
‘แม่ฮ่องสอน’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่จังหวัดสุดหินที่ขึ้นชื่อเรื่อง ‘โค้ง’และ ‘ไกล’ ที่นักเดินทางทั้งหลายอยากพิชิต 1,864 โค้ง แต่ในมุมของแบรนด์ QSR นี่คือจังหวัดที่โชว์ความพร้อมและศักยภาพของแบรนด์
ล่าสุด KFC แบรนด์ไก่ทอด ได้ประกาศความสำเร็จบุกจังหวัดแม่ฮ่องสอนสำเร็จเป็นครั้งแรกของแบรนด์ QSR ทำให้ปัจจุบัน KFC สามารถขยายครบ 77 จังหวัด รวม 1,226 สาขาทั่วไทย
โดยบทความนี้ทีม SPOTLIGHT ได้มีโอกาสพูดคุยสุด exclusive กับคุณศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์ General Manager KFC ประเทศไทย
คุณศศิพินทุ์ ได้เล่าให้ทีม SPOTLIGHT ฟังว่า แม่ฮ่องสอน คือจังหวัดที่ท้าทายที่สุดสำหรับแบรนด์ในการเปิดสาขา เพราะอุปสรรคที่สำคัญคือเรื่อง ‘การเดินทาง’ ทั้งการขนส่งและการก่อสร้างที่มีโค้งมากกว่า 1,864 โค้ง
ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับนักเดินทางแล้ว นี่อาจจะเป็นจังหวัดท้าใจในการเดินทาง แต่สำหรับแบรนด์นี่คือการเตรียมพร้อมในทุกด้านเพื่อให้ผู้บริโภคในจังหวัดได้รับบริการและสินค้าในคุณภาพที่ดีที่สุดตามมาตฐานของ KFC
คุณศศิพินทุ์ ยังได้เล่าต่อว่า จริงๆแล้ว KFC ประเทศไทยอยากเปิดสาขาที่แม่ฮ่องสอนมานานมากแล้ว ซึ่งปีที่แล้วทางแบรนด์ได้พยายามศึกษาตลาดหาพื้นที่ในการเปิดร้านจนได้มาทั้งหมด 3 พื้นที่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นั้นก็คือ
โดยในส่วยของเรื่องการตลาด ทางแบรนด์ได้ดึงสิ่งที่เป็นจุดขายของแม่ฮ่องสอนนั้นก็คือ ‘การฝ่า1,864 โค้ง’ มาเป็นแคมเปญชูโรง
ด้วยแคมเปญ “ฝ่าโค้งมาฟินไก่” โปรโมชั่น 77 บาท ไก่กรอบฮอทแอนด์สไปซี่ 7 ชิ้น และวิงซ์แซ่บ 7 ชิ้น ที่มาพร้อมบักเก็ตลายลิมิเต็ด ดีไซน์จากของดีแม่ฮ่องสอนแต่ไฮไลท์ที่สำคัญคือ “การแจกถุงฮาก” หรือถุงสำหรับผู้ที่มีอาการเมารถแล้วต้องการอาเจียนอีกด้วย
ตลาด QSR (Quick-Service Restaurant) ถือว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดอาหารอื่นๆ โดยในปี 2568 มูลค่าตลาด QSR มีมูลค่าอยู่ที่ 45,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนของตลาดไก่ทอดมากถึง 30,000 ล้านบาท
สำหรับเรื่องนี่ คุณศศิพินทุ์ ได้มองว่า ยิ่งเราเห็นร้านไก่ทอดเยอะ นั่นสะท้อนว่าตลาดนี้ยังคงเติบโตยังต่อเนื่อง ส่วนตัวผู้บริโภคเองก็ยังชอบเปิดใจลองสินค้าจากแบรนด์ใหม่ๆตลอดเวลาในตลาด
สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ KFC อยากพัฒนาสินค้าและการบริการของตนให้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยมองว่าสิ่งสำคัญในการอยู่รอดในยุคนี้ คือการสร้าง Brand Love ให้แข็งแกร่ง และไม่ว่าแบรนด์ไหนจะเข้ามาหากมีฐานลูกค้าที่รักแบรนด์ ก็จะทำให้แบรนด์อยู่รอดท่ามกลางสมรภูมิเดือด
แต่สิ่งสำคัญในนอกเหนือจากการสร้าง Brand Love คือการเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยเฉพาะท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา ผู้บริโภคหลายคนเริ่มระมัดระวังในการใช้จ่าย และมองหาแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าและคุ้มราคา
นั่นทำให้ KFC พยายามออก promotion ไม่ว่าจะเป็น Bundle และ Sharing Set ให้ลูกค้าให้รับความคุ้มค่ามากที่สุด
โดยใช้ 3 กลยุทธ์ในการเติบโต
เดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมพัฒนาโมเดลร้านที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ผู้บริโภคในทุกพื้นที่เข้าถึงไก่ทอดผู้พันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
พัฒนาเมนูจากอินไซต์จริงของผู้บริโภค ผสานรสชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงเสิร์ฟถึงมือผู้บริโภค เพื่อให้ทุกคำไม่ใช่แค่อร่อย แต่โดนใจและมั่นใจได้
สร้างประสบการณ์ภายในร้านให้เป็นพื้นที่ของโมเมนต์ ทั้งดีไซน์ บรรยากาศ การบริการ รวมถึงแคมเปญการตลาดที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้บริโภค
โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา สัดส่วนยอดขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 40% ต่างจังหวัด 60% และด้วยการสร้างประสบการณ์แบบ Omnichannel ที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย ทำให้ยอดขายกระจายอยู่หลายช่องทาง จากการซื้อกลับบ้าน 40%, รับประทานที่ร้าน 32%, แพลตฟอร์มเดลิเวอรี 25%, ไดร์ฟทรู 2% และช่องทางอื่นๆ 1%