ่หลายประเทศในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 12.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งกับอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของ ANZ เตือนว่า ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากการโจมตีที่เกิดขึ้นในภูมิภาคยังทำให้เส้นทางลำเลียงพลังงานมีความเปราะบาง

นอกจากนี้ แรงกดดันยังไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ยังครอบคลุมถึงความตึงเครียดในเยเมนและการโจมตีซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตี โดยกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียรายงานว่า สามารถสกัดขีปนาวุธทิ้งตัว 2 ลูกและโดรนอีก 2 ลำที่ถูกยิงมุ่งหน้าเข้าสู่ราชอาณาจักรในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สถานการณ์ดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อตลาด เพราะซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก หากโรงงานผลิต ท่อส่งน้ำมัน ท่าเรือ หรือเส้นทางเดินเรือได้รับความเสียหาย ก็อาจกระทบต่อปริมาณอุปทานและสมดุลของตลาดน้ำมันโลกได้

ดีเซลตึงตัว ซ้ำแรงกดดันต้นทุนพลังงาน

นอกจากความเสี่ยงต่อน้ำมันดิบแล้ว ตลาดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปยังเผชิญปัญหาอุปทานตึงตัว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ซึ่งกำลังมีราคาสูงขึ้นในตลาดโลกหลายแห่ง

ระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม ตะวันออกกลางส่งออกน้ำมันดีเซลเพียงประมาณ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ลดลงราวครึ่งหนึ่งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ตลาดพลังงานต้องเผชิญแรงกดดันพร้อมกันสองด้าน ทั้งความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันดิบจะหยุดชะงักและปริมาณผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปที่มีจำกัด

สำหรับประเทศผู้ซื้อน้ำมันทั่วโลก ราคาน้ำมันโลกที่อยู่ในระดับสูงอาจส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าน้ำมันและเชื้อเพลิง ต้นทุนการขนส่ง และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศอาจไม่ได้เกิดขึ้นทันที เพราะยังขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนเงิน นโยบายของรัฐบาล ประเภทผลิตภัณฑ์ ต้นทุนการจัดจำหน่าย ตลอดจนกลไกเงินอุดหนุนและเงินชดเชย

หากราคาน้ำมันยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นเวลานาน แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานจะเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่อต้นทุนการเดินทางทางอากาศ ระบบโลจิสติกส์ทางทะเลและทางบก อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น รวมถึงราคาสินค้าที่ต้องพึ่งพาการขนส่งระยะไกล

ทิศทางของตลาดในระยะต่อไปจึงขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงที่ช่วยให้การเดินเรือและการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกลับมาดำเนินการได้ แรงกดดันต่อราคาอาจลดลง แต่หากการเจรจาชะงักอีกครั้งหรือความตึงเครียดยกระดับ ความผันผวนของราคาพลังงานก็อาจดำเนินต่อไป

ทรัมป์ชั่งใจแบนส่งออกดีเซล สกัดราคาพุ่งในสหรัฐฯ

อีกประเด็นที่ตลาดกำลังจับตาคือความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะจำกัดหรือระงับการส่งออกน้ำมันดีเซล หลังทรัมป์ระบุว่า เขากำลังพิจารณามาตรการดังกล่าวอย่าง “จริงจังมาก” เพื่อรับมือกับราคาภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง

ทรัมป์ยอมรับว่า การห้ามส่งออกอาจทำให้ราคาน้ำมันเบนซินสำหรับรถยนต์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในบางกรณี แต่รัฐบาลยังคงพิจารณามาตรการนี้ และอาจตัดสินใจนำมาใช้

สมาชิกรัฐสภาจากหลายรัฐเกษตรกรรมเรียกร้องให้ทรัมป์จำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลในช่วงพีกของฤดูเก็บเกี่ยว ขณะที่ตลาดเชื้อเพลิงโลกได้รับผลกระทบทั้งจากการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซและการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียโดยยูเครน

สหรัฐฯ กลายเป็นแหล่งจัดหาเชื้อเพลิงทางเลือกสุดท้ายของตลาดโลก โดยการส่งออกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นแตะสถิติรายสัปดาห์ที่เกือบ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเดือนที่แล้ว

เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ, สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ร่วมกันวิเคราะห์ผลกระทบของการระงับส่งออกน้ำมันดีเซลในระยะสั้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาแนวคิดนี้อย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารบริษัทน้ำมันและกลุ่มอุตสาหกรรมเสนอให้รัฐบาลระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลของรัฐบาลกลางแทน โดยให้เหตุผลว่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาได้โดยไม่ก่อผลกระทบเช่นเดียวกับการห้ามส่งออก แต่แนวทางนี้ยังมีข้อถกเถียงภายในเกี่ยวกับวิธีการยกเว้นภาษี โดยเฉพาะในช่วงที่สภาผู้แทนราษฎรปิดสมัยประชุมก่อนการเลือกตั้ง

คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังหารือกับโรงกลั่นเกี่ยวกับการลดการส่งออกโดยสมัครใจ เพื่อใช้เป็นทางเลือกแทนคำสั่งห้ามของรัฐบาล ขณะที่บางบริษัทเริ่มเพิ่มข้อกำหนดคุ้มครองความเสี่ยงไว้ในสัญญา เผื่อกรณีที่การระงับส่งออกทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศได้

ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีราคาเฉลี่ยประมาณ 6.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน เพิ่มความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวกับค่าครองชีพก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน

หากสหรัฐฯ ประกาศห้ามส่งออก ราคาดีเซลภายในประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก อย่างน้อยในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากสหรัฐฯ เช่น บราซิลและสหราชอาณาจักร จะต้องเร่งหาแหล่งนำเข้าอื่นมาทดแทน ในช่วงที่อุปทานเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งอาจผลักดันให้ราคาดีเซลในตลาดโลกปรับสูงขึ้นไปอีก

อ้างอิง: Bloomberg, Aktualita

แชร์
น้ำมันโลกพุ่งหลังดีลสหรัฐฯ-อิหร่านสะดุด จับตาทรัมป์แบนส่งออกดีเซล