
Article Stories by SET Zooom in จะพาไปติดตามหุ้น Laggard หรือหุ้นที่ยังวิ่งตามหลังกลุ่มผู้นำในตลาดหุ้นไทย เพราะช่วงนี้เชื่อว่าหลายนักลงทุนหุ้นไทยเริ่มมีคำถามคล้าย ๆ กันนะครับว่า ดัชนีหุ้นไทย ฟื้นกลับมาระดับนี้แล้ว ยังมีหุ้นที่ดี พื้นฐานแน่น ราคายังไม่ไปไกล เหลือให้ลงทุนอีกไหม
เพราะถ้าย้อนดูตลาดในช่วงที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าบรรยากาศการลงทุนเริ่มกลับมาดีขึ้นพอสมควร ทั้งแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับเข้ามา หลังภาพการเมืองไทยมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงความกังวลเรื่องสงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มคลายจากจุดตึงเครียดที่สุดก่อนหน้านี้
ผลก็คือ หุ้นใหญ่หลายตัว โดยเฉพาะหุ้นนำตลาด ปรับตัวขึ้นมารับข่าวดีไปพอสมควรแล้ว คำถามสำคัญก็คือ ถ้าไม่อยากไล่ซื้อหุ้นที่ราคาวิ่งแรงไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาหรือยัง ที่นักลงทุนควรเริ่มมองหา หุ้น Laggard หรือหุ้นที่ยังวิ่งตามหลังกลุ่มผู้นำ
แต่ในอีกมุมหนึ่งหุ้นที่ราคายังไม่ขึ้น ก็อาจไม่ได้แปลว่าถูกเสมอไป บางตัวขึ้นช้าเพราะพื้นฐานธุรกิจกำลังมีปัญหาจริง
ก่อนจะไปดูว่าตลาดตอนนี้มีโอกาสตรงไหน อยากชวนมาทำความเข้าใจคำว่าหุ้น Laggard เล็กน้อย
คำว่า Laggard ถ้าแปลตรงตัว หมายถึง สิ่งที่เคลื่อนไหวช้าหรือช้ากว่าคนอื่น พอเอามาใช้ในตลาดหุ้นก็จะหมายถึง “หุ้นที่ราคาปรับขึ้นช้ากว่าตลาด” หรือช้ากว่าหุ้นตัวอื่นในกลุ่มเดียวกัน
เวลาตลาดเริ่มฟื้นตัว มักจะเห็นภาพแบบนี้เสมอครับหุ้นบางกลุ่มจะวิ่งนำก่อน โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ หุ้นที่ต่างชาติถือเยอะหรือหุ้นที่ได้ประโยชน์ตรงจากข่าวบวกในรอบนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีหุ้นอีกจำนวนหนึ่งที่พื้นฐานอาจไม่ได้แย่ กำไรยังมีโอกาสฟื้น แต่ราคายังขึ้นไม่ทันตลาด ซึ่งหุ้นกลุ่มนี้เองที่เรียกว่าหุ้น Laggard
เหตุผลที่นักลงทุนสนใจหุ้นกลุ่มนี้ ก็เพราะถ้าตลาดยังอยู่ในแนวโน้มฟื้นตัวต่อ หุ้นที่ยังขึ้นช้าอาจค่อย ๆ ถูกตลาดกลับมาให้มูลค่าใหม่ หรือที่เรียกกันว่า “ปิด Gap” ตามหุ้นนำตลาด ซึ่งตรงนี้สามารถกลายเป็นโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มให้พอร์ตได้
แต่ประเด็นสำคัญคือ ไม่ใช่ทุกหุ้นที่ขึ้นช้า จะเป็นโอกาส บางบริษัท ราคายังไม่ขึ้นเพราะธุรกิจกำลังเผชิญปัญหาจริง ไม่ว่าจะเป็นกำไรที่หดตัวต่อเนื่อง ภาระหนี้สูง หรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังถดถอย
หุ้นแบบนี้อาจดูเหมือนถูก แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสิ่งที่นักลงทุนเรียกว่า “ถูกเพราะควรถูก” ดังนั้น การเลือกหุ้น Laggardจึงไม่ใช่แค่ดูว่าราคายังไม่ขึ้น แต่ต้องดูด้วยว่า “พื้นฐานยังดีอยู่หรือไม่”
ถ้ากลับมาดูภาพตลาดหุ้นไทยในรอบนี้ จะเห็นว่าการฟื้นตัวที่ผ่านมา มีแรงหนุนหลักอยู่ประมาณ 3 เรื่อง
Fund Flow ต่างชาติ หลังจากก่อนหน้านี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยต่อเนื่องอยู่พักใหญ่ช่วงหลังเราเริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความชัดเจน
ผลที่เกิดขึ้นก็คือ หุ้นนำตลาดหลายตัว โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ที่ต่างชาติถือเยอะ เริ่มปรับขึ้นไปก่อนแล้ว ดังนั้น ในมุมของนักลงทุนตอนนี้ โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ตลาดจะขึ้นไหม” แต่เป็นคำถามว่า “ถ้าตลาดยังไปต่อ หุ้นตัวไหนยังขึ้นไม่ทัน”
และนี่เอง ที่ทำให้แนวคิดเรื่องหุ้น Laggard กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
แล้วถ้านักลงทุนอยากลองหาหุ้น Laggard ด้วยตัวเอง ควรดูอะไรบ้าง? จริง ๆ แล้ว หลักคิดไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องดูหลายมิติประกอบกัน
สรุป
สำหรับนักลงทุนที่กำลังคิดจะปรับพอร์ตในช่วงนี้ หลายบทวิเคราะห์มองตรงกันว่า แม้บรรยากาศตลาดจะดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนยังมีอยู่พอสมควร ดังนั้น หุ้น Defen
sive หรือหุ้นที่มีกระแสเงินสดมั่นคง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ ยังควรเป็นแกนหลักของพอร์ตอยู่ ขณะเดียวกันการเติมหุ้น Laggard ที่พื้นฐานดี แต่ราคายังขึ้นช้ากว่าตลาดเข้าไปบางส่วน ก็อาจช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนได้
หากตลาดหุ้นไทยยังฟื้นตัวต่อในระยะถัดไป สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำอาจใช้วิธีค่อย ๆ ทยอยสะสม แต่สำหรับนักลงทุนที่มองตลาดระยะกลางถึงยาวเป็นบวก และรับความผันผวนได้มากขึ้นก็อาจเพิ่มน้ำหนักหุ้น Laggard ได้มากกว่าเดิม
แต่ไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าดูแค่ว่า “หุ้นยังไม่ขึ้น” แต่ต้องถามต่อว่า “ธุรกิจมีศักยภาพจะกลับมาเติบโตได้จริงหรือไม่” เพราะสุดท้ายแล้ว หุ้นที่ขึ้นช้ากว่าตลาดอาจเป็นทั้ง “โอกาส” หรืออาจกลายเป็น “กับดัก” และสิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินก็คือ คุณภาพของธุรกิจ
ติดตามบทความนี้ในรูปแบบคลิป VDO ได้ใน YouTube SET Zooom in
Link: https://www.youtube.com/watch?v=EnKOnmzFHB8
กด Subscribe กด กระดิ่งแจ้งเตือน www.youtube.com/@SETZooomin ซูมชัด ๆ มีโอสามตัว