
วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ หรือในอีกไม่กี่ชั่วโมงที่กำลังจะมาถึง ชาวอเมริกันเตรียมออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งกลางเทอม โดยประเด็นร้อนที่หลายโพลชี้ว่า ส่งผลกระทบและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของชาวอเมริกันอย่างแน่นอน คือประเด็นเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และการเข้าเมือง
อย่างผลสำรวจของ NBC ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 75% ไม่พอใจสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ 51% ไม่พอใจสถานะทางการเงินส่วนบุคคลของตนเอง
อย่างไรก็ตาม แต่ละโพลแตกต่างกันออกไป และพบว่า ผู้สนับสนุนทั้งสองพรรคมีมุมมองแตกต่างกันต่อภาวะเศรษฐกิจ ผลงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนโยบายสำคัญของประเทศ
Spotlight สรุปประเด็นสำคัญที่คุณต้องจับตามองมาฝาก
ผลสำรวจของศูนย์วิจัยพิว (Pew Research Center) ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 84% มองว่า เศรษฐกิจเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจลงคะแนน โดยแบ่งเป็นผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน 82% และพรรคเดโมแครต 88%
ความแตกต่างคือ ผู้สนับสนุนเดโมแครต 85% ให้ความสำคัญกับอนาคตของระบอบประชาธิปไตย เทียบกับรีพับลิกัน 69% ขณะที่ประเด็นสาธารณสุขได้รับความสำคัญจากเดโมแครต 82% เทียบกับรีพับลิกัน 53% ส่วนผู้สนับสนุนรีพับลิกันให้ความสำคัญกับประเด็นผู้อพยพมากกว่า โดยอยู่ที่ 72% เทียบกับเดโมแครต 53% เช่นเดียวกับประเด็นอาชญากรรมรุนแรง ซึ่งรีพับลิกันให้ความสำคัญ 64% ขณะที่เดโมแครตอยู่ที่ 37%
นอกจากนี้ ผลสำรวจของมูลนิธิ Kaiser Family Foundation หรือ KFF ระหว่างวันที่ 16-21 กันยายน พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 42% เชื่อมั่นว่า พรรคเดโมแครตจะสามารถจัดการปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขได้ดีกว่า เทียบกับ 22% ที่ไว้วางใจพรรครีพับลิกัน ส่วนการแก้ปัญหาค่าครองชีพมีผู้ไว้วางใจเดโมแครต 39% และรีพับลิกัน 25%
มุมมองต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลยังคงแบ่งแยกตามแนวทางการเมืองอย่างชัดเจน ผลสำรวจของ Pew พบว่า ผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตถึง 91% มองว่านโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ทำให้สถานการณ์แย่ลง ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนรีพับลิกันมีความเห็นแตกต่างกัน โดย 39% มองว่านโยบายของทรัมป์ช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น 35% มองว่าทำให้สถานการณ์แย่ลง และ 25% เห็นว่าแทบไม่มีผลกระทบ
ส่วนผลสำรวจของ NBC News เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40% พอใจต่อผลการทำงานโดยรวมของทรัมป์ ขณะที่ 60% ไม่พอใจ
ผลสำรวจในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งสะท้อนว่า พรรคเดโมแครตมีคะแนนนิยมเหนือกว่าพรรครีพับลิกัน ทั้งในแง่การเลือกผู้แทนและความต้องการให้พรรคเดโมแครตเข้าควบคุมสภาคองเกรส
ผลสำรวจของ NBC ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52% ต้องการให้พรรคเดโมแครตเป็นฝ่ายควบคุมสภาคองเกรส เทียบกับ 45% ที่ต้องการให้พรรครีพับลิกันเป็นฝ่ายควบคุม
ขณะที่ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ระหว่างวันที่ 22-26 ตุลาคม พบว่า ผู้มีแนวโน้มออกไปใช้สิทธิ 53% สนับสนุนหรือมีแนวโน้มสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตในเขตของตนเอง เทียบกับ 44% ที่สนับสนุนพรรครีพับลิกัน
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจเหล่านี้สะท้อนเพียงแนวโน้มความนิยมของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ใช่ผลการเลือกตั้งของแต่ละเขตโดยตรง