
เวลาดูข่าวเศรษฐกิจและการลงทุน เรามักได้ยินคำว่า บอนด์ยีลด์ (Bond Yield) โดยเฉพาะข่าวที่พูดถึง “Bond Yield ปรับขึ้น” หรือ “Bond Yield ปรับลง” ซึ่ง Bond Yield ของพันธบัตรรัฐบาลเป็นหนึ่งในตัวเลขสำคัญ
ที่นักลงทุนทั่วโลกติดตาม
แต่ Bond Yield คืออะไร? ทำไมอัตราผลตอบแทน (Yield) ระยะสั้นและระยะยาวจึงเคลื่อนไหวแตกต่างกันได้ และแม้เราไม่ได้ลงทุน ในพันธบัตรรัฐบาลโดยตรงข่าวการเคลื่อนไหวของ Bond Yield เกี่ยวข้องกับเราอย่างไร?
บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาการสัมภาษณ์ คุณสงวน จุงสกุล (ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่าย Investment and Markets Research Team, Global Markets Group ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในรายการ “Bond Talk รอบรู้เรื่องหุ้นกู้” อ่านเกมเศรษฐกิจผ่าน Bond Yield เพื่อทำความเข้าใจว่า Bond Yield คืออะไร และทำไมการเปลี่ยนแปลงของ Bond Yield จึงเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ช่วยให้เราเข้าใจทิศทางของตลาดการเงินได้มากขึ้น
Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรหรือตราสารหนี้ คือ อัตราผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้ หากเปรียบเทียบง่าย ๆ เวลานำเงินไปฝากธนาคาร เรามักดูอัตราดอกเบี้ยเพื่อประกอบการตัดสินใจ ส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ นักลงทุนก็จะดู Yield เพื่อช่วยพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุนเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของ Bond Yield ไม่ได้มีเพียงการใช้พิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุนเท่านั้น โดยเฉพาะ Government Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงสำคัญในตลาดตราสารหนี้
เนื่องจากพันธบัตรรัฐบาลโดยทั่วไปมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่าตราสารหนี้ภาคเอกชน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจึงถูกนำมาใช้เป็น Benchmark หรือเกณฑ์อ้างอิง ในตลาด เช่น ใช้ประกอบการกำหนดราคาและประเมินมูลค่าตราสารหนี้ประเภทอื่น
เวลาได้ยินว่า “Bond Yield ขึ้น” หรือ “Bond Yield ลง” สิ่งที่ควรดูต่อคือ เป็น Yield ของพันธบัตรช่วงอายุใด เพราะ Yield ระยะสั้นและระยะยาวอาจเคลื่อนไหวแตกต่างกัน เนื่องจากมีปัจจัยที่ส่งผลไม่เหมือนกันดังนี้
Bond Yield ของพันธบัตรระยะสั้น เช่น อายุประมาณ 1–2 ปี มักเคลื่อนไหวใกล้ชิดกับ อัตราดอกเบี้ยนโยบายและความคาดหวังของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า ตัวอย่างเช่น หากตลาดคาดว่าธนาคารกลางมีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ย Yield ระยะสั้นก็อาจปรับลดลงล่วงหน้า เพื่อสะท้อนความคาดหวังดังกล่าว
เมื่ออายุของพันธบัตรยาวขึ้น เช่น 5 ปี 10 ปี หรือมากกว่านั้น นอกจากความคาดหวังต่อทิศทางดอกเบี้ยแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น เช่น แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ อุปสงค์และอุปทานของพันธบัตร รวมถึงปัจจัยด้านการคลัง จึงทำให้ Yield ระยะยาวอาจเคลื่อนไหวแตกต่างจาก Yield ระยะสั้นได้
แม้ว่าเราไม่ได้ลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นกู้โดยตรง การเคลื่อนไหวของ Bond Yield ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะ Bond Yield เชื่อมโยงกับทั้ง อัตราดอกเบี้ย เศรษฐกิจ ต้นทุนทางการเงิน และตลาดการลงทุน ดังนี้
การติดตาม Bond Yield โดยเฉพาะ Yield ระยะสั้นที่มักเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายและความคาดหวังของตลาด ดังนั้น การติดตาม Yield ระยะสั้นจึงช่วยให้เราเห็นว่า ตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มไปในทิศทางใด
การดู Bond Yield ในแต่ละช่วงอายุควบคู่กัน ช่วยให้เราเห็นความคาดหวังของตลาดที่มีต่อดอกเบี้ย เศรษฐกิจ และเงินเฟ้อได้มากขึ้น โดยต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่นที่มีผลต่อ Yield ด้วย
Government Bond Yield เป็นอัตราอ้างอิงสำคัญในตลาดตราสารหนี้ และถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรและหุ้นกู้ รวมถึงการประเมินมูลค่าตราสารหนี้
ดังนั้น Bond Yield จึงไม่ใช่ข้อมูลเฉพาะสำหรับผู้ลงทุนในพันธบัตร แต่เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ช่วยให้เราเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่าง ดอกเบี้ย เศรษฐกิจ และตลาดการเงิน ได้มากขึ้น
เมื่อเห็นข่าวว่า “Bond Yield ขึ้น” หรือ “Bond Yield ลง” ไม่ควรดูเพียงว่าตัวเลขเปลี่ยนแปลงเท่าไร แต่ควรดูต่อว่า เป็น Yield ของพันธบัตรช่วงอายุใด และมีปัจจัยอะไรอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวนั้น
เพราะ Yield ระยะสั้นและระยะยาวอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยที่แตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เราใช้ข้อมูล Bond Yield ประกอบการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดการเงินได้อย่างรอบด้านมากขึ้น