
(4 พ.ย. 2569) นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความ ในฐานะเพื่อนสนิททนายเพชร ผู้ทําคดีให้กับ "บุ๋ม" ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทําดี เปิดเผยถึงแนวทางการต่อสู้คดีการตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทําดีว่า ตอนนี้กองปราบพยายามจะทําคดี มูลนิธิองค์กรทําดีในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพ์ และฟอกเงิน ซึ่งส่วนตัวมองว่าการพิจารณาดังกล่าวจะต้องจะต้องลงลึกในรายละเอียดว่าครั้งไหน ที่พฤติการณ์เข้าฉ้อโกงประชาชน โดยเฉพาะการบริจาคเข้ามาในแต่ละครั้ง และนำไปใช้ส่วนตัว แล้วมีเงินก้อนไหนนำไปใช้ส่วนตัว เนื่องจากมูลนิธิมีการรับบริจาคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ได้มีการระดมทุนเป็นรอบ เพราะการระดมทุนเป็นรอบๆ อาทิ รอบนี้ใช้ประโยชน์น้ำท่วม รอบนี้ใช้ประโยชน์ชายแดน มันจะมีความชัดเจน ว่านำไปใช้ประโยชน์จริงหรือนำไปสร้างพลูวิลล่า หรืออะไรต่างๆ แต่การกระทํานี้เป็น การบริจาคต่อเนื่องซึ่งไม่ได้บอกว่านำไปใช้ประโยชน์ สุดท้ายสามารถตรวจสอบว่าใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่
แต่กรณีของมูลนิธิองค์กรทําดีมีการบริจาคต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งมีการนําเงินไปใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิเพียงแต่มีบางก้อนที่โอนผ่านช่างเอ๋ไปยังนายก็อต ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นการยักยอกเงินมูลนิธิที่ บุ๋ม ปนัดดา ดูแลอยู่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเป็นคดีอาญา มันไม่ใช่ฉ้อโกงประชาชน แต่เป็นเพียงยักยอก หรือดีที่สุดเป็นเรื่องของแพ่งที่คุณบุ๋มต้องเอาเงินมาคืนมูลนิธิ
ทั้งนี้ตามกฎหมายยักยอก ผู้เสียหายจะมีเพียงรายเดียว ก็คือ มูลนิธิองค์กรทําดี แต่ประชาชนที่บริจาคไปจะไม่สามารถเป็นผู้เสียหายได้ เพราะกรรมสิทธิ์ในตัวเงินขาดไปแล้ว ส่วนที่มีประชาชนเข้ามาแจ้งความในฐานะผู้เสียหายจากการบริจาคเงิน ตนมองว่าสามารถทำได้ แต่ไม่ขอก้าวล่วง เรื่องนี้ตนมองในมุมของทนายความที่เป็นอาชีพเอกชนรายเดียว อยู่ในขบวนการยุติธรรม ซึ่งจะไม่มองเหมือนเราจะไม่มองเหมือนข้าราชการ ตนมองแตกต่างจากนั้น แต่ตนไม่ได้เป็นทนายความให้ บุ๋ม ปนัดดา
ส่วนแนวทางในการต่อสู้คดี ที่ผู้ถูกกล่าวหา พยายามจะหาช่องในการสู้คดี ทนายวื เป็นเรื่องธรรมดาแต่ส่วนตัวยังไม่ไม่เห็นข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงไม่สามารถแนะนำได้ ถ้าหาก บุ๋ม ปนัดดา เป็นลูกความ ตนเองก็จะมีในความคิดว่าโครงเรื่องอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ทนายเพชรถือเป็นเพื่อนสนิทของตนจึงไม่ขอก้าวล่วงในการทำคดี
ส่วนตัวไม่ทราบว่า ทนายเพชรวางแผนในการต่อสู้คดีอย่างไร กรณีที่มีการเผยแพร่ว่าให้บุ๋ม-ปนัดดาตกเป็นเหยื่อ แล้วสามีรับจบแค่คนเดียว ทนายระบุว่า เท่าที่ตนดูข่าวมาตำรวจไม่ได้เชื่อว่าคุณก็อตจะรับจบได้ แต่ในมุมข้อเท็จจริง กลายเป็นว่าพี่ บุ๋ม ปนัดดา ไม่รู้เรื่อง และมาแจ้งความ ตรงนี้สามารถ ทําได้แต่เจ้าหน้าที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่าถ้าพล็อตเรื่องเป็นแบบนี้ ทนายวิฑูรย์ รับเป็นทนายให้ บุ๋ม ปนัดดา ได้หรือไม่ ทนายวิทูรณ์ อึ้ง ก่อนตอบว่า ช่วงนี้ผมยุ่งมากต่อเนื่องถึงปีหน้าเนื่องจากที่สำนักงานมีคดีสำคัญไปถึงปีหน้า เนื่องจากตนจะรับคดีใหญ่ในช่วงเวลาเดียวกันไม่ได้ โดยในเรื่องที่เป็นกระแสสื่อและปวดหัวแบบนี้ คงพิจารณาว่า ยังไว้ก่อน
ส่วนประเด็นที่ทางมูลนิธิไม่ได้มีการแจ้งงบต่อกรมการปกครองหลายปีนั้น ทนายวิฑูรย์ระบุว่าเรื่องนี้ต้องแยกจากคดีอาญา ซึ่งเรื่องแจ้งงบหรือไม่แจ้งงบ มันจะผิดตาม พ.ร.บ.มูลนิธิฯ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งจะมองว่า เข่าข่ายฉ้อโกง มันจะต้องมีการวางแผน มันจะต้องมีการวางแผนตั้งแต่แรก แม้ว่าจะมีการเบิกจ่ายเงินเป็นหลักล้านครั้งมันก็ไม่เกี่ยวกับการฉ้อโกง เพราะ มูลนิธิรับเงินมาก็ปรากฏชัดว่ามีการนําเงินไปช่วยน้ำท่วม และไปช่วยชายแดน และไปทําการกุศล เท่าที่มูลนิธิทำ ส่วนช่วงเวลาที่มีการโอนเงินช่วงกลางดึกนั้น ทนายมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการใช้เงินผิดระเบียบ แม้จะไม่ใช่ เรื่องเร่งด่วน แต่มันเป็นการผิดข้อบังคับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องการฉ้อโกง ซึ่งต้องมีเจตนาว่าถ้าเงินก้อนนี้เข้ามาจะเอาไปซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยหรือไม่
Advertisement