
สถานการณ์ไฟป่าในอินโดนีเซียรุนแรงหนัก และไม่เพียงทำให้ประชาชนในอินโดฯ เดือดร้อน แต่ยังส่งผลกระทบไปอีกหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหมอกควันที่รุนแรงขึ้นทำให้โรงเรียนในบางพื้นที่ของมาเลเซียและติมอร์-เลสเตต้องปิดการเรียนการสอน ขณะที่ค่าคุณภาพอากาศของสิงคโปร์ก็ย่ำแย่จัดจนถึงระดับที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ล่าสุด ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคมว่า รัฐบาลกำลังตรวจสอบว่าบริษัทใดอาจต้องรับผิดชอบต่อเหตุไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ป่าพรุในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสาเหตุให้สถานการณ์หมอกควันในภูมิภาครุนแรงขึ้น
หว่องระบุผ่านโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า “หากมีเหตุอันควร เราจะดำเนินการภายใต้กฎหมายว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดนของสิงคโปร์ (Transboundary Haze Pollution Act) และพิจารณาดำเนินการร่วมกับประเทศอื่น ๆ”
กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 โดยให้อำนาจทางการสิงคโปร์ดำเนินคดีกับบริษัทที่เป็นต้นเหตุหรือมีส่วนทำให้เกิดมลพิษจากหมอกควันในสิงคโปร์ แม้ว่ากิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษจะเกิดขึ้นในต่างประเทศก็ตาม
หว่องยังระบุว่า สถานการณ์หมอกควันทวีความรุนแรงขึ้นจากสภาพอากาศแห้งแล้งที่ยืดเยื้อ
นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์กล่าวด้วยว่า สิงคโปร์ได้เสนอความช่วยเหลือแก่อินโดนีเซียแล้ว และจะเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดกับอินโดนีเซีย รวมถึงประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว
รัฐบาลอินโดนีเซียเปิดเผยว่า จะทดลองใช้ น้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) หรือคาร์บอนไดออกไซด์ในสถานะของแข็ง เพื่อสลายหมอกควันในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ป่าและที่ดิน ซึ่งส่งผลให้เกิดหมอกควันหนาทึบปกคลุมหลายพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กระทรวงประสานงานด้านการเมืองและความมั่นคงของอินโดนีเซีย ระบุเมื่อวันพุธว่า เครื่องบินจะโปรยน้ำแข็งแห้งปริมาณ 1.5 ตัน เหนือเขตเมืองในจังหวัดสุมาตราใต้ นับเป็นการทดลองใช้เทคนิคดังกล่าวครั้งแรกของประเทศ เพื่อรับมือกับปัญหามลพิษจากหมอกควัน
กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศและเพิ่มทัศนวิสัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน
ด้านดูดุง อับดุลราห์มาน รัฐมนตรีประสานงานด้านการเมืองและความมั่นคง กล่าวว่า การใช้น้ำแข็งแห้งมีเป้าหมายเพื่อช่วยกระจายกลุ่มควันที่สะสมอยู่ในบรรยากาศชั้นล่าง
“หน้าที่ของน้ำแข็งแห้งคือการสลายกลุ่มควันที่อยู่ด้านล่าง เพื่อให้ควันลอยตัวขึ้นไป” ดูดุงกล่าว หลังตรวจสอบความพร้อมของปฏิบัติการที่ฐานทัพอากาศศรี มูลโยโน เฮอร์ลัมบัง ในเมืองปาเล็มบัง
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีนี้จะช่วยไม่ให้เกิดการสะสมของหมอกควันในเขตเมืองและพื้นที่โดยรอบอีกต่อไป
ทั้งนี้ การทดลองใช้น้ำแข็งแห้งมีวัตถุประสงค์แตกต่างจากปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศของอินโดนีเซีย หรือ OMC ซึ่งมุ่งกระตุ้นให้เกิดฝนเพื่อช่วยดับไฟ โดยเทคนิคการใช้น้ำแข็งแห้งจะเน้นลดความหนาแน่นของหมอกควันในอากาศ
อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียจะดำเนินการทั้งสองวิธีควบคู่กัน เพื่อรับมือกับไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ป่าและที่ดินในจังหวัดสุมาตราใต้
“การโปรยน้ำแข็งแห้งมีเป้าหมายเฉพาะเพื่อกระจายกลุ่มควัน ขณะที่ปฏิบัติการ OMC ยังคงดำเนินต่อไปเพื่อกระตุ้นให้เกิดฝนเทียมสำหรับดับไฟ เราจึงพยายามดำเนินมาตรการทุกด้าน” ดูดุงกล่าว
จังหวัดสุมาตราใต้เป็นพื้นที่แรกของอินโดนีเซียที่ได้รับเลือกให้ทดลองใช้เทคนิคดังกล่าว โดยดูดุงระบุว่า ปฏิบัติการนี้ดำเนินการตามคำสั่งโดยตรงของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบจากไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ป่าและที่ดิน