Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คำเตือนเลขา UN ไร้ผล? ทรัมป์รุกหลังม่าน เซ็นดีลกรีนแลนด์ เบรกดีลชากอส
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

คำเตือนเลขา UN ไร้ผล? ทรัมป์รุกหลังม่าน เซ็นดีลกรีนแลนด์ เบรกดีลชากอส

23 ก.ย. 69
15:12 น.
แชร์

นิวยอร์กกลับมาเป็นศูนย์กลางของการเมืองโลกอีกครั้ง เมื่อผู้นำจากทั่วโลกเดินทางมายังสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA ครั้งที่ 81 ท่ามกลางสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจที่กำลังรุนแรงขึ้น

แต่ถ้ามองให้ลึกกว่าภาพผู้นำขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวที ความสำคัญของ UNGA ปีนี้ไม่ได้อยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีเท่านั้น แต่อยู่ในสิ่งที่เกิดขึ้นตามห้องประชุม โต๊ะเจรจา และการพบปะนอกรอบ

เพราะในเวลาเพียงไม่กี่วัน UNGA กลายเป็นเวทีการต่อรองเรื่อง “ดินแดน ฐานทัพ และความมั่นคง” อย่างน้อย 2 พื้นที่ที่อยู่ห่างกันคนละซีกโลก นั่นคือ ‘เกาะกรีนแลนด์’ ที่ตั้งอยู่ระหว่างอเมริกาเหนือ และอาร์กติก และ ‘หมู่เกาะชากอส’ ในมหาสมุทรอินเดีย

กรณีแรก : การลงนามข้อตกลงด้านความมั่นคงในเกาะกรีนแลนด์

เมื่อวันที่ 22 กันยายน สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ลงนามข้อตกลงด้านความมั่นคงระหว่างการประชุม UNGA หลังจากความตึงเครียดเรื่องอนาคตของดินแดนแห่งนี้ดำเนินมานานกว่าหนึ่งปี

ข้อตกลงเปิดทางให้สหรัฐฯ เพิ่มฐานทัพในกรีนแลนด์ รวมถึงการพัฒนาฐานทัพใหม่ 2 แห่ง ขณะที่ยังยืนยันอธิปไตยของเดนมาร์กเหนือกรีนแลนด์ และสิทธิในการกำหนดอนาคตของชาวกรีนแลนด์

สำหรับสหรัฐฯ กรีนแลนด์มีความสำคัญมากกว่าขนาดของเกาะ เพราะตำแหน่งที่ตั้งทำให้มันเป็นจุดยุทธศาสตร์ระหว่างอเมริกาเหนือกับยุโรป และมีความสำคัญต่อการเฝ้าระวัง และป้องกันภัยในอาร์กติก

จากข้อเรียกร้องเดิมของทรัมป์ที่เคยพูดถึงการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ สิ่งที่เกิดขึ้นใน UNGA ครั้งนี้จึงน่าสนใจตรงที่ความขัดแย้งถูกเปลี่ยนกรอบจากเรื่อง “การครอบครองดินแดน” มาเป็น “ความร่วมมือด้านความมั่นคง”

แต่กรีนแลนด์ไม่ใช่พื้นที่เดียวที่เรื่องดินแดน และฐานทัพกลายเป็นประเด็นบนโต๊ะเจรจาในนิวยอร์ก

กรณีสอง : อีกด้านหนึ่งของโลกคือ หมู่เกาะชากอส

ในการพบกันครั้งแรกแบบตัวต่อตัวระหว่างทรัมป์ กับแอนดี เยอร์แนม นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่ UNGA โดยทั้งสองหารือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-อังกฤษ ทั้งในมุมของการค้า พลังงาน และความมั่นคง 

แต่มีประเด็นหนึ่งที่ทรัมป์แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนคือ ‘ข้อตกลงหมู่เกาะชากอส’

ปัจจุบัน อังกฤษมีแผนโอนอธิปไตยเหนือหมู่เกาะชากอสให้กับสาธารณรัฐมอริเชียส ในขณะเดียวกัน อังกฤษจะเช่าดิเอโก การ์เซียกลับมาเป็นเวลา 99 ปี เพื่อรักษาการใช้งานฐานทัพร่วมของอังกฤษ และสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่บนเกาะแห่งนี้

แต่ปัญหาคือ สหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงนี้

ทรัมป์วิจารณ์ข้อตกลงนี้ว่าเป็น “ข้อตกลงที่แย่มาก” และกล่าวว่า ดิเอโก การ์เซียมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และการทหารอย่างมาก ขณะที่แอนดียังคงยืนยันว่าต้องการหาทางออกที่รักษาความสัมพันธ์กับทั้งสหรัฐฯ และสาธารณรัฐมอริเชียส พร้อมกับคงการใช้งานฐานทัพในระยะยาว

เวทีสหประชาชาติถูกใช้เป็นสถานที่ต่อรองฐานทัพโลก 

เมื่อเอาทั้งเรื่องของเกาะกรีนแลนด์ และหมู่เกาะชากอสมาอยู่ในภาพเดียวกัน จะเห็นสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ทั้งสองกรณีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของดินแดน แต่เป็นเรื่องของ “ใครจะสามารถใช้พื้นที่นั้นเพื่อสร้างอำนาจทางยุทธศาสตร์ได้”

เพราะเกาะกรีนแลนด์อยู่ทางเหนือสุดของโลก ขณะที่หมู่เกาะชากอสอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย แต่ทั้ง 2 พื้นที่มีจุดร่วมเดียวกันคือ ‘เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างความมั่นคงของสหรัฐฯ และพันธมิตร’ 

มองภาพใหญ่เลยว่าเกาะกรีนแลนด์เชื่อมโยงกับการแข่งขันในอาร์กติก และ NATO ส่วนหมู่เกาะชากอสเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของสหรัฐฯ และอังกฤษในมหาสมุทรอินเดียซึ่งมีบทบาทต่อการปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาค

ดังนั้น บรรยากาศของ UNGA ปีนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่สะท้อนการแข่งขันว่ามหาอำนาจจะรักษา และขยายพื้นที่ยุทธศาสตร์ของตัวเองอย่างไร ในขณะที่ประเทศเจ้าของดินแดนก็พยายามรักษาอธิปไตย และผลประโยชน์ของตัวเอง

และที่น่าสนใจมาก ๆ คือ นี่เป็นความย้อนแย้งของเวที UN

คำเตือนกูเตอร์เรสไร้ผล? มหาอำนาจใช้ตึก UN คุยเรื่องแบ่งพื้นที่ 

ในขณะที่ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส  เลขาธิการสหประชาชาติได้มีการเปิดการประชุมด้วยคำเตือนว่า “รอยแยกของโลกกำลังกว้างขึ้นเรื่อย ๆ นะทุกคน” พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ และความร่วมมือระหว่างประเทศ

แต่อีกด้านหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นนอกห้องประชุมกลับแสดงให้เห็นว่า โลกยังคงขับเคลื่อนด้วยการต่อรองเรื่องอำนาจ และผลประโยชน์ของแต่ละประเทศ

และใช่ ทรัมป์เองเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด

บนเวที UN ทรัมป์ใช้สุนทรพจน์พูดถึงอำนาจของสหรัฐฯ นโยบายต่างประเทศ สงคราม และความมั่นคง ในขณะเดียวกัน ในการประชุมแบบทวิภาคี เขาก็ยังใช้พื้นที่เดียวกันในการเจรจาเรื่องกรีนแลนด์กับเดนมาร์กและกรีนแลนด์ และพูดคุยกับผู้นำอังกฤษเรื่องหมู่เกาะชากอส

กล่าวอีกอย่างคือ UNGA ปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่ประเทศต่าง ๆ “พูด” แต่เป็นสถานที่ที่พวกเขา “ต่อรอง” โดยทั้งสองกรณีเกิดขึ้นท่ามกลางเวทีเดียวกัน เวทีที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ใช้การเจรจาแทนการเผชิญหน้า ซึ่งนี่สะท้อนว่า การทูตอาจกำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดของการแข่งขันนั้น

เพราะสุดท้ายแล้ว การเมืองโลกไม่ได้ถูกกำหนดจากคำปราศรัยเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันมันอาจถูกกำหนดจากข้อตกลงที่เซ็นกันหลังเวที จากฐานทัพที่ประเทศหนึ่งต้องการรักษา จากพื้นที่ที่มหาอำนาจต้องการเข้าถึง หรือจากการที่ประเทศขนาดเล็กพยายามต่อรองเพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง

และใน UNGA 2026 ทั้งกรีนแลนด์ และหมู่เกาะชากอสกำลังทำให้ภาพนั้นชัดขึ้นกว่าเดิมว่า ในโลกที่มหาอำนาจแข่งขันกันมากขึ้น เวทีการทูตไม่ได้เป็นพื้นที่ที่การแข่งขันสิ้นสุดลง แต่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่การแข่งขันนั้นก็เกิดขึ้นได้

แชร์
คำเตือนเลขา UN ไร้ผล? ทรัมป์รุกหลังม่าน เซ็นดีลกรีนแลนด์ เบรกดีลชากอส