
(18 ก.ย. 2569) ตำรวจทางหลวงชุมพร สนธิกำลังไล่สกัดจับกุมขบวนการขนยาเสพติดลงใต้ ไล่ล่าระทึกไกลกว่า 100 กิโลเมตร ก่อนรถกระบะขนยาเสียหลักเฉี่ยวชนรถบรรทุกจนมุม ตรวจยึดยาบ้า 6.12 แสนเม็ด รวบผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง 3 ราย เผยหนึ่งในนั้นเป็นอดีตตำรวจถูกให้ออกจากราชการทำหน้าที่ขับรถนำทางแจ้งพิกัดด่านตรวจ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 18 ก.ย. 2569 พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร นำกำลังเข้าเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณทางหลวงหมายเลข 4 (ขาล่องใต้) อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคกลางไปส่งยัง จ.สุราษฎร์ธานี
กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ขับตามกันมาโดยเว้นระยะห่างราว 2 กิโลเมตร คันแรกเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียนกาญจนบุรี และคันที่สองเป็นรถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียนกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สังเกตพบว่ารถฟอร์จูนเนอร์ไม่มีผู้โดยสารด้านหลัง แต่ขับนำทางด้วยความเร็วสม่ำเสมอ เชื่อว่าเป็น "รถนำ" คอยสำรวจเส้นทาง จึงนำรถวิทยุตำรวจทางหลวงเข้าส่งสัญญาณไฟและใช้เครื่องขยายเสียงสั่งให้รถกระบะหยุดเพื่อขอตรวจสอบ
ทว่ารถกระบะคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังรถวิทยุตำรวจทางหลวงในพื้นที่รวม 4 คัน พร้อมประสานกล้องวงจรปิดไล่ติดตามสกัดจับเป็นระยะทางยาวนานกว่า 100 กิโลเมตร จนกระทั่งถึงบริเวณหน้าตลาดอวยชัย อ.หลังสวน จ.ชุมพร รถกระบะพยายามกลับรถเพื่อหลบหนีด่านสกัด แต่เกิดเสียหลักไปเฉี่ยวชนกับรถบรรทุกที่วิ่งสวนมาจนรถได้รับความเสียหายไม่สามารถขับต่อไปได้
จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จับกุมคนขับทราบชื่อคือ นายนาย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี บุคคลไม่ได้รับสัญชาติไทย อาศัยใน จ.กาญจนบุรี ตรวจค้นเบาะหลังคนขับพบกระสอบบรรจุ ยาบ้า จำนวน 3 กระสอบ รวม 612,000 เม็ด ประทับอักษร "WY" พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
นายนาย ให้การรับสารภาพว่ามีรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวขับนำหน้าคอยแจ้งพิกัดด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงวิทยุสกัดจับ รถฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าวได้ทันควันเมื่อเวลา 04.45 น. บริเวณ ทล.41 กม.6 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือ นายพิทักษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี (คนขับ) และ นายวรวุธ หรือแจ๊ค (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี อดีตข้าราชการตำรวจที่ถูกให้ออกจากราชการเนื่องจากมีพฤติการณ์เกี่ยวกับยาเสพติด (นั่งเบาะข้าง)
สรุปรายการทรัพย์สินและของกลางที่ตรวจยึด
เบื้องต้นจากการตรวจปัสสาวะพบว่า นายนาย และ นายพิทักษ์ (อดีตตำรวจ) มีสารเสพติดในร่างกาย โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นายนายฯ อ้างว่ารับจ้างขนยาเสพติดเป็นครั้งที่ 2 ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 20,000 บาท โดยมีนายวรวุธและนายพิทักษ์ขับรถนำทางแจ้งเตือนด่านตรวจตลอดเส้นทาง
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาหนัก "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการเผยแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ" พร้อมแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดและขับขี่ขณะมีสารเสพติดเพิ่มเติม ก่อนส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement