Logo site Amarintv 34HD
Big Rewardslogo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
TU กำไร Q3/69 โต 16.2% เร่งขยายสินค้า Premium ดันมาร์จิ้น
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

TU กำไร Q3/69 โต 16.2% เร่งขยายสินค้า Premium ดันมาร์จิ้น

2 พ.ย. 69
20:16 น.
แชร์

ท่ามกลางต้นทุนด้านพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ยังคงรักษาการเติบโตของธุรกิจได้ต่อเนื่อง โดยผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น ทั้งกำไรจากการดำเนินงานที่เติบโต 16.2% และอัตรากำไรขั้นต้นที่กลับมายืนเหนือระดับ 20% เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน

นอกจากผลประกอบการในไตรมาส 3 ที่เติบโตแล้ว ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปียังมียอดขายเพิ่มขึ้น 4% และกำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 7.8% ผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลส่วนหนึ่งจากการที่ไทยยูเนี่ยนเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Strategy 2030 ผ่านการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียม การสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ การลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโต และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต

ยอดขาย Q3 โตต่อ 3.4% กำไรจากการดำเนินงานเพิ่ม 16.2%

ไตรมาส 3/2569 TU มียอดขาย 35,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.4% นับเป็นการรักษาระดับเหนือ 20% ได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 สะท้อนความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักและยกระดับความสามารถในการทำกำไร โดยบริษัทสามารถสร้างยอดขายและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่เหนือระดับ 20% ได้เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน

“ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Strategy 2030 อย่างมีวินัย ซึ่งรวมถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของไทยยูเนี่ยนและการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียม การยกระดับประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ตลอดจนการผสานพลังความร่วมมือระหว่างธุรกิจต่าง ๆ ภายในกลุ่มบริษัท”

อาหารทะเลแปรรูปแบรนด์ TU โต 6.9% เดินหน้าขยายพอร์ตพรีเมียม

หนึ่งในธุรกิจที่มีการเติบโต คือ ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปภายใต้แบรนด์ของไทยยูเนี่ยน ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากการลงทุนด้านการตลาด การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ ๆ การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย และการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ไทยยูเนี่ยน โดยการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์พรีเมียมของ King Oscar ในสหรัฐฯ พร้อมพัฒนาแบรนด์ Parmentier ให้เป็นแบรนด์พรีเมียม ควบคู่ไปกับการปรับโฉมแบรนด์ในตลาดสำคัญ

ขณะเดียวกัน ไทยยูเนี่ยนยังได้นำขีดความสามารถระดับโลกของกลุ่มบริษัท มาต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อทูน่าฉีก (Pulled Tuna) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เปิดตัวภายใต้ 5 แบรนด์ของไทยยูเนี่ยนในภูมิภาคยุโรป ซึ่งไทยยูเนี่ยนระบุว่า ความพยายามเหล่านี้ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรีเมียมและยกระดับอัตรากำไรของธุรกิจหลัก

i-Tail ซื้อกิจการผู้ผลิตขนมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ 5.3 พันล้านบาท

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ในธุรกิจหลักแล้ว ไทยยูเนี่ยนยังเดินหน้าลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทลูกของไทยยูเนี่ยนเข้าซื้อกิจการบริษัท เฟลป์ส เพ็ท โปรดักส์ ผู้ผลิตขนมสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมในสหรัฐฯ ด้วยมูลค่า 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,300 ล้านบาท

ขณะที่บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัท Thai Union Feedmill Ecuador S.A.S. เพื่อลงทุนในโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำในประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการลงทุนของกลุ่มไทยยูเนี่ยนในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโต

ไทยยูเนี่ยนระบุว่า การลงทุนทั้งสองรายการเป็นการต่อยอดขีดความสามารถของกลุ่มบริษัทในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ผ่านการมองหาโอกาสลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัท พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในภูมิภาคอเมริกา

9 เดือน ยอดขายโต 4% อัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุด

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ไทยยูเนี่ยนมียอดขายเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดสำหรับผลประกอบการช่วง 9 เดือน และกำไรต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้น 7.8% อยู่ที่ 0.97 บาท

ไทยยูเนี่ยนระบุว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกสะท้อนแรงส่งที่แข็งแกร่งก่อนเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี โดยนายธีรพงศ์กล่าวว่า จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรก ทำให้เชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายผลการดำเนินงานปี 2569 ได้ตามที่คาดการณ์ไว้

ปรับแนวทางจัดสรรเงินทุน เน้นลงทุนธุรกิจสร้างผลตอบแทนสูง

ด้านการบริหารเงินทุน ไทยยูเนี่ยนเดินหน้ายกระดับแนวทางการจัดสรรเงินทุนให้มีความแม่นยำและตรงจุดมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนสูงสุด ควบคู่กับการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนและแนวทางการจัดหาเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน ไทยยูเนี่ยนระบุว่า ความยั่งยืนยังคงเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางด้านการเงิน รวมถึงการระดมทุนผ่าน Blue Finance หรือการบริหารจัดการเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ท้องทะเล เพื่อให้การดำเนินกลยุทธ์ด้านการเงินสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว

นายธีรพงศ์กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยนมุ่งจัดสรรการลงทุนภายใต้ทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ทั้งการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ การขยายฐานผลิตภัณฑ์พรีเมียม และการจัดสรรเงินทุนในโอกาสทางธุรกิจที่จะช่วยสร้างคุณค่าสูงสุดให้กับองค์กร

“เราเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ Strategy 2030 จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนให้ไทยยูเนี่ยนสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้นในระยะยาว” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TU กล่าว

แชร์
TU กำไร Q3/69 โต 16.2% เร่งขยายสินค้า Premium ดันมาร์จิ้น