Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
แถลงเดียวเปลี่ยนชีวิต!  สรุปดราม่าเคที โฆษก 5 วันที่ทำเนียบขาวอยากลืม
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

แถลงเดียวเปลี่ยนชีวิต! สรุปดราม่าเคที โฆษก 5 วันที่ทำเนียบขาวอยากลืม

18 ต.ค. 69
10:16 น.
แชร์

ช่วงนี้เป็นช่วงที่การเมืองของสหรัฐฯ กำลังดุเดือดเพราะการเลือกตั้งกลางเทอมกำลังใกล้เข้ามา ทรัมป์เองก็ดูหวั่นใจไม่เบา ทำให้เขาต้องเร่งระดมเสียงสนับสนุนให้พรรครีพับลิกันยังคงรักษาอำนาจในสภาคองเกรส 

การสื่อสารนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่าย ๆ  โดยเฉพาะในตำแหน่งของโฆษกทำเนียบขาว ซึ่งต้องใช้คนที่มีความสามารถ และประสบการณ์อย่างมาก

แล้วเกิดอะไรขึ้น? ทำไมเคที ซาคาเรีย โฆษกทำเนียบขาวคนใหม่ จึงถือว่าเป็นความอับอายของทำเนียบขาวที่สุดในประวัติศาสตร์ และถูกไล่ออกจากตำแหน่งภายใน 5 วัน?

นักวิจารณ์การเมืองภักดีสู่เก้าอี้โฆษกทำเนียบขาว

เรื่องราวเริ่มต้นจากที่ทรัมป์ต้องการโฆษกทำเนียบขาวคนใหม่เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เป็นสิ่งที่น่ากังวลใจ จึงอยากรีบเร่งระดมเสียงสนับสนุนให้พรรครีพับลิกันยังคงรักษาอำนาจในสภาคองเกรส

ทำให้การแต่งตั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้มีผู้สมัครหลายคนที่มีความสามารถต่อแถวเข้ามา แต่ก็ถูกปัดตกไปหลายคนเนื่องจากเคยวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ จนกระทั่งเขาได้พบกับเคที ซาคาเรีย

เคที ซาคาเรียเป็นนักวิจารณ์การเมืองสายอนุรักษนิยมที่เคยโชว์ตัวในรายการโทรทัศน์หลายแห่ง รวมถึง Fox News และเคยทำงานด้านการสื่อสารให้กับ Trump Media & Technology Group หรือที่เรารู้จักกันในแพลตฟอร์มชื่อ ‘Truth Social’

ด้วยความภักดีทางการเมือง และความสามารถเบื้องหลังการปรากฏตัวตามสื่อต่าง ๆ ทำให้ทรัมป์ปลื้ม และสนใจเป็นอย่างมาก จนในที่สุดก็รับเข้ามาในตำแหน่ง ‘โฆษกทำเนียบขาวคนใหม่’

แต่ประเด็นคือ ตำแหน่งโฆษกทำเนียบขาวใช้ความสามารถมากกว่าการเป็นนักวิจารณ์การเมืองที่แสดงจุดยืนสนับสนุน และภักดีต่อประธานาธิบดี เพราะตำแหน่งนี้ต้องสามารถรับมือกับคำถามของสื่อมวลชนได้ ชี้แจงนโยบายรัฐบาลได้ และรู้วิธีแก้ไข หรือตอบสนองต่อสถานการณ์ที่อ่อนไหว โดยไม่ทำให้รัฐบาลเสียบเปรียบทางการเมืองได้

การแถลงข่าวครั้งแรกที่เป็นครั้งสุดท้ายของเธอ

วันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา เคที ซาคาเรียปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกในฐานะโฆษกทำเนียบขาว แต่การเปิดตัวนี้เองที่ทำให้เป็นการปรากฎตัวครั้งสุดท้ายของเธอ

การแถลงข่าวนี้ใช้เวลาแค่ 15 นาที เธออ่านคำแถลงที่เตรียมไว้ แต่การอ่านของเธอนั้นกลับขาดความคล่องแคล่ว หลังจากอ่านเสร็จ เธอเปิดรับคำถามจากผู้สื่อข่าวแค่ 3 คนเท่านั้น ซึ่งการตอบคำถามของเธอก็ไม่ได้เป็นที่พอใจของทรัมป์ และรัฐบาลเลยทีเดียว เพราะเธอกลับตอบได้ไม่ชัดเจน และไม่มั่นใจ 

แค่เวลาเพียง 15 นาที เธอก็ถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงจากสื่อมวลชนในทันที เพราะสำหรับโฆษกทำเนียบขาว การแถลงข่าวไม่ใช่เพียงการอ่านแถลงการณ์ แต่เป็นเวทีที่สื่อมวลชนใช้ตรวจสอบรัฐบาล ตั้งแต่รายละเอียดของนโยบายไปจนถึงประเด็นที่รัฐบาลไม่ต้องการตอบ

การควบคุมบทสนทนาของเธอไม่ได้ในครั้งนี้ ทำให้เคทีได้รับความสนใจจากสื่อโดยเฉพาะประวัติวิชาชีพของเธอ และทำให้รัฐบาลต้องเจอกับคำถามเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนแต่งตั้งใครเข้ามารับตำแหน่งสำคัญ

โอกาสครั้งที่ 2 แม้แต่ Fox News ก็ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย

วันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากการแถลงข่าวสำคัญครั้งแรกของเคที แม้เธอจะทำได้ไม่ดี และถูกตั้งคำถามมากมาย แต่ทรัมป์ก็ยังไม่ได้ให้เธอพ้นตำแหน่งอย่างทันที และเธอเองก็ได้รับโอกาสเป็นครั้งที่ 2 นั่นคือ การปรากฏตัวในรายการ Hannity ของ Fox News เพื่อชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติของตนเอง และสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา

แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นแบบนั้น เพราะการสัมภาษณ์กลับทำให้ประเด็นเรื่องคุณสมบัติทางวิชาชีพของเธอถูกวิจารณ์หนักขึ้นกว่าเดิม เพราะเธอยอมรับว่า แม้เธอจะเรียกตัวเองว่าเป็นนักกฎหมาย แต่เธอยอมรับว่า เธอสอบเนติบัณฑิตไม่ผ่าน และไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความในสหรัฐฯ ทำให้เธอถูกวิจารณ์หนักกว่าเดิม

จริง ๆ แล้ว  Fox News เป็นสื่อที่มีฐานผู้ชมสายอนุรักษนิยมจำนวนมาก และเป็นพื้นที่ที่บุคคลในแวดวงการเมืองของทรัมป์คุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่การสัมภาษณ์นี้ไม่ได้ช่วยชีวิตเธอเลย และกลับทำให้ที่ปรึกษา รวมถึงบุคคลใกล้ชิดทรัมป์บางส่วนเห็นว่าเธอยังไม่พร้อมสำหรับหน้าที่นี้

จุดจบเส้นทางโฆษกทำเนียบขาวภายใน 5 วัน

วันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นต่อรายการ Hannity ของ Fox News โดยทรัมป์ได้เรียกสื่อนี้ว่าเป็น ‘สื่อที่ลำเอียง และทุจริต’ หลังเขามองว่ารายการนี้กลั่นแกล้งเคที โฆษกทำเนียบขาวคนใหม่ของเขา แม้ความเป็นจริงแล้ว พิธีกรถามคำถามที่ตรงประเด็น และเป็นเบื้องหลังด้านวิชาชีพของเธอเพียงเท่านั้น

แต่ในวันเดียวกัน ทรัมป์ก็ได้ออกมาแจ้งผ่าน Truth Social ว่า เขาได้ให้เคทีลองพิจารณาตนเองกับตำแหน่งนี้อีกครั้ง 

วันต่อมา ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่าเธอพ้นจากตำแหน่งแล้วคือ เธอได้โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า “เป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับประธานาธิบดีที่จิตใจดี เก่ง มองโลกในแง่ดี และทำงานอย่างหนัก ฉันหวังว่าชาวอเมริกันจะให้เกียรติกับสิ่งที่เขาทำมากกว่านี้ ไม่มีใครสามารถทำให้ประเทศสหรัฐฯ ยิ่งใหญ่ และดีได้เท่ากับที่เขาทำอีกแล้ว”

หลังจากนั้น ทรัมป์ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมได้คุยกับเธอว่า ถ้าผมเป็นเธอ ผมจะพิจารณาตัวเองใหม่อีกครั้ง และผมคิดว่าเธอจะไม่มีวันมีความสุขกับการทำตำแหน่งนี้ได้ มันไม่อะไรง่ายเลยในการเป็นโฆษกทำเนียบขาว”

จนในที่สุด ทำเนียบขาวก็ได้ออกประกาศอย่างชัดเจนว่า เคทีได้พ้นจากตำแหน่งโฆษกทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการแล้วนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

บทเรียนสุดโหด รัฐเจอโจทย์หนักโดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือ

ต้องยอมรับการมีข่าวแบบนี้ในช่วงการเลือกตั้งกลางเทอมที่ใกล้เข้ามา ไม่ได้สร้างผลดีให้กับรัฐบาลเลย เพราะการเลือกตั้งกลางเทอมไม่ได้เป็นเพียงการตัดสินว่าใครจะได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา แต่ยังเป็นการประเมินผลงาน และความนิยมของประธานาธิบดีในระหว่างดำรงตำแหน่งด้วย

หากพรรคของประธานาธิบดีสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส การผลักดันนโยบายต่าง ๆ อาจยากขึ้น ทั้งยังเปิดทางให้ฝ่ายตรงข้ามตรวจสอบ และท้าทายรัฐบาลได้มากกว่าเดิม

ในสถานการณ์เช่นนี้ ทำเนียบขาวจำเป็นต้องสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อประธานาธิบดีกำลังลงพื้นที่หาเสียง และพยายามโน้มน้าวให้ผู้สนับสนุนออกมาใช้สิทธิ

แต่การเปลี่ยนตัวโฆษกภายในเวลาไม่กี่วันกลับทำให้เกิดข่าวเกี่ยวกับความผิดพลาดในการแต่งตั้ง ความน่าเชื่อถือของผู้ได้รับเลือก และการบริหารงานภายในรัฐบาล

สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้จึงไม่ใช่แค่ว่าใครจะได้รับเลือกให้มานั่งเก้าอี้โฆษกตัวเดิม แต่คือรัฐบาลจะปรับปรุงกระบวนการคัดเลือก และเตรียมความพร้อมของบุคลากรยังไงให้ไม่เกิดปัญหาแบบนี้อีกในช่วงของการเลือกตั้ง

แม้การเมืองอเมริกันอาจตัดสินกันด้วยนโยบาย เศรษฐกิจ และคะแนนเสียง แต่ในยุคที่ข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการสื่อสาร และจัดการวิกฤตก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กำหนดว่าใครจะสามารถควบคุมประเด็นทางการเมืองได้ และใครจะต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับ

กรณีของเคที ซาคาเรียจึงเป็นบทเรียนที่ชัดเจนว่า สำหรับทำเนียบขาว ความผิดพลาดในการเลือกคนเพียงครั้งเดียวสร้างปัญหาได้ใหญ่กว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทุกคำพูด และทุกการตัดสินใจมีความหมายต่ออนาคตทางการเมืองของรัฐบาล

แชร์
แถลงเดียวเปลี่ยนชีวิต!  สรุปดราม่าเคที โฆษก 5 วันที่ทำเนียบขาวอยากลืม