Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทรัมป์โต้ไม่ได้เสนอขายอาวุธให้จีน ทำไมเป็นเรื่องใหญ่ถ้าสหรัฐฯ ขายจริง?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทรัมป์โต้ไม่ได้เสนอขายอาวุธให้จีน ทำไมเป็นเรื่องใหญ่ถ้าสหรัฐฯ ขายจริง?

29 ก.ย. 69
11:20 น.
แชร์

ในระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแห่งจีน หลายคนตั้งข้อสงสัยถึงข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศ และหลายฝ่ายยิ่งกังวลหนัก หลังจากเดวิด เพอร์ดู เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำจีน ให้สัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อวันก่อนว่า ทรัมป์ได้เสนอขายอาวุธให้จีน

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ หลังจากนั้น ซึ่งเขาก็ปฏิเสธว่า ไม่ได้หารือเรื่องการขายอาวุธของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ระหว่างการประชุมสุดยอดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ระบุว่า จีนก็น่าสนใจที่จะซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ แน่นอนอยู่แล้ว

Spotlight ชวนวิเคราะห์ว่า หากสหรัฐฯ ขายอาวุธให้จีนจริง จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน? เพราะจริง ๆ แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ มีนโยบายที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน นั่นคือการห้ามขายอาวุธให้จีน และห้ามมีข้อเสนอหรือแผนการขายอาวุธให้จีน แต่ความหวาดหวั่นที่ทรัมป์อาจจะไปขายอาวุธให้จีนก็เกิดขึ้น เพราะในช่วงเวลาเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงชะลอการอนุมัติแพ็กเกจอาวุธมูลค่าราว 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับไต้หวัน ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรมาอย่างยาวนานกับสหรัฐฯ 

ทรัมป์ย้ำ ไม่ได้คุยเรื่องขายอาวุธ

สหรัฐฯ ปฏิบัติต่อจีนในฐานะคู่แข่งทางยุทธศาสตร์มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ โดยจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีทางทหาร เสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และเพิ่มขีดความสามารถในการยับยั้งความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น

และเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการพบหารือกับสี จิ้นผิงว่า เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน  “คุณหมายความว่าเราจะขายอาวุธให้จีนอย่างนั้นหรือ? ไม่ จีนอาจอยากซื้อ เพราะเราผลิตยุทโธปกรณ์ที่ดีกว่า ดังนั้นมันอาจเป็นความคิดที่ดี แต่เราไม่ได้พูดคุยกันเรื่องนี้” ทรัมป์กล่าวเช่นนั้น  และระบุเพิ่มเติมว่า “เขาอาจกำลังพูดถึงไต้หวัน” โดยหมายถึงบทสัมภาษณ์ของเพอร์ดู

ทรัมป์ยังกล่าวชื่นชมการพบหารือกับผู้นำจีน โดยให้คะแนนการประชุมครั้งนี้ “12 เต็ม 10” พร้อมบอกว่าเป็นการพบปะที่ให้เกียรติกันมาก ดีมาก และยอดเยี่ยม

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปฏิเสธว่า มีแผนขายอาวุธให้จีน หลังจากเพอร์ดูระบุเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่า ทรัมป์ได้ถามสี จิ้นผิง ว่าจีนสนใจซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ หรือไม่

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในอีเมลตอบกลับ South China Morning Post เมื่อวันจันทร์ว่า ไม่มีข้อเสนอหรือแผนการดังกล่าว

เพอร์ดูให้สัมภาษณ์กับ Fox News หลังการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของผู้นำจีนว่า จริง ๆ แล้ว ทรัมป์ได้ถามประธานาธิบดีสี ณ จุดหนึ่งว่า เขาสนใจที่จะซื้ออาวุธหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เพอร์ดูไม่ได้เปิดเผยว่า ทรัมป์ถามเรื่องดังกล่าวเมื่อใด อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดคำถามนี้ หรือสี จิ้นผิง ตอบกลับอย่างไร

เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำถึงนโยบายที่ดำเนินมายาวนานของสหรัฐฯ โดยระบุว่า กฎหมายสหรัฐฯ ห้ามการขายอาวุธให้จีน และไม่มีข้อเสนอหรือแผนการขายอาวุธให้จีน

การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังคำพูดของเพอร์ดูสร้างความสนใจในหมู่นักวิเคราะห์เอเชีย เนื่องจากมีความขัดแย้งอย่างชัดเจนระหว่างรายงานที่ว่าทรัมป์อาจเสนอแนวคิดขายอาวุธให้ปักกิ่ง กับการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงชะลอการอนุมัติแพ็กเกจอาวุธมูลค่าราว 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับไต้หวัน

สหรัฐฯ ปฏิบัติต่อจีนในฐานะคู่แข่งทางยุทธศาสตร์มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ โดยจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีทางทหาร เสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และเพิ่มขีดความสามารถในการยับยั้งความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น

ด้านจีนไม่ได้แสดงความคิดเห็นโดยตรงต่อประเด็นดังกล่าวในการแถลงข่าวประจำวันจันทร์

เมื่อถูกถามถึงคำกล่าวของเพอร์ดู โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กัว เจียคุน กล่าวว่า จีน “เสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่องตามความต้องการของตนเอง และยังคงมุ่งมั่นปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพของโลก”

สหรัฐฯ ไม่ได้ขายอาวุธให้จีนนานกว่า 30 ปี

สหรัฐฯ ไม่ได้ขายอาวุธตามแบบให้จีนมานานกว่า 3 ทศวรรษแล้ว และตลอดช่วงเวลาดังกล่าว สหรัฐฯ มุ่งสร้างศักยภาพทางทหารเพื่อยับยั้งกองทัพจีน มากกว่าการเป็นผู้จัดหาอาวุธให้จีน

ในช่วงทศวรรษ 1980 รัฐบาลโรนัลด์ เรแกนเคยขยายความร่วมมือทางทหารกับจีนเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เนื่องจากทั้งสองประเทศต้องการร่วมกันถ่วงดุลสหภาพโซเวียต โดยสหรัฐฯ อนุมัติการขายอุปกรณ์ทางทหารหลายรายการ รวมถึงโครงการ Peace Pearl มูลค่าราว 550 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดหาระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินของสหรัฐฯ ให้กับเครื่องบินขับไล่ J-8 ของจีน

ความสัมพันธ์ดังกล่าวสิ้นสุดลงหลังเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในเดือนมิถุนายน 1989 จากนั้นประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช สั่งระงับการขายอาวุธและการแลกเปลี่ยนทางทหารกับจีน ขณะที่รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ออกกฎหมายกำหนดข้อจำกัดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถ่ายโอนยุทโธปกรณ์ด้านกลาโหมให้กองทัพจีน

แม้กฎหมายสหรัฐฯ จะเปิดช่องให้ประธานาธิบดีสามารถยกเว้นข้อจำกัดดังกล่าวได้หากเห็นว่าเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใดใช้อำนาจดังกล่าวเพื่อกลับมาเปิดการขายอาวุธตามแบบให้จีนอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ภูมิทัศน์ทางยุทธศาสตร์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก รัฐบาลสหรัฐฯ หลายชุดทุ่มงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเผชิญหน้าทางทหารกับจีน และจัดหาอาวุธให้ไต้หวันเพื่อช่วยยับยั้งการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น

จีนเองได้พัฒนากองทัพเรือจนมีจำนวนเรือรบมากที่สุดในโลก และขยายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ กองทัพอากาศ และอาวุธนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า จีนเป็นความท้าทายทางยุทธศาสตร์ระยะยาวที่มีนัยสำคัญที่สุดของสหรัฐฯ


นักวิเคราะห์ผิดหวังการหารือทรัมป์-สี จิ้นผิง

แซค คูเปอร์ นักวิจัยด้านความมั่นคงเอเชียจาก American Enterprise Institute และอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมและทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขารู้สึกผิดหวังเมื่อดูเหมือนว่าผลลัพธ์สำคัญที่ทั้งสองฝ่ายประกาศจากการประชุมสุดยอดทรัมป์-สีครั้งนี้คือเพียงการเช่าแพนด้า 2 ตัว

“แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจเสนอขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้จีน” เขากล่าว

คูเปอร์ย้ำภายหลังว่า คำพูดดังกล่าวมาจากเพอร์ดูโดยตรง ไม่ใช่แหล่งข่าวนิรนาม พร้อมระบุว่า “นี่ไม่ใช่ข้อมูลรั่วไหล แต่เป็นคำพูดของเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำจีนที่ให้สัมภาษณ์กับ Fox ดังนั้นผมจะถือว่าเขาพูดตามนั้น จนกว่าจะมีการชี้แจงเป็นอย่างอื่น”

เขายังชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างกับข้อตกลงขายอาวุธให้ไต้หวันที่ยังคงค้างอยู่ โดยกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าตกใจที่ทรัมป์กำลังชะลอการอนุมัติขายอาวุธให้ไต้หวัน แต่ในเวลาเดียวกันกลับเสนอขายอาวุธให้จีน

จีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนและไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังเพื่อรวมชาติ ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ รวมถึงสหรัฐฯ ไม่รับรองไต้หวันในฐานะรัฐเอกราช แต่สหรัฐฯ คัดค้านการใช้กำลังเพื่อยึดเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้ และยังคงมีพันธกรณีในการจัดหาอาวุธให้ไต้หวัน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจใช้การขายอาวุธให้ไต้หวันเป็นเครื่องมือต่อรองทางการทูตกับจีน

หลังพบสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งในเดือนพฤษภาคม ทรัมป์กล่าวว่า เขายังคงระงับแพ็กเกจอาวุธมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์ไว้ โดยเรียกเรื่องนี้ว่าเป็น “ไพ่ต่อรองที่ดีมาก” และระบุว่าการตัดสินใจขึ้นอยู่กับจีน

เพอร์ดูไม่ได้ระบุกรอบเวลาของการขายอาวุธดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ โดยกล่าวเพียงว่า “ยังคงมีการหารือเกี่ยวกับการขายอาวุธรายการอื่น ๆ” พร้อมระบุว่า ทรัมป์ “มีตารางเวลาของเขาเอง”

เพอร์ดูยังกล่าวว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง หารือเรื่องการขายอาวุธสหรัฐฯ ให้ไต้หวันทุกครั้งที่พบกัน ซึ่งคำพูดดังกล่าวดึงความสนใจ เนื่องจากคำมั่นของสหรัฐฯ ที่ให้ไว้กับไต้หวันภายใต้ Six Assurances ปี 1982 ว่าจะไม่หารือกับปักกิ่งเกี่ยวกับประเด็นการขายอาวุธให้ไต้หวัน

ไรอัน ฮาส อดีตผู้ดูแลนโยบายจีนในสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ และปัจจุบันเป็นหัวหน้าศูนย์จีนของ Brookings Institution กล่าวว่า การเปิดเผยดังกล่าวอาจสร้างความกังวลให้กับพันธมิตรของสหรัฐฯ ในเอเชีย

ด้านไต้หวัน อเล็กซานเดอร์ ยุย ทาห์-เรย์ ผู้แทนไต้หวันโดยพฤตินัยประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า แถลงการณ์จากการประชุมสุดยอดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีข้อตกลงหรือผลลัพธ์เกี่ยวกับไต้หวัน แม้จีนจะระบุว่าประเด็นไต้หวันเป็นเรื่อง “พื้นฐานสำคัญ”

เขากล่าวว่า สหรัฐฯ เป็นผู้จัดหาอาวุธรายหลักให้ไต้หวัน และไต้หวันหวังว่าจะได้รับแพ็กเกจอาวุธดังกล่าวโดยเร็วที่สุด พร้อมระบุว่า การสร้างสันติภาพผ่านความเข้มแข็งเป็น “วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง” เพราะการยับยั้งจะเกิดขึ้นเมื่อจีนเชื่อว่าไต้หวันมีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะป้องกันตนเอง


แชร์
ทรัมป์โต้ไม่ได้เสนอขายอาวุธให้จีน ทำไมเป็นเรื่องใหญ่ถ้าสหรัฐฯ ขายจริง?