
ธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโตได้ดี จากกระแส ‘Pet Humanization’ หรือการเลี้ยงสัตว์อย่างดีเสมือนเลี้ยงลูก ที่ส่งผลให้ความต้องการอาหารสัตว์แบบพรีเมียมเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป
สภาพแวดล้อมดังกล่าวนี้ช่วยให้ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC สร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง รายได้ในไตรมาส 1/2569 ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แม้ว่าต้องเผชิญความท้าทายจากการค้าที่ผันผวนและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มียอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐ 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 28.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (คิดเป็น 5,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8%) จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้ารายสำคัญในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งรายได้ดังกล่าวทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ IPO ในไตรมาสที่ 4 ปี 2565
ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนมาจากยอดขายและปริมาณการขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุง (ไม่รวม transformation costs) อยู่ที่ 991 ล้านบาท เติบโต 24.9%
ส่วนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.3% สะท้อนสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เพิ่มสูงขึ้นเป็น 51.5% ของยอดขายรวม
หนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญของ ITC คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมสัตว์เลี้ยง ซึ่งคิดเป็น 20.8% ของยอดขายรวม และเติบโตถึง 95.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากกระแสสินค้าพรีเมียม ความตระหนักในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ขนมรูปแบบ Lickable
ทั้งนี้ อัตราการเติบโตและสัดส่วนยอดขายตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น
ในเชิงภูมิศาสตร์ ยอดขายของ ITC เติบโตในทุกตลาด โดยอเมริกายังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของบริษัทอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก และลูกค้าในกลุ่ม Private Label เป็นปัจจัยการเติบโตสำคัญ ขณะที่ตลาดยุโรปส่งสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่ง
สำหรับอัตราการเติบโตและสัดส่วนยอดขายตามภูมิภาค
รอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ ITC ที่ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดในไตรมาสดังกล่าวนี้ สะท้อนการดำเนินกลยุทธ์ที่มีความต่อเนื่อง การยกระดับประสิทธิภาพ และการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนช่วยผลักดันทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับแข็งแกร่ง
“แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ผันผวน แต่ลูกค้ายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของเราในด้านนวัตกรรม ความยั่งยืน และศักยภาพระดับโลกในการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITC กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่อยู่ในระดับที่ดีในทุกภูมิภาค บวกกับความร่วมมือใกล้ชิดระหว่าง ITC กับลูกค้า ในการบริหารจัดการปริมาณคำสั่งซื้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานยังสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัว ประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์ความผันผวน และความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้า
สำหรับแนวโน้มทั้งปี 2569 ITC ยังคงยืนประมาณการทั้งปีในระดับเดิม เพื่อสะท้อนมุมมองต่อภาพรวมผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน จะติดตามพัฒนาการสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งปี
ITC ประมาณการผลการดำเนินงานปี 2569 ดังนี้
“แม้เหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสแรก แต่บริษัทได้มีการดำเนินมาตรการเชิงรุกและทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการผลกระทบทางอ้อมที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ เราเชื่อมั่นว่าเราจะยังคงสามารถส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระยะยาว” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITC กล่าว