
ดีลน่าสนใจในธุรกิจอาหารเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อไมเนอร์ ฟู้ด บริษัทย่อยที่บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ถือหุ้นทั้งหมด ผนึกกำลังกับ Serruya Private Equity (SPE) พันธมิตรจากแคนาดาเข้าซื้อกิจการ Bonchon แบรนด์อาหารเกาหลีและไก่ทอดเกาหลีระดับโลก จากผู้ถือหุ้นเดิม VIG Partners และ Mr. Seo & Family โดยประกาศลงนามในข้อตกลงในวันนี้ (11 สิงหาคม 2569)
ดีลนี้ถือเป็นการขยับครั้งสำคัญของไมเนอร์ ฟู้ด จากเดิมที่เป็นผู้ถือสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์ Bonchon ในประเทศไทย สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจในทุกภูมิภาคทั่วโลกนอกทวีปอเมริกา ขณะที่ SPE จะเป็นเจ้าของและดำเนินธุรกิจในทวีปอเมริกา โดยไมเนอร์ ฟู้ดจะลงทุน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,657 ล้านบาท และคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569
ขณะที่ Bonchon ก็ไม่ใช่แบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาดโลก จากจุดเริ่มต้นร้านอาหารเพียงแห่งเดียวในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2545 ปัจจุบันขยายเป็นเครือข่ายประมาณ 500 สาขาใน 9 ตลาดหลัก และมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดนอกเกาหลีใต้
ดีลครั้งนี้จึงน่าสนใจมากกว่าการเพิ่ม Bonchon เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของไมเนอร์ ฟู้ด เพราะเป็นการขยับจากผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชส์ในไทย สู่การเป็นเจ้าของแบรนด์และธุรกิจในตลาดทั่วโลกนอกทวีปอเมริกาในช่วงที่ตลาดไก่ทอดทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และไก่ทอดสไตล์เกาหลี (Korean Fried Chicken) ถูกคาดว่าเป็นเซ็กเมนต์ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นเหนือภาพรวมตลาด จึงน่าจับตาต่อไปว่าไมเนอร์จะใช้ประโยชน์จากภาพรวมตลาดต่อยอดการเติบโตของแบรนด์ได้มากน้อยเพียงใด
สำหรับรายละเอียดของธุรกรรม ไมเนอร์ ฟู้ด และ SPE ได้ลงนามในข้อตกลงเข้าซื้อบริษัท Bonchon International จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งประกอบด้วย VIG Partners และ Mr. Seo & Family โดยดีลนี้จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้ามาเป็นเจ้าของแบรนด์และธุรกิจ Bonchon ตามขอบเขตพื้นที่ที่กำหนดไว้
ไมเนอร์ ฟู้ดจะรับผิดชอบธุรกิจในทุกภูมิภาคทั่วโลกนอกทวีปอเมริกา ส่วน SPE จะเป็นเจ้าของและดำเนินธุรกิจในทวีปอเมริกา โดยไมเนอร์ ฟู้ดใช้เงินลงทุน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริษัทคาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2569
ดีลครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วระหว่างไมเนอร์ ฟู้ดกับ Bonchon โดยไมเนอร์ ฟู้ดเป็นผู้ถือสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์ของ Bonchon ในประเทศไทย และมีประสบการณ์ในการบริหารและขยายแบรนด์ในตลาดไทยมาแล้ว
ขณะเดียวกัน ไมเนอร์ ฟู้ดและ SPE ก็มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกันมานานกว่า 30 ปี โดย SPE เป็นเจ้าของแบรนด์ Swensen’s ซึ่งไมเนอร์เป็นผู้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงในอีกหลายตลาดในภูมิภาค ความร่วมมือดังกล่าวจึงขยายมาสู่การเข้าซื้อและพัฒนา Bonchon ในระดับนานาชาติ
สำหรับแบรนด์ไก่ทอดเกาหลี Bonchon เริ่มต้นจากร้านอาหารเพียงแห่งเดียวในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ก่อตั้งเมื่อปี 2545 ก่อนขยายเข้าสู่สหรัฐอเมริกาในปี 2549 และเติบโตจากแบรนด์อาหารเกาหลีในประเทศสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ระดับโลก ปัจจุบันมีเครือข่ายประมาณ 500 สาขา และมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดนอกประเทศเกาหลีใต้
ปัจจุบัน Bonchon ดำเนินธุรกิจใน 9 ตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา ไต้หวัน ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีระบบแฟรนไชส์เป็นรูปแบบหลักในการขยายธุรกิจ ทำให้สามารถขยายแบรนด์ไปยังตลาดต่าง ๆ โดยอาศัยผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่
สำหรับผลิตภัณฑ์หลัก Bonchon เป็นที่รู้จักจากไก่ทอดเกาหลีที่ผ่านกระบวนการทอดสองครั้ง หรือ double-fried พร้อมซอสสูตรเฉพาะของแบรนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของ Bonchon
นอกจากรายได้จากค่าธรรมเนียมสิทธิแล้ว Bonchon ยังมีรายได้จากการจำหน่ายซอสสูตรเฉพาะของแบรนด์ ซึ่ง Bonchon เป็นเจ้าของและดำเนินการโรงงานผลิตซอสของตัวเองด้วย โดยโรงงานมีพื้นที่รองรับการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคตตามการขยายตัวของเครือข่ายร้านอาหาร ทำให้ธุรกิจมีทั้งส่วนของแบรนด์ ระบบแฟรนไชส์ และการผลิตซอสอยู่ภายในแพลตฟอร์มเดียวกัน ช่วยสร้างฐานรายได้และกำไรที่มีความแข็งแกร่ง เปิดโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
เหตุผลสำคัญที่ไมเนอร์ ฟู้ดระบุถึงการเข้าซื้อ Bonchon คือ การเพิ่มแบรนด์ที่มีศักยภาพในการขยายตัวสูงเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอ ภายใต้โมเดล Asset-Light โดยบริษัทคาดว่าธุรกรรมจะช่วยเพิ่มกำไรให้ไมเนอร์ ฟู้ดได้ทันทีหลังการเข้าซื้อกิจการ เนื่องจาก Bonchon ดำเนินธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์เป็นหลัก และมีรายได้จากค่าธรรมเนียมสิทธิ หรือ royalty fee อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ Bonchon ยังมีฐานธุรกิจอยู่แล้วใน 9 ตลาดหลัก และมีแผนขยายสาขาทั้งในตลาดปัจจุบันและตลาดใหม่ ทำให้ไมเนอร์ ฟู้ดจะเข้ามาต่อยอดธุรกิจที่มีเครือข่ายอยู่แล้ว แทนที่จะต้องใช้เวลาและเงินลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น
เดลเลน โซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความเข้าใจใน Bonchon จากประสบการณ์บริหารแบรนด์ในประเทศไทย และมองว่า Bonchon เป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับโลกที่มีความโดดเด่นจากเกาหลีใต้และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคทั่วโลก
“บริษัทภาคภูมิใจที่กำลังก้าวขึ้นเป็นเจ้าของแบรนด์และธุรกิจ Bonchon ทั่วโลกนอกทวีปอเมริกา พร้อมกับการร่วมมือกับ SPE ซึ่งจะเป็นเจ้าของและดำเนินธุรกิจในทวีปอเมริกา อีกทั้ง สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคือแบรนด์และบุคลากรที่มีส่วนร่วมในการสร้าง Bonchon ให้เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ บริษัทจะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการแฟรนไชส์และพันธมิตรของ Bonchon รักษาเอกลักษณ์และจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์มีความพิเศษ พร้อมลงทุนเพื่อผลักดันการเติบโตทั้งในตลาดเดิมและตลาดใหม่”
ด้าน ไมเคิล เซอร์รูยา (Michael Serruya) ประธานกรรมการ SPE กล่าวว่า Bonchon เป็นแบรนด์ร้านอาหารระดับโลกที่มีศักยภาพโดดเด่น โดยมีเมนูที่มีเอกลักษณ์ ฐานลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์สูง และมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก รวมถึงมีโมเดลแฟรนไชส์ที่สามารถขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เซอร์รูยายังระบุถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่าง SPE กับไมเนอร์ที่มีมายาวนานกว่า 30 ปี โดยทั้งสองฝ่ายมีแนวคิดร่วมกันในการสร้างและขยายแบรนด์ผ่านการดำเนินงาน การบริหารแฟรนไชส์ และการลงทุนในระยะยาว พร้อมบอกว่า จะสนับสนุนทีมผู้บริหารของ Bonchon และผู้ประกอบการแฟรนไชส์ เพื่อผลักดันการขยายตัวของแบรนด์อย่างต่อเนื่องทั่วทวีปอเมริกา
หากไปดูบริบทแวดล้อมหรือภาพรวมของตลาด จะพบว่าธุรกิจไก่ทอดที่ Bonchon อยู่มีขนาดใหญ่และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง อิงจากรายงาน Fried Chicken Global Market Opportunities and Strategies to 2034 ของ Research and Markets ระบุว่า ตลาดไก่ทอดทั่วโลกมีมูลค่าเกือบ 93,330 ล้านดอลลาร์ในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5.26% ต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 130,630 ล้านดอลลาร์ในปี 2572 ก่อนแตะ 178,140 ล้านดอลลาร์ในปี 2577
แรงขับเคลื่อนของตลาดในระยะต่อไปมาจากการบริโภคอาหารจานด่วนที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของเชนร้านอาหารบริการด่วน หรือ QSR ความต้องการอาหารโปรตีนสูง และอิทธิพลของเทรนด์อาหารบนโซเชียลมีเดีย ขณะที่เดลิเวอรียังคงเป็นอีกช่องทางสำคัญของธุรกิจอาหารที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้สะดวกขึ้น
หากแยกตามรูปแบบการปรุงอาหาร ไก่ทอดสไตล์เกาหลี (Korean Fried Chicken) เป็นเซ็กเมนต์ที่ถูกคาดว่าจะเติบโตเร็วที่สุด โดยรายงานประเมินอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12.04% ต่อปีในช่วงปี 2567-2572 สูงกว่าการเติบโตของตลาดไก่ทอดโดยรวม และคาดว่าเซ็กเมนต์นี้จะสร้างโอกาสยอดขายเพิ่มขึ้น 10,250 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2572
ขณะที่เมื่อดูตามภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่งในตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุด โดยคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 8.74% ต่อปีในช่วงปี 2567-2572 ซึ่งมีความสำคัญกับ Bonchon เพราะเป็นภูมิภาคที่แบรนด์มีฐานธุรกิจอยู่แล้วหลายประเทศ ทั้งไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา ไต้หวัน ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย
อีกตัวเลขที่น่าสนใจ คือ ร้านอาหารและเชนฟาสต์ฟู้ดเป็นช่องทางที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดของตลาดไก่ทอดทั่วโลกในปี 2567 คิดเป็น 47.24% หรือประมาณ 44,080 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ช่องทางออนไลน์เดลิเวอรีถูกคาดหมายว่าจะเป็นช่องทางที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วงปี 2567-2572 ด้วย CAGR 10.54%
เมื่อเทียบดีลของ Minor กับภาพรวมตลาดไก่ทอดโลก จะเห็นว่าการเข้าซื้อ Bonchon เกิดขึ้นในช่วงที่ Korean Fried Chicken เป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุด ถือว่าเป็นโมเมนตัมที่ดีสำหรับไมเนอร์ที่เข้าซื้อ Bonchon ในจังหวะนี้
อีกจุดที่น่าสนใจคือ พื้นที่ที่ Bonchon มีฐานอยู่แล้วก็อยู่ในทิศทางเดียวกับภาพตลาด เพราะ Bonchon มีฐานธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งถูกคาดว่าจะเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของตลาดไก่ทอด โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8.74% ต่อปีในช่วงปี 2567-2572
เมื่อมองประกอบกันจะเห็นว่าไมเนอร์เข้าซื้อ Bonchon ในบริบทตลาดที่ค่อนข้างเอื้อต่อการเติบโต ทั้งตลาดไก่ทอดโดยรวมที่มีขนาดใหญ่ เซ็กเมนต์ Korean Fried Chicken ที่เติบโตเร็วกว่าตลาดรวม และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ขณะที่ไมเนอร์ ฟู้ดกำลังเข้ามารับบทบาทเจ้าของธุรกิจในตลาดนอกทวีปอเมริกา จึงน่าจับตาว่าไมเนอร์ ฟู้ดจะใช้ประโยชน์จากแรงส่งของตลาดและศักยภาพของ Bonchon ต่อยอดการเติบโตของแบรนด์ได้มากน้อยเพียงใด