Logo site Amarintv 34HD
Big Rewardslogo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
มหาดไทยเอาจริง! จ่อรื้อกฎหมายมูลนิธิ ขีดเส้น10 พ.ย. จี้"บุ๋ม" ส่งบัญชี

มหาดไทยเอาจริง! จ่อรื้อกฎหมายมูลนิธิ ขีดเส้น10 พ.ย. จี้"บุ๋ม" ส่งบัญชี

4 พ.ย. 69
14:23 น.
แชร์

มหาดไทยเอาจริง! จ่อรื้อกฎหมายมูลนิธิ เพิ่มโทษ-เพิ่มระบบเช็กเงินบริจาค ขีดเส้น 10 พ.ย. จี้มูลนิธิ "บุ๋ม ปนัดดา" ส่งบัญชี หลังจดทะเบียนปี65ไม่เคยรายงานแม้แต่ครั้งเดียว ขู่เมินเจอศาลแน่ ยันยังไม่พบที่ดินชื่อ "กัน จอมพลัง" รับไม่สามารถห้ามบริจาคผ่านบัญชีส่วนตัว

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังประชุมกำหนดมาตรการกำกับดูแลและตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินบริจาคและความช่วยเหลือจากประชาชนถูกนำไปใช้ตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์

นายพลพีร์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยเชิญกรมที่ดินเข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน นำไปสู่การแก้ไขกฎกระทรวงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งมูลนิธิ การตรวจสอบ และการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างโปร่งใส

ปัจจุบันกรมการปกครองมีระบบออนไลน์ให้มูลนิธิและสมาคมรายงานข้อมูลตามระเบียบ ทั้งรายงานการประชุม เงินบริจาค รายจ่าย และงบดุล โดยมอบหมายให้นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ศึกษาว่าระบบสามารถเปิดเผยข้อมูลถึงตัวผู้บริจาคได้หรือไม่ เช่น ใครบริจาคเงินเท่าใด เพื่อให้ผู้บริจาคตรวจสอบได้ว่าเงินของตนถูกนำไปใช้เพื่อการกุศลหรือสาธารณประโยชน์อย่างไร

นอกจากนี้ ยังหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยถึงอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงและนายทะเบียน รวมถึงการตรวจสอบและบทลงโทษ เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายที่ร่างขึ้นตั้งแต่ปี 2535 อาจมีบทลงโทษเบาเกินไปหรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงมอบหมายสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาการปรับปรุง หากเป็นกฎกระทรวงสามารถเสนอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาได้ แต่หากเป็นกฎหมายระดับ พ.ร.ฎ. พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. จะต้องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภา

นายพลพีร์ ย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะแม้สมาคมหรือมูลนิธิจะมีเจตนาช่วยเหลือประชาชน แต่หากเกิดข้อสงสัยหรือพบความไม่โปร่งใส ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบ

เมื่อถามว่า การตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินจะดำเนินการอย่างไร นายพลพีร์ กล่าวว่า การตรวจสอบเส้นทางการเงินเป็นหน้าที่ของ ปปง. ส่วนกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบได้ตามบัญชีที่มูลนิธิหรือสมาคมรายงานเข้ามา หากกรมการปกครองพบข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชี ก็สามารถเรียกให้มูลนิธิหรือสมาคมเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติมได้

ขณะที่กรมที่ดินได้รายงานข้อมูลทรัพย์สินและการถือครองที่ดินของบุคคลที่กำลังเป็นข่าวว่า ครอบครองที่ดินอยู่ที่ใดและมีมูลค่าเท่าใด แต่กระทรวงไม่ได้ตรวจสอบถึงที่มาของเงินที่นำไปซื้อที่ดิน จึงเตรียมทำข้อหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปปง. และหน่วยงานตรวจสอบอื่นๆ เพื่อบูรณาการข้อมูลร่วมกัน

ส่วนกรณีที่กรมการปกครองเป็นผู้อนุญาตจัดตั้งมูลนิธิและตรวจสอบบัญชี หากพบกระทำผิดจริงจะมีบทลงโทษอย่างไร นายพลพีร์ กล่าวว่า หากไม่รายงานข้อมูลหรือพบการกระทำผิด สามารถดำเนินการเพิกถอนมูลนิธิได้ แต่ไม่สามารถเพิกถอนหรือยึดใบอนุญาตได้ทันที ต้องส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาก่อน ส่วนทรัพย์สินหลังปิดมูลนิธิจะตกเป็นของแผ่นดิน เว้นแต่มีการระบุไว้ตั้งแต่เอกสารจดทะเบียนจัดตั้งว่าจะมอบให้หน่วยงานใด โดยกรณีของบุ๋ม ปนัดดา ระบุว่าจะมอบให้สภากาชาดไทย

ส่วนกระทรวงมหาดไทยจะปกป้องประชาชนจากการจัดตั้งมูลนิธิอย่างไร ในเมื่อไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด นายพลพีร์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายอนุพงศ์ศึกษาระบบการรายงานบัญชีเพิ่มเติม เพราะประชาชนไม่ควรเห็นเพียงยอดรายรับรายจ่าย แต่ควรตรวจสอบได้ว่าใครโอนเงินมาจากบัญชีใด และเงินถูกนำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง เพื่อให้กระทรวงและผู้บริจาคติดตามเงินได้ อย่งไรก็ตาม ต้องพิจารณากฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิการเข้าถึงข้อมูลด้วย เนื่องจากผู้บริจาคบางรายอาจไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน จึงต้องศึกษาข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนกำหนดแนวทาง

เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยจับตาเป็นพิเศษหรือไม่ กรณีผู้มีชื่อเสียงเปิดรับบริจาคผ่านบัญชีส่วนตัว นายพลพีร์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องนี้เช่นกัน เพราะบางรายมีเจตนาช่วยเหลือประชาชนในช่วงภัยพิบัติหรือช่วยผู้ยากไร้ แต่หากยังไม่ได้จัดตั้งสมาคมหรือมูลนิธิ ก็ขอให้แสดงความโปร่งใส เปิดเผยยอดเงินบริจาค และแยกบัญชีเงินบริจาคออกจากเงินส่วนตัวให้ชัดเจน และขอให้ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนเข้ามาหารือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดตั้งองค์กรให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะได้มีหน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยตรวจสอบได้ และหลังจากนี้อาจมีข้อกฎหมายหรือข้อบังคับเพิ่มเติมออกมากำกับ

“กระทรวงไม่สามารถห้ามบุคคลใช้บัญชีส่วนตัวรับเงิน หรือเข้าไปตรวจสอบการใช้จ่ายได้ เพราะยังไม่มีกฎหมายครอบคลุม หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถแจ้งกระทรวงมหาดไทยเพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ปปง. ซึ่งรับผิดชอบการตรวจสอบเส้นทางการเงิน”

เมื่อถามย้ำว่า มูลนิธิองค์กรทำดีของ บุ๋ม ปนัดดา ได้ส่งบัญชีรายรับรายจ่ายให้กรมการปกครองตรวจสอบหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ตั้งแต่จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยส่งเอกสารใดๆ ให้กระทรวงมหาดไทยหรือกรมการปกครอง ไม่ว่าจะเป็นรายงานการประชุม รายรับรายจ่าย หรือ งบดุลประจำปี

"กระทรวงมหาดไทยได้ทำหนังสือแจ้งไปยังมูลนิธิแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งรายละเอียดกลับมา จึงกำหนดเส้นตายให้ส่งเอกสารภายในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ หากไม่ส่ง กระทรวงจะดำเนินการเรื่องถึงศาลและใช้มาตรการทางกฎหมาย ซึ่งมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา"

ส่วนกระแสข่าวว่า กัน จอมพลัง ซื้อที่ดินให้บุ๋ม ปนัดดา นายพลพีร์ กล่าวว่า เบื้องต้นกรมที่ดินตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีที่ดินในชื่อของกัน จอมพลัง โอนให้บุ๋ม ปนัดดา ดังนั้นมูลนิธิและสมาคมทุกแห่งต้องส่งรายงานการประชุม รายงานรายรับรายจ่าย และงบดุลให้กรมการปกครอง โดยกรณีของบุ๋ม ปนัดดา ไม่เคยส่งมาแม้แต่ครั้งเดียว

เมื่อถามว่า มีคำแนะนำอย่างไรกับประชาชนก่อนโอนเงินเข้าบัญชีที่มีชื่อองค์กรต่อท้าย นายพลพีร์ กล่าวว่า คนไทยมีจิตใจอยากช่วยเหลือผู้อื่น แต่ขอให้ทุกคนรอบคอบก่อนโอนเงินหรือทรัพย์สินผ่านคนกลาง มูลนิธิ หรือสมาคม เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยมีข้อกำหนดให้ส่งรายงานต่าง ๆ หากไม่ปฏิบัติตาม ประชาชนย่อมมีสิทธิตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสว่า มีปัญหาในการจัดทำบัญชีหรือปิดบัญชีหรือไม่

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังตรวจสอบมูลนิธิของชาวต่างชาติที่อาจถูกเพิกถอนสัญชาติด้วย เนื่องจากต้องตรวจสอบว่าอาจมีการโยกย้ายทรัพย์สินไปที่อื่นก่อนหรือไม่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้มูลนิธิบังหน้า หรือดำเนินธุรกิจอื่นควบคู่ไปกับการทำมูลนิธิ

Advertisement

แชร์
มหาดไทยเอาจริง! จ่อรื้อกฎหมายมูลนิธิ ขีดเส้น10 พ.ย. จี้"บุ๋ม" ส่งบัญชี