Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ห้างฯเงียบเหงา ความจริงหรือคิดไปเอง?
โดย : มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

ห้างฯเงียบเหงา ความจริงหรือคิดไปเอง?

13 มิ.ย. 69
08:54 น.
แชร์

ไม่แน่ใจว่าผู้เขียนคิดไปเองคนเดียวหรือไม่ว่าเดี๋ยวนี้ห้างสรรพสินค้าบ้านเรามีคนเดินน้อยลงผิดหูผิดตา โดยเฉพาะหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จุดเช็กอินของนักท่องเที่ยวอย่างสยามพารากอนหรือเซ็นทรัลเวิลด์มีลูกค้าบางตาลงอย่างชัดเจน ซึ่งอาจเป็นความเข้าใจผิดของผู้เขียนเองก็ได้เพราะอาจไปเดินห้างในช่วงที่คนน้อยพอดี

ถ้าลองนึกดูว่ายังมีห้างไหนบ้างที่คนยังเดินเยอะ คึกคัก ก็หนีไม่พ้นห้างที่เป็น ‘จุดตัด’ ของเมืองอย่างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่มีทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน อยู่ใกล้ห้าแยกลาดพร้าว เดินทางสะดวก อยู่ใจกลางย่านที่อยู่อาศัย หรือจะเป็นแฟชั่น ไอส์แลนด์ที่เป็นจุดดักที่ดีของคนในโซนรามอินทราและใกล้เคียง และอาจจะมีอีกหลายจุดที่ผู้อ่านเห็นแย้งว่าคนยังเดินห้างเยอะอยู่เลย

ทีนี้สิ่งที่ต้องมาดูกันจริงๆ นอกจากจำนวนคนที่มาเดิน ก็คือเขาเดินแล้วซื้อหรือเปล่า ยอดขายรวมเป็นอย่างไร ยอดขายต่อหนึ่งใบเสร็จมากแค่ไหน ยอดขายต่อตารางเมตรของห้างคิดออกมาแล้วเป็นเท่าไหร่ มันก็จะสะท้อนความจริงออกมาได้ เพราะว่าตัวเลข(จริง)ไม่เคยโกหกใคร

สาเหตุที่เรานึกออกได้แทบจะทันทีคือ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกับการเข้ามาของอีคอมเมิร์ซที่ทำให้คนเดินห้างกันลดลง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์เมื่อเดือนเมษายนว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 1.5% ในปี 2569 ซึ่งต่ำที่สุดในอาเซียน ขณะที่สภาพัฒน์ฯปรับคาดการณ์ล่าสุด โดยนำผลลัพธ์จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐมาคำนวณ คาดว่าจะโตได้ถึง 2% แต่สิงที่น่ากังวลคือผลกระทบของราคาพลังงานและปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางที่จะเริ่มเห็นผลชัดมากขึ้นตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไปและอาจดันให้อัตราเงินเฟ้อของประเทศทะลุ 3% ได้

เงินเฟ้อโตเกินเศรษฐกิจ เห็นได้ชัดว่าเป็นปัญหาจากอุปทานอย่างชัดเจน เรื่องนี้ไม่ได้เป็นผลดีกับใครเลย

ทีนี้ถ้ามาดูการบริโภคกันบ้าง ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนขายตัวเพียง 0.8% ในเดือนเมษายน ขณะที่การใช้จ่ายภาคเอกชนอยู่ที่ 2.1% และถ้าไปเทียบกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กัดกินระบบประเทศไทยอยู่ในตอนนี้อยู่สูงถึง 86.8% ของขนาดเศรษฐกิจ ด้วยหนี้ก้อนใหญ่กว่า 16 ล้านล้านบาท ซึ่งผลสำรวจจากหลายสำนักบอกตรงกันว่า ค่าครองชีพในชีวิตประจำวันสูง รายได้ลดหรือรายได้หาย ก็ต้องกู้หนี้ยืมสินมากินใช้ อะไรไม่จำเป็นก็ไม่ใช้จ่าย

ถ้าคนไทย(ส่วนใหญ่)ระมัดระวังการใช้จ่าย ความหวังก็อยู่ที่นักท่องเที่ยวนี่ล่ะ

แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด มีเรื่องสงครามการค้าระลอกใหม่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดฉากตั้งแต่กลับมารับตำแหน่ง ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นไปประมาณหนึ่งแล้ว ยังเกิดสงครามในตะวันออกกลางที่อเมริกาและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน เกิดการตอบโต้ไปมาในภูมิภาค ทำให้ทั่วโลกอยู่ในภาวะตื่นตระหนกกับภาวะสงคราม การเดินทางจากนักท่องเที่ยวระยะไกลรวมทั้งนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางหดหายลงอย่างชัดเจน

และเป็นไปตามหลักทางเศรษฐศาสตร์ ถ้าผู้คนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในอนาคตจะไม่ดี รายได้มีปัญหา ไม่แน่อาจถูกปลดจากงาน แล้วใครจะชอปปิง ใครจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกันตอนนี้

ฝรั่งก็รัดเข็มขัด เอเชียก็รัดเข็มขัด

สำนักเศรษฐกิจคาดการณ์ว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยี่ยมเยือนไทยในปีนี้อาจอยู่ที่ 33 ล้านคน หดตัวลงกว่า 7% จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่นับรวมการแข่งขันแย่งนักท่องเที่ยวแบบสู้ยิบตาของประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่นในภูมิภาคอีกที่เบนความสนใจจากสยามเมืองยิ้มของเราไปได้พอสมควร

คนไทยกำลังซื้อน้อย นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเข้า ก็ไม่แปลกถ้าจะเห็นห้างฯเงียบไปบ้าง

สิ่งที่ไม่พูดไม่ได้ก็คือ การซื้อของออนไลน์ที่ถือเป็นความท้าทายใหญ่ เพราะในแพลตฟอร์ม(ต่างชาติ)ที่เราใช้กันอยู่นั้น ได้เปรียบกว่าในหลายด้าน ของราคาถูกกว่า มีรับประกันความพอใจ มีจ่ายเงินปลายทาง แถมเดี๋ยวนี้ส่งเร็ว สั่งวันนี้ พรุ่งนี้ได้เลยอีกต่างหาก แต่ก่อนเวลาคิดจะซื้อของก็ไปห้าง เดี๋ยวนี้แค่หยิบมือถือขึ้นมาก็ซื้อของได้แล้ว

ยอดขายของแพลตฟอร์มออนไลน์เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 36% ต่อปี ด้วยยอดขายที่ทะลุ 1.1  ล้านลานบาทในปีนี้ คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 30% ของภาคค้าปลีกทั้งหมด สินค้าประเภทแฟชั่น เครื่องสำอางและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ทั้งจากแบรนด์ที่หนีต้นทุนหน้าร้านมาเน้นขายออนไลน์ ปักตะกร้า ไลฟ์ขายของกัน รวมทั้งการบุกใหญ่ของสินค้าราคาถูกจากประเทศจีนที่ทะลักเข้ามาเกินต้าน ต่อให้เก็บภาษีก็แล้ว ราคาที่ส่งถึงหน้าบ้านก็ยังถูกกว่าสินค้าที่ผลิตในไทย

เป็นเรื่องใหญ่มาก ที่ยังไม่เห็นทางออก

เศรษฐกิจไม่ดี คนอยากรัดเข็มขัด ก็ต้องเลือกซื้อของที่ราคาถูกที่สุด ไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตาม เอาถูกที่สุดไว้ก่อน แถมยังซื้อสะดวกอีกต่างหาก ซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ อีคอมเมิร์ซไม่เคยปิดบริการ

พฤติกรรมเดินห้าง ดูของ สอบถาม แต่กดซื้อออนไลน์กลายเป็นความปกติใหม่มานานแล้ว

ดังนั้นผลประกอบการของห้างอย่างกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ก็ยังดูดีล่ะ เห็นได้จากรายได้ไตรมาส 1/2569 ที่ยังสูงกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท มีกำไรเกือบ 5 พันล้านบาท เพราะรายได้หลักของ CPN มาจากค่าเช่า คนทำห้างยังอยู่ได้แน่ๆ แต่ที่น่าคิดคือ ร้านค้า ผู้ประกอบการที่มาเช่าพื้นที่ห้างขายของนั้นอยู่สบายด้วยหรือเปล่า? เพราะว่าขายของยากขึ้น แต่ต้องจ่ายค่าเช่าเท่าเดิม

ดูงบการเงินของห้างอย่างเดียวสะท้อนภาพไม่ครบ คงต้องลงไปดูที่งบการเงินของบรรดาร้านค้าด้วยว่าเป็นอย่างไร

เดี๋ยวนี้คนไปเดินห้างเพราะ ‘ไปหาอะไรกิน/ไปเจอเพื่อน’ มากขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับไปห้างเพื่อซื้ออะไรสักอย่างลดลง เราจึงเห็นห้างปรับตัวขนาดใหญ่ด้วยการเพิ่มพื้นที่ร้านอาหาร คาเฟ่ จุดพักผ่อนหย่อนใจให้มากขึ้นเพื่อดึงให้ผู้บริโภคยังมาสัมผัสประสบการณ์ที่โลกออนไลน์ยังให้ไม่ได้ เป็นหนังคนละม้วนกับฝั่งดีพาร์ทเมนต์สโตร์ที่เงียบลงๆ จะฉุดกระชากด้วยโปรโมชั่นแรงๆอย่างไรก็ดูจะยากขึ้นเรื่อยๆ

โลกธุรกิจไม่เคยง่ายและจะไม่มีวันง่ายเลย

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวเศรษฐกิจและผู้ก่อตั้งเพจ BizKlass

แชร์
ห้างฯเงียบเหงา ความจริงหรือคิดไปเอง?