
ไฟป่าในอินโดนีเซียส่งหมอกควันข้ามพรมแดนมายังสิงคโปร์และมาเลเซีย ทำให้คุณภาพอากาศแย่ลงก่อนการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่
ข้อมูลของ IQAir ณ เช้าวันที่ 30 กันยายน 2026 จัดให้ทั้งสองเมืองอยู่ในกลุ่ม 5 เมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก แม้อันดับจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดวัน แต่สถานการณ์ก็น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์กำลังเตรียมจัดการแข่งขันกีฬากลางแจ้งที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
มาเลเซียมีกำหนดจัดการแข่งขัน Formula One ที่สนามเซปังในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการกลับมาจัด F1 ครั้งแรกในรอบ 9 ปี ขณะเดียวกัน กัวลาลัมเปอร์จะจัดการแข่งขัน Standard Chartered Marathon ในวันที่ 3–4 ตุลาคม ผู้จัดงานวิ่งระบุว่ากำลังพิจารณาแผนสำรองหากคุณภาพอากาศแย่ลง
สิงคโปร์มีกำหนดจัด F1 ต่อจากมาเลเซีย โดยกิจกรรมเริ่มวันที่ 9 ตุลาคม แต่ผลกระทบต่อการแข่งขันกลางแจ้งเกิดขึ้นแล้ว เมื่อฮาล์ฟมาราธอนในสิงคโปร์เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนต้องลดระยะทางลงในนาทีสุดท้ายเพราะคุณภาพอากาศไม่ดี ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าการแข่งขัน F1 หรือมาราธอนที่กำลังจะจัดถูกยกเลิก
ความกังวลต่อการแข่งขันวิ่งมีเหตุผลด้านสุขภาพรองรับ หน่วยงานสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ระบุว่า ผลกระทบจากหมอกควันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ระดับมลพิษ รวมถึงระยะเวลาและความหนักของกิจกรรมกลางแจ้ง หากค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” ประชาชนควรลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมากหรือใช้เวลานาน
หมอกควันข้ามพรมแดนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเกือบทุกปีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ Bloomberg ระบุว่าฤดูกาลนี้รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้อินโดนีเซียร้อนและแห้งผิดปกติ ส่งผลให้ไฟที่เกิดจากการถางพื้นที่ด้วยการเผาลุกลามง่ายขึ้น และควบคุมได้ยากขึ้น
ตามข้อมูลนักอุตุนิยมวิทยาที่ Bloomberg อ้างถึง ปริมาณฝนทั่วอินโดนีเซียนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนต่ำกว่าปกติประมาณ 80% ขณะที่ฝนตามฤดูกาลซึ่งปกติช่วยให้ไฟสงบลงก็คาดว่าจะมาช้ากว่าปกติ กระทรวงป่าไม้อินโดนีเซียตรวจพบจุดความร้อน 15,461 จุดในเดือนกันยายน มากกว่าระดับที่พบในปี 2019 และเป็นรองเพียงปี 2015
ผลกระทบรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในอินโดนีเซียเอง ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียระบุว่า ประชาชนกว่า 12.5 ล้านคน ในเจ็ดจังหวัดบนเกาะบอร์เนียวและสุมาตราเผชิญหมอกควันจากไฟป่า ขณะที่จำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าเพิ่มจาก 50,891 รายในวันที่ 1 กันยายน เป็น 113,336 รายในวันที่ 9 กันยายน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่ที่การมองเห็นหรือการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง แต่กระทบสุขภาพของผู้คนในพื้นที่ต้นทางด้วย
รัฐบาลอินโดนีเซียเพิ่มกำลังดับไฟ โดยใช้เครื่องบินมากกว่า 50 ลำในภารกิจทิ้งน้ำและทำฝนเทียม ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้เตือนเมื่อกลางเดือนกันยายนว่า หากฤดูฝนมาช้าตามคาด ไฟป่าอาจดำเนินต่อไปถึงเดือนตุลาคมหรือต้นพฤศจิกายน
สำหรับสิงคโปร์ ณ ช่วงเช้าตรู่วันที่ 30 กันยายน 4 ใน 5 ภูมิภาค มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ หน่วยงานสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ประเมินว่า ฝนอาจช่วยให้บางพื้นที่ดีขึ้น แต่พื้นที่ที่แห้งต่อเนื่องอาจยังมีจุดความร้อนและหมอกควันในระดับสูง
เฟอร์กัส คีติง ผู้ก่อตั้ง WeatherMapping.com ให้ความเห็นกับ Bloomberg ว่า คุณภาพอากาศของสิงคโปร์อาจเปลี่ยนไปในแต่ละวันตามทิศทางลมและฝน แต่ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าสภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องจนทำให้หมอกควันหายไปอย่างรวดเร็ว
ปัญหาครั้งนี้ยังสะท้อนข้อจำกัดของการรับมือไฟป่าที่ส่งผลข้ามพรมแดน สิงคโปร์มีกฎหมายที่เปิดทางให้เอาผิดบริษัทที่ก่อหรือยินยอมให้เกิดไฟไหม้จนสร้างหมอกควันข้ามประเทศ แต่ Bloomberg ระบุว่าการบังคับใช้ยังทำได้ยาก ขณะที่อาเซียนมีแผนความร่วมมือเพื่อควบคุมหมอกควันข้ามพรมแดนระหว่างปี 2023–2030 ซึ่งครอบคลุมการป้องกันและจัดการปัญหาในระดับภูมิภาค
ดังนั้น สิ่งที่ต้องติดตามในระยะสั้นคือคุณภาพอากาศ ณ สถานที่และเวลาจัดการแข่งขัน ว่าจะทำให้ผู้จัดต้องปรับรูปแบบงานหรือไม่ ส่วนในระยะยาว คำถามสำคัญยังอยู่ที่การลดการเกิดไฟตั้งแต่ต้นทาง เพราะเมื่อไฟลุกลามแล้ว ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ภายในพรมแดนอินโดนีเซีย แต่เดินทางไปพร้อมกับหมอกควันถึงประเทศเพื่อนบ้าน
อ้างอิง: Bloomberg, National Environment Agency สิงคโปร์, Reuters