
ใครเป็นสายเกมเมอร์ห้ามพลาดบทความนี้เลย!
สัปดาห์ที่ผ่านมา นักพัฒนาเกมระดับตำนานได้เดินทางมาร่วมงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมทั้งขึ้นรับรางวัล Lifetime Achievement Award บนเวทีหลัก และบรรยายในหัวข้อ "Why We Still Make Games" พร้อมให้สัมภาษณ์สุด Exclusive กับสื่อมวลชน และ Spotlight พร้อมจะมาเล่าให้ฟังแล้ว!
เขาคนนี้คือ จอห์น โรเมโร เป็นนักออกแบบเกมระดับตำนาน ผู้ร่วมก่อตั้ง id Software และหนึ่งในผู้สร้าง Wolfenstein 3D, DOOM และ Quak และเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์เกมมาทุกยุคสมัย ซึ่งปัจจุบันเขาเป็นผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Romero Games
บางคนอาจไม่คุ้นหูกับชื่อ “จอห์น โรเมโร” แต่ถ้าพูดชื่อเกมนี้ เชื่อว่าน้อยคนจะไม่รู้จัก เกม “DOOM” เกมที่ถือว่าเป็นต้นแบบให้กับเกม FPS ทั้งวงการ และใช่ คุณจอห์นนี่แหละคือผู้สร้างเกมนี้
คุณจอห์นได้เล่าถึงเบื้องหลังการสร้างเกม ‘DOOM’ เขากล่าวว่า “ทีมของผมตั้งโจทย์มาตั้งแต่แรกแล้วว่าพวกเราจะต้องสร้างเกมที่ดีที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ และการจะไปถึงจุดนั้น พวกเราต้องรื้อวิธีทำเกมใหม่ทั้งหมด เราเปลี่ยนไปใช้เครื่อง NeXTSTEP Workstation ในการพัฒนาเกมแทนคอมพิวเตอร์ MS-DOS นั่นหมายความว่า เราต้องเขียนเครื่องมือเองใหม่ทั้งหมด ในตอนนั้นเราใช้ภาษาที่เรียกว่า Objective-C เราทำทุกอย่างออกนอกกรอบหมด แทนที่เราจะนั่งวาดพิกเซลทีละจุด เราเปลี่ยนมาใช้กล้องวิดีโอถ่ายโมเดลจริงของตัวละคร และอาวุธ สรุปง่าย ๆ คือ เราเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเลยครับทั้งเครื่องมือ เทคโนโลยี และขั้นตอนการพัฒนา มันเลยทำให้เราสามารถสร้างเกมที่ดีขึ้นได้ครับ”
คุณจอห์นมองว่าจุดเปลี่ยนแรกคือ ‘เกมมือถือ’ โดยเฉพาะ Iphone ที่เปิดตัวในปี 2007 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘Gamification’
จุดเปลี่ยนที่สองคือ ‘AI ในเกม’ อย่าง NPC ที่แชทคุยเรียลไทม์กับผู้เล่นได้เลย ซึ่ง AI ทำให้เกมปล่อยออกมาใหม่เป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันมีเกมเปิดตัวรวมทุกแพลตฟอร์มสูงถึง 30,000 เกมต่อเดือน
Spotlight ได้มีโอกาสถามคุณจอห์นว่า “ในสัมภาษณ์เมื่อปี 2024 คุณเคยบอกไว้ว่าเกมของคุณไม่ใช้ Generative AI เลย แต่หลังจากผ่านมาแล้วถึง 2 ปี ตอนนี้คุณเปลี่ยนใจแล้วหรือยัง” และคำตอบของเขาคือ “ไม่”
คุณจอห์นกล่าวว่า “เกมของเราไม่ใช้ generative AI เลย ไม่ใช่เพราะเราปิดกั้นนะครับ แต่เป็นเพราะพวกเราในฐานะนักพัฒนาเกม พวกเราชอบที่จะทำเกม และออกแบบเกมครับ! มันไม่สนุกเอาซะเลยถ้าพวกเราบอกให้ AI เป็นคนทำให้ พวกเราเลยเลือกจะทำเองครับ เพราะเราสนุกกับมันจริง ๆ”
จอห์นกล่าวเพิ่มเติมว่า “ถ้าคุณเป็นโปรเกรมเมอร์มือใหม่ คุณต้องเขียนโค้ดเองคุณถึงจะเก่งขึ้น ถ้าคุณใช้แต่ AI คุณก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย คุณต้องทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ครั้งจนกว่าคุณจะเข้าใจการทำงานของมันอย่างแท้จริง! คุณสมารถใช้ AI ช่วยคุณหาจุดที่พลาดได้ แต่คุณต้องแก้ไขมันด้วยตัวคุณเอง ไม่งั้นคุรไม่มีทางที่จะเป็น Senior Engineer ได้เลยถ้าคุณไม่ทำเอง”
คุณจอห์นได้สรุปสั้น ๆ ว่า “ดังนั้นสำหรับผมจึงสำคัญมากที่จะห้ามมือใหม่ของผมใช้ AI มากเกินไป เพราะผมรู้ว่าพวกเราในฐานะ ‘มนุษย์’ สามารถทำได้ดีกว่า ‘AI’ อย่างแน่นอน”
นอกจากเรื่องการใช้ AI ช่วยสร้างเกมแล้ว จอห์นยังได้กล่าวถึงสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของการทำเกม นั่นคือ ‘ความเป็นมนุษย์’
คุณจอห์นมองว่า AI ได้แค่ต่อยอดไอเดียจากคนที่เคยทำมาแล้ว แต่ AI ไม่สามารถสร้างไอเดียขึ้นมาใหม่ได้ เขาได้กล่าวว่า “การทำเกมมีมากกว่าการสร้างมันขึ้นมา คุณต้องใส่ความรู้สึกจากความเป็นมนุษย์ของคุณลงไปว่า ‘คุณต้องการจะเห็นอะไรในเกมนี้กันนะ?’”
คุณจอห์นกล่าวเพิ่มเติม “ในฐานะนักออกแบบเกม คุณจำเป็นต้องมองเห็นอนาคต เพราะเกมไม่ได้สร้างเสร็จใน 1 วัน แต่มันใช้เวลานาน 3-5 ปี ดังนั้นคุณต้องอ่านเกมปัจจุบันให้ออก และมองถึงอนาคตว่าผู้เล่นต้องการอะไร และจะตื่นเต้นกับอะไร และนั่นแหละคือสิ่งที่ AI ทำไมไ่ด้ เพราะมันใช้ทั้งสัญชาตญาณ การวิเคราะห์ และความรู้สึกจากข้างใน”
ปัญหาที่เหล่านักเทค และเกมเมอร์กำลังพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “ราคาการ์ดจอ” ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคุณจอห์นบอกว่า “ผมว่าเกมใหม่ ๆ จะไม่เป็นเกมที่บังคับให้ผู้เล่นต้องใช้ GPU ที่แรงขึ้น พวกเขาจะคงสเปกเดิมเอาไว้ พูดง่าย ๆ ว่า ในฐานะนักออกแบบเกม ถ้าเราไม่ทำเกมที่บังคับให้ต้อง GPU ที่แรงขึ้น ก็ไม่มีใครต้องอัปเกรดอะไร พวกเราก็จะช่วยกันประหยัดเงินได้ครับ! ”
คำตอบง่าย ๆ เลยคือ ‘ความชอบ’
คุณจอห์นกล่าวว่า “ยิ่งผมทำเกมมานาน ผมยิ่งเจอวิธีทำใหม่ ๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ซึ่งพอทุกอย่างมันพัฒนา ผมจะไม่อยากทำต่อได้ไงล่ะครับ? ผมว่ามันยิ่งน่าตื้นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ เลยล่ะ”