Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
รัสเซียขู่ล้างบางอังกฤษ หลังยูเครนโจมตี  คนหวั่น #สงครามโลกครั้งที่ 3
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

รัสเซียขู่ล้างบางอังกฤษ หลังยูเครนโจมตี คนหวั่น #สงครามโลกครั้งที่ 3

18 ส.ค. 69
15:17 น.
แชร์

สัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นประเด็นร้อนสำหรับ #สงครามโลกครั้งที่ 3 หลังพิธีกรโทรทัศน์ของรัสเซียได้ออกมาขู่สหราชอาณาจักรว่าจะยิงนิวเคลียร์ถล่มให้พินาศในเวลาเพียง 2 นาที เหตุจากโดรนที่ผลิตขึ้นโดยอังกฤษถูกยูเครนนำไปใช้โจมตีรัสเซีย แถมยังกล่าวระหว่างออกรายการว่าจะให้เวลาอังกฤษ 3 วันเพื่อ “เรียนรู้วิธีหายใจใต้น้ำ”

Spotlight จะพาไปย้อนรอยเหตุการณ์กันว่า เหตุใดทำไมสถานการณ์ระหว่างรัสเซีย และอังกฤษถึงได้ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นมีการขู่เรื่องสงครามโลกครั้งที่ 3

ยูเครนใช้โดรนจากอังกฤษโจมตีเป้าหมายในรัสเซีย

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (15 สิงหาคม) ยูเครนได้ส่งโดรนจำนวนมากถึง 822 ลำมุ่งหน้าโจมตีเข้าใส่รัสเซีย โดยกว่า 600 ลำพุ่งเป้าไปที่กรุงมอสโกโดยตรง ซึ่งผู้ว่าการมณฑลเผยว่า นี่คือหนึ่งในการโจมตีด้วยโดรนที่ยิ่งใหญ่ และหนาแน่นที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคหลังของมอสโก โดยส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 รายทั่วรัสเซียในคืนเดียว และบาดเจ็บกว่า 39 ราย

นอกจากนี้ ยูเครนยังพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของรัสเซีย รวมถึงคลังสินค้าของ Wildberries บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ที่ได้รับฉายาว่าเป็น “อเมซอนของรัสเซีย” ซึ่งการโจมตีครั้งนี้ของยูเครนได้สร้างความเสียหายให้กับรัสเซียกว่า 3.5 หมื่นล้านปอนด์ หรือราว 1.5 ล้านล้านบาท

ในขณะเดียวกัน มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซียได้มีการออกมายืนยันกับสำนักข่าวต่างประเทศว่า โดรนที่ทางยูเครนโจมตีมานั้น ทางรัสเซียพบชิ้นส่วน และโครงสร้างการตั้งค่าของโดรนที่ผลิตจากอังกฤษในเหตุโจมตีคลังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตคาเมนสกี มณฑลรอสตอฟ 

เบื้องหลังคำขู่ “จมเกาะอังกฤษด้วยโพไซดอน”

หลังจากเหตุการณ์การโจมตีครั้งนั้น ตัวการที่จุดชนวนความตึงเครียดอย่างต่อนเื่องคือ วลาดิเมียร์ โซโลวียอฟ พิธีกรรายการโทรทัศน์ช่องรัฐบาลรัสเซีย ผู้มีฉายาว่า “สุนัขล่าเนื้อทางจอแก้ว” ของวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งวลาดิเมียร์ได้ออกมาเรียกร้องออกอากาศทางโทรทัศน์กับกองทัพรัสเซียว่า ให้พวกเขาใช้ “โพไซดอน” ซึ่งที่เรารู้จักกันดีในนามของ “โดรนนิวเคลียร์ใต้ทะเล” โจมตีเกาะอังกฤษ โดยเขาได้พูดอย่างเยือกเย็นว่า “ให้เวลาพวกอังกฤษสัก 3 วันเรียนรู้วิธีหายใจใต้น้ำ จากนั้นก็ถล่มพวกมันด้วยโพไซดอนซะ” ซึ่งโพไซดอนสามารถทำให้เกิดระเบิดนิวเคลียร์ชายฝั่งเพื่อสร้างคลื่นยักษ์สึนามิกัมมันตรังสีซัดถล่มกลืนกินเกาะอังกฤษ

สองมหาอำนาจกับจุดยืนที่ต่างกันอย่างชัดเจน

สองมหาอำนาจต่างได้ออกมาแสดงออกถึงจุดยืนตัวเองอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายดังนี้

ฝ่ายรัสเซียตราหน้าสหราชอาณาจักรว่าเป็น “ผู้ร่วมก่อการร้าย” และมองว่าสมควรแล้ว  โดยทางสถานทูตรัสเซียเผยว่าอังกฤษกำลังทำหน้าที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด และผู้ร่วมก่ออาชญากรรมนองเลือดรวมถึงการโจมตีของผู้ก่อการร้าย และในขณะเดียวกัน ทางรัสเซียได้มีการกล่าวเตือนอังกฤษอย่างจริงจังว่า “การกระทำของอังกฤษครั้งนี้จะมีผลตอบรับอย่างแน่นอน และยิ่งอังกฤษเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้กมากเท่าใด ราคาที่ต้องจ่ายก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น”  

นอกจากนี้ เหล่านักปลุกปั่น และสมาชิกรัฐสภาสายเหยี่ยวของรัสเซียต่างเห็นตรงกันว่า รัสเซียจำเป็นต้องตอบโต้อังกฤษให้ถึงที่สุด โดยโซโลวียอฟเสนอให้สั่งปิดสถานทูตอังกฤษในมอสโก ไล่นักข่าวอังกฤษทั้งหมดออกจากประเทศ ตลอดจนโจมตีโรงงานผลิตอาวุธในอังกฤษ และจมเรือทุกลำที่ขนส่งอาวุธให้ยูเครน 

ในขณะเดียวกันที่วลาดิเมียร์กล่าวว่า “อังกฤษควรรู้สึกหวาดกลัวได้แล้ว” หลังจากหนังสือพิมพ์อังกฤษพากันภูมิใจว่าโดรนของตนสามารถโจมตีเป้าหมายพลเรือนลึกเข้าไปในรัสเซียได้ นอกจากนี้ อันเดรย์ ลูโกวอย สมาชิกรัฐสภารัสเซียยังเสริมด้วยว่า อังกฤษพยายามทำตัวเป็นโจรสลัดกฎหมายด้วยการยึดเรือขนส่งน้ำมันนอกระบบของรัสเซีย แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนต่อคำขู่ของปูติน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอังกฤษไม่ใช่ "เจ้าแห่งท้องทะเล" อีกต่อไป 

ฝ่ายสหราชอาณาจักรที่ยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับยูเครน และมองว่านี่เป็นเพียงการแสดงละครโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนึ่งของรัสเซีย ซึ่งทางด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมอังกฤษ (MoD) ได้แถลงตอบโต้ด้วยจุดยืนอย่างรวดเร็วว่า “อังกฤษยังคงยืนหยัดเคียงข้างยูเครนต่อไป” โดยเน้นย้ำว่า “รัสเซียไม่ควรสงสัยในความมุ่งมั่นของรัฐบาลอังกฤษที่จะยืนหยัดต่อต้านการรุกรานของรัสเซียทั้งต่อยูเครน ต่ออังกฤษ และต่อกลุ่มพันธมิตร” และย้ำว่าอังกฤษพร้อมทำหน้าที่จัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อให้ยูเครนสามารถใช้ปกป้องตนเองจากการรุกรานที่ผิดกฎหมายของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายตะวันตก และนักวิเคราะห์ความมั่นคงมองว่าคำขู่เหล่านี้เป็นเพียง "จิตวิทยาสงคราม" และการแสดงเพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ทำเนียบเครมลิน โดยที่ผ่านมา แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมอังกฤษ (MoD) เผยว่า รัสเซียพยายามทำให้อังกฤษตกใจกลัวมาตลอด แต่สื่ออังกฤษมองว่า คำขู่เรื่องโดรนใต้ทะเลโพไซดอน และคำของโซโลวียอฟเป็นการจงใจสร้างความตื่นตระหนกในหมู่สาธารณชนตะวันตก เพื่อลดทอนการสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครน ทั้งที่ความจริงแล้ว ปูตินเองเพิ่งออกมายอมรับว่าอาวุธดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และจวนจะเสร็จสมบูรณ์เพียงเท่านั้น

คำเตือนของรัสเซียเกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตียูเครนกลับด้วยอากาศยานไร้คนขับ และขีปนาวุธซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ยังมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมอังกฤษเพิ่งประกาศแผนการส่งมอบโดรนหลายหมื่นลำ ซึ่งรวมถึงโดรนโจมตีระยะไกลให้กับยูเครน ถืว่าเป็นแพ็คเกจการช่วยเหลือทางทหารที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ โดยความร่วมมือด้านโดรนระหว่างอังกฤษ และยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือทางทหารที่อังกฤษให้แก่ยูเครนนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2565

จากการส่งอาวุธ สู่ความร่วมมือด้านความมั่นคงระยะยาว

ข้อมูลจาก House of Commons Library เผยว่า สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในประเทศผู้สนับสนุนรายสำคัญของยูเครนนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยอังกฤษให้คำมั่นความช่วยเหลือแก่ยูเครนรวมประมาณ 25,000 ล้านปอนด์ หรือราว 1 ล้านล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นความช่วยเหลือทางทหารประมาณ 16,000 ล้านปอนด์หรือราว 7.2 แสนล้านบาท และความช่วยเหลือดังกล่าวรวมถึงการจัดหาอาวุธ และยุทโธปกรณ์ เช่น รถถัง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ปืนใหญ่ และขีปนาวุธโจมตีระยะไกล

นอกจากนี้ ทางอังกฤษยังดำเนินโครงการ “Operation Interflex” เพื่อฝึกทหารยูเครน โดยมีทหารยูเครนเข้าร่วมการฝึกกว่า 63,000 นาย โดยต่อมาอังกฤษ และยูเครนได้ขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเดือนมกราคม 2567 อังกฤษเป็นประเทศแรกที่ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงระยะเวลา 10 ปีกับยูเครน จากนั้นในเดือนมกราคม 2568 ทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนระยะยาว 100 ปี ทำให้ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศครอบคลุมหลายด้าน รวมถึงความมั่นคง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เทคโนโลยี และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ในปี 2569 อังกฤษยังคงให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับรูปแบบการฝึกทหารภายใต้ Operation Interflex ไปสู่การฝึกเฉพาะทางมากขึ้น

ข้อมูลจาก House of Commons Library ยังเผยอีกว่า อังกฤษมีแผนให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนต่อเนื่องปีละ 3,000 ล้านปอนด์ หรือราว 1.35 แสนล้านบาท และอังกฤษยังจัดสรรเงินกู้จำนวน 2,260 ล้านปอนด์ หรือราว 1 แสนล้านบาทให้แก่ยูเครนภายใต้กรอบ Extraordinary Revenue Acceleration Loans ของกลุ่ม G7 โดยเงินกู้ดังกล่าวจะชำระคืนจากผลประโยชน์ที่เกิดจากสินทรัพย์ของรัฐบาลรัสเซียที่ถูกอายัด

ในขณะเดียวกัน อังกฤษและฝรั่งเศสยังมีส่วนร่วมในการหารือเกี่ยวกับการจัดตั้ง “Multinational Force Ukraine” หรือกองกำลังนานาชาติสำหรับยูเครน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพในอนาคต ซึ่งแผนดังกล่าวได้รับการคัดค้านจากรัสเซีย

การข่มขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ของโซโลวียอฟจึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความร่วมมือด้านการทหารระหว่างอังกฤษและยูเครนดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การส่งอาวุธ การฝึกทหาร การสนับสนุนด้านโดรน ไปจนถึงข้อตกลงด้านความมั่นคงและความร่วมมือระยะยาวระหว่างทั้งสองประเทศ

แชร์
รัสเซียขู่ล้างบางอังกฤษ หลังยูเครนโจมตี  คนหวั่น #สงครามโลกครั้งที่ 3