เวลา 13.11 น. ตามเวลาในประเทศไทย ผลการนับคะแนนเลือกตั้งวุฒิสภาพบว่า ‘พรรคเดโมแครต’ คว้าที่นั่งได้แล้ว 53 ที่นั่ง เพิ่มขึ้น 7 ที่นั่ง โดยมีหลายรัฐที่พลิกโผ ทั้งไอโอวา แคนซัส เท็กซัส เซาท์แคโรไลนา นอร์ทแคโรไลนา โอไฮโอ และเมน
นอกจากนี้ สำหรับผลการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ‘พรรคเดโมแครต’ คว้าที่นั่งได้แล้ว 208 ที่นั่ง จาก 218 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันคว้าได้เพียง 124 ที่นั่ง จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศประเมินว่า พรรคเดโมแครตจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งอย่างเห็นได้ชัด
แล้วหลังจากชนะอย่างเป็นทางการ พรรคเดโมแครตจะทำอะไรได้บ้าง?
1.ด้านการนิติบัญญัติ
- พรรคเดโมแครตจะสามารถขัดขวางกฎหมายของพรรครีพับลิกันได้
- พรรคเดโมแครตได้วางแผนปฏิบัติการเร่งด่วนใน 100 ชั่วโมงแรกของการครองสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการเสนอร่างกฎหมายเพื่อยกเลิกกำแพงภาษี, การยุติสงครามในอิหร่าน และการลดค่าใช้จ่ายประกันสุขภาพ
แม้จะทำงานได้ทันที แต่ก็ยังไม่สามารถผลักดันให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้จริงเพราะการผ่านร่างกฎหมายในวุฒิสภาต้องใช้เสียงสนับสนุนถึง 60 จาก 100 เสียง ซึ่งเดโมแครตน่าจะมีเสียงไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว และประธานาธิบดีทรัมป์มีอำนาจในการใช้วีโต้ร่างกฎหมาย เว้นแต่สภาทั้งสองจะลงมติด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3
2. การไต่สวน และตรวจสอบ
- การชนะเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจะทำให้พรรคเดโมแครตมีอำนาจในการออกหมายเรียกเอกสาร และพยาน
- พรรคเดโมแครตกล่าวว่าจะเปิดการไต่สวนทรัมป์ และตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัวทรัมป์กับอำนาจประธานาธิบดี
- เจ้าหน้าที่ และพันธมิตรของทรัมป์อาจถูกสอบสวนด้วย โดยฮาคีม เจฟฟรีย์ส ผู้นำเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าจะดำเนินคดี และลงโทษผู้กระทำผิด
- ส.ส. ฝ่ายก้าวหน้า อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ เสนอให้เริ่มตรวจสอบหัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กระทรวงยุติธรรม และ FBI นับตั้งแต่วันแรก
3. การถอดถอนจากตำแหน่ง
- สมาชิกพรรคเดโมแครตบางส่วนต้องการให้มีการถอดถอนทรัมป์เป็นครั้งที่สาม แต่ภายในพรรคยังคงมีความคิดเห็นแตกแยก โดยบุคคลสำคัญอย่างคามาลา แฮร์ริส และฮิลลารี คลินตัน เห็นว่าไม่ควรเสียเวลากับเรื่องนี้
- ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พีต เฮกเซท มีแนวโน้มตกเป็นเป้าหมายการถอดถอนมากกว่า โดยโธมัส แมสซี ส.ส. พรรครีพับลิกันที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง ได้เสนอมติถอดถอนเฮกเซทแล้ว จากประเด็นการดำเนินการของสหรัฐฯ ในอิหร่าน เวเนซุเอลา และเยเมน
4. ช่วงสภาส่งท้ายปี
- รัฐสภาชุดใหม่จะเข้าปฏิญาณตนรับตำแหน่งในวันที่ 3 มกราคม
- รัฐสภาชุดปัจจุบันจะกลับมาทำงานในวันที่ 9 พฤศจิกายน โดยมีวาระสำคัญคือการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณรัฐบาลก่อนเส้นตายวันที่ 11 ธันวาคม
- หากไม่สามารถผ่านงบประมาณได้ทัน อาจเกิดภาวะหน่วยงานรัฐหยุดทำการ ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 4 ในสมัยดำรงตำแหน่งวาระที่สองของทรัมป์
5. การแต่งตั้ง และการถอดถอนข้าราชการระดับสูง
- การครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาช่วยให้พรรคเดโมแครตสามารถขัดขวางการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญของทรัมป์ได้ เช่น รัฐมนตรี และผู้พิพากษาศาลฎีกา
- ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเดโมแครตในวุฒิสภา ยืนยันว่าจะป้องกันไม่ให้ทรัมป์แต่งตั้งผู้พิพากษาฝ่ายขวาจัด ในศาลฎีกา และศาลชั้นต้น
- ผู้พิพากษาศาลฎีกาสายอนุรักษนิยมที่มีอายุมาก เช่น แคลเรนซ์ โทมัส ที่อายุ 78 ปี และ ซามูเอล อาลิโต ที่อายุ 76 ปี อาจเผชิญแรงกดดันให้ลงจากตำแหน่งในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาจนถึงมกราคม แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับตัวผู้พิพากษาเอง