
สงครามไม่เคยมีผู้ชนะอย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าฝ่ายใดจะครอบครองดินแดนได้มากเพียงใด สิ่งที่สูญเสียไปย่อมมีค่ามากกว่าพื้นที่บนแผนที่เสมอ
แม้สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะดำเนินเข้าสู่ปีที่ 5 แต่ยูเครนยังคงเดินหน้าสร้างพันธมิตรทั่วโลก ทั้งเพื่อรับมือกับสงครามในปัจจุบัน และวางรากฐานสำหรับการฟื้นฟูประเทศในอนาคต
ในโอกาสครบรอบ 35 ปีแห่งการประกาศเอกราชของยูเครน สถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทยได้จัดเทศกาลภาพยนตร์ยูเครน ครั้งที่ 2 พร้อมอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดของประเทศ
ซึ่งทาง Spotlight ได้มีโอกาสไปร่วมงานดังกล่าว เลยจะมาเล่าอัพเดทสถานการณ์ให้ฟังกัน!
นับตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทยเผยว่า รัสเซียได้โจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธกว่า 144 ลูก โดรนกว่า 1,900 ลำ และระเบิดอีกกว่า 1,600 ลูก สะท้อนให้เห็นว่าสงครามยังคงสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ยูเครนประเมินว่าการฟื้นฟูประเทศตลอดระยะเวลา 10 ปีข้างหน้าจะต้องใช้งบประมาณกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 19.5 ล้านล้านบาท ครอบคลุมโครงการด้านพลังงาน การก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การเกษตร และเทคโนโลยี
สำหรับยูเครน ตัวเลขมหาศาลนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความเสียหายจากสงคราม แต่ยังหมายถึงโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่สำหรับพันธมิตรจากทั่วโลก โดยประเทศไทยเองได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อการฟื้นฟูยูเครนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมแถลงจุดยืนในนามของนายกรัฐมนตรี ซึ่งรัฐบาลยูเครนกล่าวขอบคุณต่อการสนับสนุนดังกล่าวในงานเปิดตัวเทศกาลหนังเมื่อวานนี้
อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทยยังเผยอีกว่า ยูเครนหวังจะเห็นบริษัทไทยเข้ามามีบทบาทในการบูรณะประเทศ เพราะผู้ที่เข้ามาลงทุนตั้งแต่ระยะแรกจะมีความได้เปรียบอย่างมากในอนาคต พร้อมกล่าวว่า ยูเครนจะจดจำทุกประเทศ และทุกบริษัทที่ยืนหยัดเคียงข้างพวกเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
นอกเหนือจากการสนับสนุนอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน ซึ่งฝ่ายยูเครนมองว่า เป็นการยืนหยัดเคียงข้างกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว ทั้งสองประเทศยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องด้วย
ล่าสุดไทย และยูเครนได้จัดตั้ง "หอการค้าไทย-ยูเครน" เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า และการลงทุน โดยยูเครนยังคงเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตร และอาหารรายสำคัญของโลก ยูเครนจึงมองเห็นโอกาสในการขยายความร่วมมือกับไทย ทั้งด้านการเกษตร การขนส่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอวกาศ
แม้สงครามจะยังไม่สิ้นสุด แต่อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทยย้ำว่า ยูเครนยังคงพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านโดรนของโลก
ในปีนี้ ยูเครนสามารถผลิตโดรนได้ถึง 10 ล้านลำ และตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 20 ล้านลำต่อปีในอนาคต พร้อมทั้งสะสมองค์ความรู้ด้านการป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธและการรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งประสบการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นองค์ความรู้ที่สามารถแบ่งปันกับพันธมิตรทั่วโลก
นอกจากนี้ แม้จะอยู่ภายใต้สงคราม ยูเครนก็ยังคงรักษาบทบาทด้านความมั่นคงทางอาหารของโลก และเดินหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งฝ่ายยูเครนหวังว่า ให้เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่ประเทศจะก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกอย่างเต็มรูปแบบ
ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 35 ปีแห่งการประกาศเอกราชของยูเครน หลังประเทศซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปีได้กลับคืนสู่แผนที่โลก พร้อมกำหนดบทบาทของตนเองในฐานะประเทศผู้รักสันติ และสมาชิกที่มีความรับผิดชอบของประชาคมระหว่างประเทศ
ยูเครนเคยสละคลังอาวุธนิวเคลียร์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เพื่อร่วมสร้างโลกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบอบประชาธิปไตย และส่งกำลังพลเข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติในหลายพื้นที่ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม วันนี้ประเทศที่เคยเลือกเส้นทางแห่งสันติกลับต้องเผชิญสงครามครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของยุโรปในศตวรรษที่ 21
อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทยกล่าวว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทเรื่องดินแดน แต่เป็นบททดสอบของกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศที่มีไว้เพื่อคุ้มครองทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่หรือประเทศเล็ก พร้อมกล่าวหารัสเซียว่าได้ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ อนุสัญญาเจนีวา และหลักกฎหมายระหว่างประเทศหลายประการ
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ยูเครนยังคงรำลึกถึง คือโศกนาฏกรรมโอเลนิฟกา (Olenivka) ซึ่งเรือนจำที่ใช้ควบคุมเชลยศึกชาวยูเครนถูกโจมตี ส่งผลให้ทหารจากกรมอาซอฟเสียชีวิตมากกว่า 50 นาย และบาดเจ็บอีกกว่า 140 นาย ขณะที่ทหาร พลเรือน และผู้สื่อข่าวจำนวนมากยังคงถูกรัสเซียควบคุมตัว
ผลกระทบของสงครามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสนามรบ แต่ยังลุกลามไปถึงวงการกีฬา ศิลปะ และชีวิตประจำวัน โดยมีนักกีฬาชาวยูเครนเสียชีวิตแล้วมากกว่า 680 คน ประชาชนกว่า 10 ล้านคนต้องพลัดถิ่น พลเรือนหลายหมื่นคนเสียชีวิต ขณะที่ทหารราว 50,000 นายเสียชีวิต และอีกประมาณ 400,000 นายได้รับบาดเจ็บ รวมถึงยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก
แม้สงครามจะเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินยูเครน แต่ผลกระทบได้ขยายวงกว้างไปไกลกว่าพรมแดนของประเทศ โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กองกำลังรัสเซียได้โจมตีเรือขนส่งสินค้าพลเรือนหลายลำในทะเลดำ ส่งผลให้การเดินเรือในเส้นทางขนส่งสินค้าของยูเครนหยุดชะงัก มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง
อุปทูตฯ เผยว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ได้มุ่งเป้าเพียงยูเครนหรือเรือสินค้าแต่ละลำเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ ห่วงโซ่อุปทานโลก และความมั่นคงทางอาหารของโลก เนื่องจากมีเป้าหมายในการขัดขวางการส่งออกสินค้าเกษตรของยูเครน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกธัญพืชรายสำคัญของโลก จนยูเครนต้องเรียกประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันกดดันให้รัสเซียยุติการโจมตีเรือพลเรือน และโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ
ทางยูเครนยืนยันว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ประเทศสนับสนุนการสร้างสันติภาพที่ครอบคลุม เป็นธรรม และยั่งยืน พร้อมเปิดรับการเจรจากับรัสเซียในพื้นที่ที่เป็นกลางก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว
อย่างไรก็ตาม ทางยูเครนมองว่า รัสเซียยังไม่ได้แสดงท่าทีที่สะท้อนความตั้งใจในการยุติสงครามอย่างแท้จริง แต่ยังคงยืนกรานให้ยูเครนถอนกำลังออกจากดินแดนของตนเองในภูมิภาคโดเนตสก์ และลูฮันสก์ ซึ่งยูเครนเห็นว่าไม่ใช่การประนีประนอม หากแต่เป็นการเปิดทางให้รัสเซียเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป
อุปทูตฯ กล่าวเสริมว่า แม้ผู้นำหลายประเทศ รวมถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเรียกร้องให้ยุติการสู้รบมาอย่างต่อเนื่อง แต่รัสเซียยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหาร ทำให้ยูเครนเชื่อว่าการสร้างแรงกดดันทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร รวมถึงการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตร และการสนับสนุนจากพันธมิตรระหว่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การยุติสงคราม และการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน
ในการฉลองครบรอบ 35 ปีนี้ เสียงปืนอาจดังก้องเหนือท้องฟ้า ควันไฟอาจบดบังเส้นขอบเมือง และสงครามอาจพรากชีวิตผู้คน ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังบนผืนดิน แต่ไม่อาจพรากเรื่องราวที่ฝังรากอยู่ในความทรงจำของผู้คนได้
วัฒนธรรมไม่ใช่เพียงอาคารหรือโบราณสถาน หากแต่อยู่ในภาษา ความเชื่อ บทเพลง ภาพยนตร์ และวิถีชีวิตที่ผู้คนส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สิ่งเหล่านี้คือรากที่ยึดโยงผู้คนเข้ากับบ้านเกิด แม้ในวันที่บ้านหลังนั้นจะเหลือเพียงเถ้าถ่าน
ทุกคนสามารถไปชมเรื่องราวของยูเครนผ่านภาพยนตร์หลากหลายแนว ทั้งภาพยนตร์ชีวประวัติ ดราม่า ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ และผจญภัยสำหรับครอบครัว รวมถึงสารคดีร่วมสมัย ถ่ายทอดมิติของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ความเข้มแข็ง และประสบการณ์ของชาวยูเครนในปัจจุบัน ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ในวันที่ 5-6 สิงหาคม 2569 เข้าชมได้ฟรี โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า