
Cybersecurity อาจกลายเป็นหนึ่งในตลาดงานที่เติบโตเร็วที่สุดในยุค AI หลังโมเดลปัญญาประดิษฐ์มีความสามารถสูงขึ้นจนสามารถค้นหาและเจาะช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทั้งรูปแบบและความรุนแรงของภัยคุกคามทางไซเบอร์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
Aaron Levie ซีอีโอของ Box มองว่า การใช้ AI ในงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์กำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตแบบก้าวกระโดด และอาจผลักดันให้ Cybersecurity กลายเป็น “หนึ่งในสายงานที่จะเติบโตมากที่สุด”
เมื่อภัยคุกคามมีจำนวนมากขึ้นและเคลื่อนตัวเร็วขึ้น บริษัทต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องลงทุนในระบบที่สามารถจัดลำดับความสำคัญของการแจ้งเตือน ตรวจสอบความเสี่ยง แนะนำแนวทางแก้ไข และดำเนินการรับมือได้โดยอัตโนมัติ Levie คาดว่า แนวโน้มนี้จะนำไปสู่การลงทุน “มหาศาล” ทั้งในเทคโนโลยีและบุคลากรที่สามารถนำระบบมาใช้งานได้จริง ขณะที่มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลและตัดสินใจในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง
สัญญาณดังกล่าวเริ่มสะท้อนผ่านทั้งความคึกคักของหุ้นกลุ่ม Cybersecurity และทิศทางของตลาดแรงงาน สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ คาดว่า ตำแหน่งนักวิเคราะห์ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาชีพหลักของอุตสาหกรรม จะเติบโต 21% ระหว่างปี 2025-2035 และติดอยู่ใน 20 อันดับอาชีพที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ได้มีรูปแบบเหมือนเดิมทั้งหมด เพราะ AI กำลังเข้ามารับช่วงงานซ้ำ ๆ ขณะเดียวกันก็ยกระดับความคาดหวังที่นายจ้างมีต่อทักษะและประสบการณ์ของบุคลากรตั้งแต่วันแรกของการทำงาน
ผู้บริหารในแวดวงความมั่นคงไซเบอร์เตือนมานานหลายปีว่า ภัยคุกคามกำลังรุนแรงและซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา คำเตือนดังกล่าวเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันระบบ ขณะเดียวกันก็อาจช่วยให้ผู้โจมตีค้นหาและเจาะช่องโหว่ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม
Anthropic เตือนว่าโมเดล Mythos ของบริษัทอาจถูกนำไปใช้ค้นหาและเจาะช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ ส่วนเมื่อเดือนกรกฎาคม โมเดลของ OpenAI สามารถเข้าถึงชุดข้อมูลภายในของ Hugging Face ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI แบบโอเพนซอร์ส เหตุการณ์เหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่า ความเสี่ยงจาก AI ไม่ได้เป็นเพียงข้อกังวลในเชิงทฤษฎีอีกต่อไป
กระแสความกังวลยิ่งร้อนแรงขึ้นหลัง Jacob Coxon นักวิจัยของ Anthropic ลาออกจากบริษัท พร้อมกล่าวหาว่าห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำกำลัง “เอาชีวิตของมนุษย์มาเดิมพัน” คำพูดดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างถึงความเสี่ยงจากการแข่งขันพัฒนา AI ที่กำลังเร่งตัวขึ้น
Grant Bourzikas ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยของ Cloudflare มองว่า AI ไม่ได้ทำให้อุตสาหกรรม Cybersecurity เปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่กำลัง “ติดจรวด” ให้ทั้งฝ่ายโจมตีและฝ่ายป้องกัน เพราะการโจมตีที่เคยใช้เวลาหลายวันหรือหลายชั่วโมง วันนี้อาจเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่วินาที
เมื่อการโจมตีเกิดขึ้นด้วยความเร็วระดับนี้ ทีมรักษาความปลอดภัยย่อมแทบไม่มีเวลาตอบสนองด้วยกำลังคนเพียงอย่างเดียว การป้องกันด้วยความเร็วระดับเครื่องจักรจึงกลายเป็น “พื้นฐานของการอยู่รอด” และทำให้องค์กรต้องนำ AI มาใช้ตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI อีกทอดหนึ่ง
Levie มองว่า ยิ่งความเสี่ยงรูปแบบใหม่ปรากฏชัดขึ้น อุตสาหกรรม Cybersecurity ก็ยิ่งมีแนวโน้มดึงดูดทั้งเม็ดเงินลงทุนและบุคลากร โดยเงินทุนจะไหลไปยังเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญที่สามารถกำกับดูแลให้ระบบเหล่านี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม โอกาสเติบโตดังกล่าวกำลังเผชิญกับคอขวดสำคัญ เพราะอุตสาหกรรม Cybersecurity ขาดแคลนบุคลากรมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง
Bourzikas ระบุว่า การแข่งขันแย่งชิงวิศวกรที่เชี่ยวชาญทั้งด้าน AI และความมั่นคงปลอดภัยกำลัง “ร้อนแรงถึงขีดสุด”
ปัญหานี้ยิ่งเห็นได้ชัดในทีมรักษาความปลอดภัย ซึ่งต้องรับมือกับการแจ้งเตือนจำนวนมหาศาลภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา บุคลากร และทรัพยากร
แม้ AI อาจยังไม่ช่วยลดภาระเหล่านี้ได้ทันที แต่ Bourzikas มองว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากการไล่ “ดับไฟเฉพาะหน้า” ไปสู่การบริหารและลดความเสี่ยงอย่างเป็นระบบมากขึ้น
นอกจากพนักงาน Cybersecurity ที่เป็นมนุษย์แล้ว AI Agent อาจช่วยอุดช่องว่างด้านบุคลากรด้วยการรับช่วงงานซ้ำ ๆ เช่น การคัดกรองและจัดลำดับการแจ้งเตือน รวมถึงการรวบรวมข้อมูล
ที่ Cloudflare ทีมของ Bourzikas นำ AI Agent มากกว่า 250 ตัวไปใช้งานจริงภายในเวลา 9 เดือน เพื่อดูแลมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน และเปิดทางให้พนักงานหันไปให้ความสำคัญกับการป้องกันเชิงรุกมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บทบาทของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ขยับไปในทิศทางคล้ายกับวิศวกรซอฟต์แวร์ การปกป้ององค์กรไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเฝ้าดูแดชบอร์ดหรือจัดการการแจ้งเตือน แต่ครอบคลุมถึงการรักษาความปลอดภัยของกระบวนการทำงานของโมเดล การไหลเวียนของข้อมูล และ AI Agent ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ จากความเสี่ยงอย่าง Prompt Injection และ Data Poisoning
“ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยต้องเปลี่ยนจากการอ่านแดชบอร์ด ไปสู่การออกแบบระบบ AI-native ที่แข็งแกร่งและรับมือกับความเสี่ยงได้” Bourzikas กล่าว
M.K. Palmore อดีตผู้อำนวยการของ Google ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI มานานหลายสิบปี มองว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงงานที่ต้องตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก โดยเฉพาะงานนักวิเคราะห์ประจำศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัย
หาก AI สามารถรับหน้าที่คัดกรองและจัดลำดับความสำคัญของการแจ้งเตือนได้ งานระดับเริ่มต้นบางส่วนก็อาจถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ผลที่ตามมาคือ เกณฑ์การเข้าสู่อาชีพ Cybersecurity อาจสูงขึ้น โดยผู้สมัครรุ่นใหม่ต้องแสดงให้เห็นถึงวิจารณญาณ ทักษะเฉพาะทาง และประสบการณ์ทำงานจริงตั้งแต่เริ่มต้น
มุมมองนี้แตกต่างจาก Bourzikas ซึ่งเชื่อว่าจำนวนแรงงานในอุตสาหกรรมจะยังเติบโตต่อไป ขณะที่ Palmore ประเมินว่า ในท้ายที่สุดอุตสาหกรรม Cybersecurity อาจต้องการคนน้อยลง แต่บุคลากรที่ยังเป็นที่ต้องการจะต้องมีทักษะที่แตกต่างและก้าวหน้ากว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองฝ่ายจะประเมินทิศทางของจำนวนงานต่างกัน แต่ต่างเห็นตรงกันว่า ลักษณะงาน Cybersecurity กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน การติดตามพัฒนาการล่าสุดและเรียนรู้ทักษะใหม่อย่างต่อเนื่องจึงยิ่งมีความสำคัญ โดย Palmore เตือนว่า “ยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณต้องเรียนรู้และติดตามอย่างต่อเนื่อง หากต้องการรักษาความสำคัญของตัวเองเอาไว้ในตลาดแรงงาน”
ที่มา: Business Insider