
ทรัมป์ลั่น! สหรัฐฯจะไม่ส่งเงินช่วยเหลืออิสราเอลปีละ 4,000 ล้านดอลลาร์อีกต่อไป แถมท้าเนทันยาฮูชนเลือกตั้ง บอกยังไงตัวเองก็ชนะ!
ในการสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์กับสำนักข่าวต่างประเทศ ทรัมป์บอกว่าได้มีการตกลงกับเนทันยาฮูตั้งแต่เดือนที่แล้วว่า สหรัฐฯจะหยุดส่งเงินช่วยเหลืออิสราเอล ซึ่งตอนนี้เป็นจำนวนเงินปีละ 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.3 แสนล้านบาท
“เรา 2 คนได้ตกลงกันเเรียบร้อยแล้วว่าสิ้นปีนี้สหรัฐฯ จะไม่ส่งเงินให้อิสราเอล แต่ตอนนี้หากอิสราเอลต้องการความช่วยเหลือ เราก็จะช่วย”
แม้จะยังไม่มีความแน่ชัดว่า เงินสนับสนุนที่ว่านี้คือค่าอะไร แต่อย่างไรก็ตาม หากยึดตามข้อตกลงที่มีระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลคือ สหรัฐฯ ส่งเงินช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอลปีละ 3.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะหมดอายุในปลายปี 2028
ทรัมป์ได้กล่าวหาพรรคเดโมแครตด้วยว่า “พรรคเดโมแครตใช้เรื่องเงินช่วยเหลือของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเพื่อโจมตีพรรครีพับลิกัน” โดยทรัมป์ได้ยกกรณีของอับดุล เอล-ซาเยด ผู้สมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตในรัฐมิชิแกน เพราะเขาเป็นคนที่วิจารณ์การสนับสนุนอิสราเอลของสหรัฐฯ และอ้างว่าเขาคือ 1 ในเหตุผลหลักที่ทำให้ทรัมป์ตัดสินใจแบบนี้
ทรัมป์กล่าวว่า “ทำไมเราต้องมานั่งทนเสียงโจมตีบ้า ๆ นี่ด้วย จริง ๆ พวกเขาไม่จำเป็นต้องได้รับเงินจากพวกเราด้วยซ้ำ นี่ถือเป็นการโจมตีที่แย่มาก” และยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “จริง ๆ แล้ว เนทันยาฮูเป็นคนเริ่มพูดเรื่องนี้เองนะ เขาบอกผมเองเลยว่านี่คือการตัดสินใจที่เหมาะสมแล้ว ในเมื่อเขาไม่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือแล้ว และเข้าใจอย่างยิ่งกับประเด็นที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบมาโจมตี”
สิ่งที่กำลังทำให้หลาย ๆ คนประหลาดใจคือ “ทรัมป์ไม่สามารถหยุดการช่วยเหลือนี้ได้เพียงลำพัง” เพราะจำนวนนี้ถูดจัดสรรโดยรัฐสภา และประเด็นนี้เกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายเพื่อหาเสียง
โธมัส วอร์ริก ผู้อำนวยการโครงการ Future of DHS ที่สถาบัน Atlantic Council กล่าวว่า "แม้ว่าเขากับเนทันยาฮูจะเห็นพ้องกันว่าควรค่อย ๆ ยุติความช่วยเหลือทางการทหาร แต่โครงการอาวุธที่กำลังดำเนินอยู่นั้น ทั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ และการสงครามต่อต้านโดรน ไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นโครงการขายยุทโธปกรณ์แก่ต่างประเทศ (FMS) ได้โดยง่าย ดังนั้นผมคิดว่าความช่วยเหลือทางการทหารจะค่อย ๆ ยุติลงในปี 2027 ไม่ใช่สิ้นปี 2026"
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งมิดเทอมนี้ว่า “แบบว่าผมคือที่ 1 ผมได้คะแนนรอมรับในอิสราเอลตั้ง 99% คุณเชื่อไหมล่ะ? จริง ๆ ถ้าคนอเมริกันเบื่อผมแล้ว ผมจะย้ายไปเป็นนายกรัฐมนตรีที่อิสราเอลแทน”
แถมทรัมป์ยังบอกอีกด้วยว่าเขาเป็นคนที่ได้รับคะแนนนิยมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งคะแนนความนิยมนี้มาจากการรับมือ และดำเนินมาตรการต่อต้านอิหร่านของรัฐบาลเขา
แต่อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ใช้สัมภาษณ์นี้ทิ้งท้ายถึงชาวอเมริกันทุกคนว่า “ทกคนต้องรักษาพรรครีพับลิกันไว้ เพื่อรักษาอเมริกาให้ยิ่งใหญ่ต่อไป ตอนนี้อเมริกาได้เปลี่ยนจากประเทศที่ทุกคนหัวเระาเยาะมาเป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในโลกแล้ว”
สำหรับปฏิกิริยาของชาวอิสราเอลบอกเลยว่า ร้อนแรงไม่แพ้คำพูดทรัมป์ โดย The Tennessee Holler ซึ่งเป็นสื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์โพสต์ข้อความประชดว่า “ทรัมป์กำลังขู่เราด้วยช่วงเวลาดี ๆ”
จอร์จ คอนเวย์ นักวิจาร์การเมือง และฝ่ายตรงข้ามทรัมป์กล่าวว่า “แม้ว่าข้อเสนอนี้จะน่าสนใจแค่ไหน แต่การแช่งให้อิสราเอลต้องเจออะไรแบบนี้ นี่ถือเป็นขั้นสุดของการต่อต้านชาวยิวเลยนะ เราต้องขอปฏิเสธทุกรูปแบบ โชคดีที่โลกใบนี้ยังมีอีกหลายประเทศให้เขาไป”
เมห์ดี ฮาซาน ประธานบริหาร Zeteo และอดีตผู้ประกาศข่าว MS NOW กล่าวว่า “ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะกล้าพูดสิ่งนี้ออกมาดัง ๆ”