Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ญี่ปุ่นปรับค่าวีซ่าขึ้น 5 เท่า คาดกระทบนักท่องเที่ยวจีนมากที่สุด
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ญี่ปุ่นปรับค่าวีซ่าขึ้น 5 เท่า คาดกระทบนักท่องเที่ยวจีนมากที่สุด

23 มิ.ย. 69
14:03 น.
แชร์

ญี่ปุ่นเตรียมปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า 5 เท่า ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2521 มาตรการนี้กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นพิเศษ อีกทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นยังอยู่ในภาวะตึงเครียด

แม้การขึ้นค่าวีซ่าจะสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นจากเงินเฟ้อและค่าเงินเยนที่อ่อนลง แต่นักวิเคราะห์มองว่า ผลกระทบของมาตรการนี้อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่านั้น เพราะอาจกลายเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นมีความซับซ้อนมากขึ้น

ภายใต้นโยบายใหม่ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบเข้าออกครั้งเดียวของญี่ปุ่นจะเพิ่มจาก 3,000 เยน หรือ 18.54 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 15,000 เยน หรือราว 3,065 บาท ส่วนวีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้งจะเพิ่มจาก 6,000 เยน เป็น 30,000 เยน หรือราว 6,131 บาท

การปรับขึ้นดังกล่าวยังถูกมองว่าเป็นความพยายามของญี่ปุ่นในการทำให้ค่าธรรมเนียมวีซ่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ รวมถึงประเทศในยุโรป

สำหรับภาคท่องเที่ยวญี่ปุ่น ประเด็นนี้ถือว่าค่อนข้างอ่อนไหว เพราะในบรรดาตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าหลัก 5 อันดับแรกของญี่ปุ่นนับตั้งแต่ต้นปีนี้ จีนแผ่นดินใหญ่เป็นเพียงตลาดเดียวที่นักเดินทางยังต้องขอวีซ่า นั่นหมายความว่านักท่องเที่ยวจีนจะเป็นกลุ่มที่ต้องรับต้นทุนเพิ่มโดยตรงจากมาตรการนี้

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากจีนไปญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มสูงขึ้นจากปัจจัยอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาษีขาออกระหว่างประเทศของญี่ปุ่นที่จะเพิ่มจาก 1,000 เยนเป็น 3,000 เยน ข้อจำกัดด้านเที่ยวบิน และราคาตั๋วเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การเดินทางไปญี่ปุ่นมีต้นทุนแพงขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างชัดเจน

ค่าวีซ่าญี่ปุ่นพุ่ง 5 เท่า กระทบผู้เดินทางระยะสั้นและครั้งแรก

แม้มาตรการขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าของญี่ปุ่นจะไม่ได้ระบุว่ามุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวจีนโดยตรง แต่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนอย่างชัดเจนคือผู้เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะผู้ขอวีซ่าแบบเข้าออกครั้งเดียว ซึ่งมักเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้นหรือผู้ที่เดินทางไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

แหล่งข่าวรายหนึ่งในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่กรุงปักกิ่งระบุว่า ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจะกระทบผู้ขอวีซ่าแบบเข้าออกครั้งเดียวเป็นหลัก ขณะที่ผู้ขอวีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้งต้องผ่านเกณฑ์ทางการเงินที่สูงอยู่แล้ว รวมถึงต้องแสดงหลักฐานว่ามีรายได้ต่อปีอย่างน้อย 200,000 หยวน หรือราว 29,500 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจึงไม่น่าจะเป็นปัจจัยชี้ขาดสำหรับผู้สมัครกลุ่มนี้มากเท่ากับนักท่องเที่ยวที่อ่อนไหวต่อราคา

เฉิน หยาง นักวิจัยจาก Charhar Institute ในกรุงปักกิ่ง เห็นว่า แม้มาตรการดังกล่าวจะไม่ได้เจาะจงชาวจีน แต่ก็อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะหากทำให้นักเดินทางจีนที่อ่อนไหวต่อราคาลดการเดินทางระยะสั้นหรือชะลอการเดินทางครั้งแรกไปญี่ปุ่น ซึ่งจะลดโอกาสที่ประชาชนของทั้งสองประเทศจะได้พบปะและสร้างความเข้าใจระหว่างกัน

เฉินเตือนว่า ผลกระทบในระยะแรกอาจเริ่มจากการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน แต่หากยืดเยื้อก็อาจลุกลามไปสู่ภาพรวมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ 

เขาระบุว่า ความระแวงต่อญี่ปุ่นในสังคมจีนเพิ่มสูงขึ้น หลังจากซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความเห็นเกี่ยวกับไต้หวัน รวมถึงท่าทีของรัฐบาลญี่ปุ่นในประเด็นความมั่นคง การป้องกันประเทศ และการเข้าเมือง

ในเดือนพฤศจิกายน ทาคาอิจิกล่าวเป็นนัยว่า ความขัดแย้งเกี่ยวกับไต้หวันอาจเข้าข่ายเป็น “สถานการณ์ที่คุกคามความอยู่รอด” ของญี่ปุ่น ซึ่งอาจเปิดทางให้โตเกียวส่งกองกำลังป้องกันตนเองออกปฏิบัติการ และเธอยังคงปฏิเสธที่จะถอนคำพูดดังกล่าว 

ภายใต้บริบทนี้ เฉินมองว่า การขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าอาจถูกตีความในจีนว่าเป็นการยกระดับกำแพงต่อชาวจีน แม้นั่นอาจไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนโยบายก็ตาม

นอกจากผลทางการเมืองแล้ว เฉินยังเตือนว่า หากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงจากต้นทุนวีซ่าที่สูงขึ้น ก็อาจกระทบเศรษฐกิจของรัฐบาลท้องถิ่นในญี่ปุ่น และลดแรงจูงใจของท้องถิ่นเหล่านี้ในการส่งเสริมความร่วมมือกับจีน

อย่างไรก็ตาม เฉินเห็นว่า แรงขับเคลื่อนหลักของการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่ายังคงมาจากปัจจัยภายในประเทศของญี่ปุ่น รวมถึงความพยายามรับมือปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง ขณะที่ทิศทางความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับประเด็นที่ใหญ่กว่า ทั้งท่าทีของทาคาอิจิต่อคำพูดเกี่ยวกับไต้หวัน การเคารพผลประโยชน์แกนกลางของจีน และการทบทวนประเด็นทางประวัติศาสตร์อย่างมีความหมาย

ต้นทุนจริงไม่ได้อยู่แค่วีซ่า แต่รวมถึงเที่ยวบินและค่าโดยสาร

สำหรับนักเดินทางชาวจีนบางส่วน อุปสรรคสำคัญของการเดินทางไปญี่ปุ่นอาจไม่ได้อยู่ที่นโยบายวีซ่าโดยตรง แต่อยู่ที่จำนวนเที่ยวบินที่มีจำกัดและราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น 

ไคล์ จาง ผู้อาศัยในนครเฉิงตู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กล่าวว่า แผนเดินทางไปญี่ปุ่นของเธอต้องหยุดชะงัก เพราะมีเที่ยวบินให้เลือกน้อยและราคาตั๋วแพง ไม่ใช่เพราะค่าธรรมเนียมวีซ่า

เฉิงตูเป็นเมืองที่มีประชากรมากกว่า 21 ล้านคน แต่ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงไปโตเกียวเพียงเที่ยวเดียว ขณะที่ราคาตั๋วเที่ยวเดียวเริ่มต้นที่มากกว่า 3,000 หยวน จางกล่าวว่า เธอยังไม่มีแผนเดินทางในตอนนี้ เพราะราคาตั๋วสูงเกินไป แต่จะกลับมาพิจารณาอีกครั้งหากค่าโดยสารลดลงจากระดับปัจจุบัน

แรงกดดันด้านเที่ยวบินเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่บรรยากาศทางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นยังคงตึงเครียดยืดเยื้อ นับตั้งแต่ต้นปีนี้ จีนได้ยกเลิกเที่ยวบินไปญี่ปุ่นแล้วเกือบ 9,000 เที่ยว ตามรายงานของสื่อจีนและการคำนวณของ South China Morning Post ขณะที่เฉพาะเดือนพฤษภาคม มีเที่ยวบินระหว่างสองประเทศถูกยกเลิก 1,592 เที่ยว ตามรายงานของ Yicai ซึ่งอ้างข้อมูลจากแพลตฟอร์ม DAST

ในเวลาเดียวกัน จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปญี่ปุ่นยังลดลง 60.4% จากปีก่อน เหลือ 313,000 คน ตามข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น สะท้อนว่าตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังเผชิญแรงกดดันทั้งจากต้นทุนการเดินทางและข้อจำกัดด้านเที่ยวบิน

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมการเดินทางจะลดลงอย่างมาก แต่สายการบินและผู้ให้บริการเรือสำราญบางรายยังคาดหวังว่าตลาดจะฟื้นตัวขึ้น ตั้งแต่เดือนหน้า Air China จะนำเครื่องบินลำตัวกว้างมาให้บริการในเส้นทางหลักระหว่างจีนและญี่ปุ่น ครอบคลุมเที่ยวบินที่เชื่อมปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ โตเกียว และโอซาก้า ตามข้อมูลจาก Trip.com

ขณะเดียวกัน Adora Cruises ยังกลับมาเปิดเส้นทางเรือสำราญไปญี่ปุ่นอีกครั้ง โดยจะเริ่มแวะจอดที่โอกินาวะตั้งแต่เดือนธันวาคม ส่วน Royal Caribbean ได้ปรับแผนการเดินเรืออย่างน้อย 3 เส้นทางระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม จากเดิมที่แวะพักในเกาหลีใต้ มาเป็นจุดหมายในญี่ปุ่นแทน

อ้างอิง: SCMP

แชร์
ญี่ปุ่นปรับค่าวีซ่าขึ้น 5 เท่า คาดกระทบนักท่องเที่ยวจีนมากที่สุด