Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
กู้สินเชื่อ CLICX แล้วบิดจะรอดไหม? ทำไมไม่เหมือนบิดแอปกู้เงินเถื่อน?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

กู้สินเชื่อ CLICX แล้วบิดจะรอดไหม? ทำไมไม่เหมือนบิดแอปกู้เงินเถื่อน?

4 ส.ค. 69
14:38 น.
แชร์

การเปิดให้บริการสินเชื่อ “CLICX พร้อมใช้” ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสื่อสังคมออนไลน์ หลังผู้สมัครจำนวนหนึ่งเผยวงเงินที่ได้รับตั้งแต่หลักพันถึง 20,000 บาท พร้อมข้อความในลักษณะว่าเตรียมเบิกเงินแล้วไม่ชำระคืน เพราะเชื่อว่าหนี้เงินกู้เป็นเพียงคดีแพ่ง ไม่มีโทษจำคุก และหากไม่มีทรัพย์สินให้ยึด ธนาคารก็ไม่สามารถทำอะไรได้ 

ความเข้าใจดังกล่าวถูกเพียงบางส่วน กล่าวคือ การไม่มีเงินชำระหนี้โดยทั่วไปเป็นข้อพิพาททางแพ่ง ไม่ได้ทำให้ลูกหนี้ถูกจับหรือจำคุกโดยอัตโนมัติ แต่ไม่ได้หมายความว่าหนี้จะหายไป หรือธนาคารไม่มีเครื่องมือติดตาม เพราะ CLICX ไม่ใช่เพียงแอปพลิเคชันปล่อยเงินกู้ แต่เป็นธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับใบอนุญาต อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และเชื่อมต่อกับระบบข้อมูลเครดิตเช่นเดียวกับธนาคารทั่วไป 

ดังนั้น สิ่งที่ผู้กู้ได้รับภายในไม่กี่นาทีจึงไม่ใช่ “เงินฟรี” แต่เป็นหนี้ที่มีสัญญา มีการยืนยันตัวตน มีข้อมูลธุรกรรม และมีเส้นทางบังคับตามกฎหมายครบถ้วน ตั้งแต่คิดดอกเบี้ยผิดนัด ระงับวงเงิน รายงานข้อมูลเครดิต หักกลบเงินฝาก เสนอปรับโครงสร้างหนี้ โอนขายหนี้ ฟ้องศาล ไปจนถึงยึดหรืออายัดทรัพย์หลังมีคำพิพากษา

ผิดนัดตั้งแต่วันแรก หนี้เริ่มแพงขึ้นและวงเงินอาจถูกปิด

ตามเอกสารแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ CLICX พร้อมใช้ สินเชื่อดังกล่าวคิดดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของลูกค้าอยู่ระหว่าง 13-25% ต่อปี และอาจประเมินความเสี่ยงใหม่ในแต่ละครั้งที่เบิกใช้วงเงิน

หากผู้กู้ไม่ชำระตามกำหนด ผลกระทบจะเริ่มขึ้นทันที โดยอาจประกอบด้วย

  • คิดดอกเบี้ยผิดนัดจากอัตราดอกเบี้ยปกติสูงสุดตามสัญญาบวกอีกไม่เกิน 3% ต่อปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 25% ต่อปี
  • คิดดอกเบี้ยผิดนัดเฉพาะเงินต้นของค่างวดที่ผิดนัด ตั้งแต่วันแรกที่ค้างจนถึงวันก่อนชำระครบ
  • เรียกเก็บค่าติดตามทวงถามไม่เกิน 50 บาทต่อบัญชีต่อรอบเมื่อค้างหนึ่งงวด และไม่เกิน 100 บาทเมื่อค้างมากกว่าหนึ่งงวด แต่จะไม่เรียกเก็บหากยอดค้างสะสมไม่เกิน 1,000 บาท
  • ยกเลิกอัตราดอกเบี้ยหรือสิทธิพิเศษที่เคยได้รับ ลดวงเงิน หรือระงับไม่ให้เบิกใช้วงเงินเพิ่มเติม
  • ปรับการประเมินความเสี่ยงของลูกค้าสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ดอกเบี้ยและวงเงินในอนาคตแย่ลง

ธนาคารสามารถติดตามหนี้เองหรือมอบหมายบริษัทติดตามทวงถามหนี้ดำเนินการแทนได้ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่สามารถโทรรบกวนไม่จำกัดเวลา ข่มขู่ หรือเปิดเผยหนี้ให้บุคคลอื่นทราบ โดยหลักทั่วไปการทวงหนี้ที่ลูกหนี้รับทราบอย่างชัดเจนทำได้ไม่เกินวันละหนึ่งครั้ง 

ติดเครดิตบูโรไม่ต้องรอให้ครบ 90 วัน

อีกความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนคือ ต้องค้างชำระเกิน 90 วันก่อนจึงจะ "เข้าเครดิตบูโร" ความจริงคือบัญชีสินเชื่อ CLICX อยู่ในระบบข้อมูลเครดิตตั้งแต่เริ่มใช้บริการ และประวัติการชำระจะถูกส่งเข้า บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ NCB เป็นรายเดือนตามรอบการรายงาน

CLICX ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ NCB ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ก่อนเปิดให้บริการสินเชื่อ โดยผู้บริหาร NCB ระบุชัดว่า เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติและลูกค้าเริ่มใช้บริการ ข้อมูลสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้จะถูกนำส่งเข้า NCB เช่นเดียวกับสถาบันการเงินสมาชิกอื่น

ข้อมูลในเครดิตบูโรประกอบด้วยวงเงิน ยอดคงค้าง สถานะบัญชี การชำระตรงเวลา การชำระล่าช้า การผิดนัด วันที่ชำระล่าสุด วันที่ปิดบัญชี และวันที่ปรับโครงสร้างหนี้ สถาบันการเงินนำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาร่วมกับรายได้ อาชีพ อายุ ภาระหนี้ และความสามารถชำระ ไม่ใช่ดูเพียงว่า “ติดแบล็กลิสต์หรือไม่” เพราะเครดิตบูโรไม่ใช่ผู้อนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อ 

ดังนั้น แม้ค้างเพียงหนึ่งหรือสองงวดและยังไม่เป็น NPL ประวัติชำระล่าช้าก็อาจถูกมองเห็นในการประเมินสินเชื่อครั้งต่อไป ผลที่อาจเกิดขึ้นคือถูกปฏิเสธสินเชื่อ ได้วงเงินต่ำลง ต้องแสดงหลักฐานรายได้มากขึ้น หรือได้เงื่อนไขที่สะท้อนความเสี่ยงสูงขึ้น ทั้งนี้ ไม่มีสูตรตายตัวว่าค้างหนึ่งครั้งแล้วทุกธนาคารต้องปฏิเสธ เพราะผู้ให้สินเชื่อแต่ละแห่งมีนโยบายประเมินต่างกัน

โดยทั่วไป NCB จัดเก็บย้อนหลังไม่เกินสามปี แต่ไม่ได้หมายความว่าค้างหนี้แล้วรอสามปีข้อมูลจะหาย หากบัญชียังมีหนี้ค้าง เจ้าหนี้จะส่งสถานะใหม่เข้าระบบต่อเนื่องทุกเดือน โดยกรณีบัญชีค้างเกิน 90 วันและยังไม่กลับมาชำระตามปกติ เจ้าหนี้สามารถส่งข้อมูลต่อเนื่องได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ค้างเกิน 90 วัน เมื่อชำระหมดแล้วข้อมูลจึงจะเปลี่ยนเป็นยอดคงเหลือศูนย์หรือปิดบัญชี ส่วนประวัติการค้างเดิมจะทยอยออกจากช่วงข้อมูลย้อนหลังตามเวลา

สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีประวัติสินเชื่อมาก่อน CLICX อาจเป็นบัญชีแรกที่ปรากฏในเครดิตบูโร หากชำระตรงเวลา บัญชีนี้จะช่วยสร้างประวัติทางการเงินสำหรับใช้ประกอบการขอสินเชื่อในอนาคต แต่หากตั้งใจผิดนัดตั้งแต่งวดแรก ประวัติที่เพิ่งเริ่มสร้างอาจกลายเป็นหลักฐานสะท้อนความเสี่ยงของผู้กู้แทน

จากหนังสือเตือน 30 วัน สู่การเรียกหนี้ทั้งก้อน

เมื่อไม่ชำระตามกำหนด ธนาคารสามารถแจ้งเตือนผ่านแอป อีเมล โทรศัพท์ หนังสือ หรือช่องทางที่ระบุในสัญญา พร้อมเรียกดอกเบี้ยผิดนัดและค่าติดตามภายในเพดานที่กำหนด การปิดโทรศัพท์ เปลี่ยนซิม หรือถอนแอปไม่ได้ทำให้สัญญาสิ้นสุด เพราะข้อมูลตัวตนและที่อยู่ติดต่ออยู่ในระบบของธนาคารแล้ว

อย่างไรก็ดี ธนาคารและผู้รับมอบหมายทวงหนี้ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทวงถามหนี้ ไม่สามารถข่มขู่ ดูหมิ่น เปิดเผยหนี้ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือแอบอ้างเป็นศาล ตำรวจ หรือเจ้าพนักงานได้ เวลาติดต่อโดยทั่วไปคือวันจันทร์-ศุกร์ 08.00-20.00 น. และวันหยุดราชการ 08.00-18.00 น. อีกทั้งเมื่อสามารถติดต่อและสื่อสารเรื่องการทวงหนี้กับลูกหนี้สำเร็จ ให้นับได้ไม่เกินหนึ่งครั้งต่อวัน 

ตามเอกสาร CLICX หากลูกหนี้ผิดสัญญา ธนาคารจะมีหนังสือแจ้งให้แก้ไขเหตุผิดนัดภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่แก้ไข ธนาคารอาจบอกเลิกสัญญาและเรียกให้ชำระหนี้ทั้งหมดที่เหลืออยู่ ไม่ใช่เรียกเฉพาะงวดที่ค้าง จากนั้นอาจดำเนินคดีหรือโอนขายสิทธิเรียกร้องให้บริษัทบริหารสินทรัพย์หรือผู้รับโอนหนี้ที่มีสิทธิตามกฎหมาย

แต่กระบวนการไม่ได้หมายความว่าธนาคารต้องรีบฟ้องทันที หลักเกณฑ์ Responsible Lending ของ ธปท. กำหนดให้ผู้ให้บริการเสนอแนวทางปรับโครงสร้างหนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้งเมื่อเริ่มเห็นสัญญาณว่าลูกหนี้มีปัญหาและยังค้างไม่เกิน 90 วัน และเสนออีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งเมื่อลูกหนี้ค้างเกิน 90 วัน ก่อนขายหนี้ บังคับหลักประกัน หรือดำเนินคดีตามขอบเขตที่หลักเกณฑ์กำหนด

แนวทางช่วยเหลืออาจเป็นการขยายระยะเวลาผ่อน ลดค่างวดช่วงแรก หรือปรับตารางชำระให้สอดคล้องกับรายได้จริง สำหรับหนี้ NPL ลูกหนี้ควรมีเวลาพิจารณาข้อเสนออย่างน้อย 60 วันก่อนถูกโอนขายหนี้ อย่างไรก็ตาม สิทธินี้ไม่ใช่การพักหนี้โดยอัตโนมัติ ลูกหนี้ต้องติดต่อ ให้ข้อมูลรายรับรายจ่าย และพิจารณาแผนที่จ่ายได้จริง หากไม่ตอบรับหรือไม่ปฏิบัติตามแผน เจ้าหนี้ยังเดินหน้าตามสัญญาและกฎหมายได้

นอกจากนี้ ผู้สมัคร CLICX พร้อมใช้ต้องมีบัญชีเงินฝาก CLICX Save และช่องทางชำระหลักคือการตัดบัญชีอัตโนมัติ หากถึงกำหนดแล้วมีเงินไม่เพียงพอจะเกิดยอดค้าง ขณะเดียวกันเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่า หากหนี้ถึงกำหนดชำระแล้วลูกค้าไม่ชำระภายในระยะเวลาตามสัญญา ธนาคารมีสิทธิหักเงินจากบัญชีเงินฝากอื่นของลูกค้าเพื่อชำระหนี้ได้ โดยการหักกลบลบหนี้ดังกล่าวไม่ครอบคลุมบัญชีเงินฝากที่ใช้เป็นหลักประกันหรือบัญชีที่ใช้หักชำระค่างวดอัตโนมัติ

ไม่มีทรัพย์วันนี้ ไม่ได้แปลว่าธนาคารหมดสิทธิ

หากเจรจาไม่สำเร็จ CLICX สามารถเก็บหนี้ไว้ดำเนินการเอง หรือโอนขายสิทธิเรียกร้องให้บริษัทบริหารสินทรัพย์หรือผู้รับโอนที่กฎหมายอนุญาต โดยการขายหนี้ไม่ได้ทำให้หนี้หายไป เพียงเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้ที่มีสิทธิเรียกชำระจากผู้กู้

เมื่อถึงขั้นตอนนี้ ธนาคารหรือผู้รับโอนอาจฟ้องคดีแพ่งเพื่อขอให้ศาลพิพากษาให้ชำระเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายหรือสัญญารองรับ หากลูกหนี้ได้รับหมายศาลแล้วไม่ยื่นคำให้การหรือไม่ไปศาล คดีสามารถดำเนินต่อไปโดยไม่มีข้อต่อสู้จากลูกหนี้ได้

ดังนั้น หากได้รับหมายศาลไม่ควรเพิกเฉย เพราะการไม่ไปศาลไม่ได้ทำให้คดีหยุด แต่อาจทำให้เสียโอกาสตรวจยอดหนี้ โต้แย้งข้อมูล ขอไกล่เกลี่ย หรือเสนอเงื่อนไขผ่อนชำระที่เหมาะสม

ต่อมาเมื่อมีคำพิพากษาและลูกหนี้ยังไม่ชำระ เจ้าหนี้จึงขอให้กรมบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์ได้ เช่น เงินในบัญชีธนาคาร รถยนต์ ที่ดิน บ้าน สิทธิเรียกร้อง หรือเงินเดือนส่วนที่เกินวงเงินคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าหนี้ต้องร้องขอให้บังคับคดีด้วยการตั้งเรื่องยึดหรืออายัดทรัพย์ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือวันที่อาจบังคับคดีได้ มิฉะนั้นจะสิ้นสิทธิบังคับคดี ส่วนขั้นตอนที่ต่อเนื่องจากการยึดหรืออายัดซึ่งทำไว้แล้วภายในกำหนด เช่น การขายทอดตลาด สามารถดำเนินการภายหลังได้

หากตรวจสอบแล้วลูกหนี้ไม่มีทรัพย์หรือรายได้ให้อายัด เจ้าหนี้อาจยังเก็บเงินไม่ได้ในเวลานั้น แต่คำพิพากษาไม่ได้หายไป เจ้าหนี้ยังสามารถติดตามทรัพย์หรือรายได้ที่เกิดขึ้นภายหลังภายในระยะเวลาบังคับคดีได้ ดังนั้น กลยุทธ์ “ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ยึด” เป็นเพียงการเลื่อนปัญหา ไม่ใช่การปิดหนี้

นอกจากนี้ แม้การไม่สามารถชำระหนี้ตามปกติยังคงเป็นคดีแพ่งและไม่ทำให้ถูกจำคุก แต่หากพบว่าผู้สมัครใช้ข้อมูลเท็จ ปลอมเอกสาร ใช้ตัวตนบุคคลอื่น หรือมีพฤติการณ์หลอกลวงเพื่อให้ธนาคารอนุมัติเงินตั้งแต่ต้น อาจแยกเป็นความผิดอาญาได้ 

ดังนั้น แม้การโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า “ตั้งใจบิด” จะไม่ทำให้ผู้กู้เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงโดยอัตโนมัติ แต่ข้อความดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานเมื่อพิจารณาร่วมกับพฤติการณ์อื่น หากมีหลักฐานชัดเจนว่าผู้กู้มีเจตนากู้เงินโดยไม่คิดชำระคืนตั้งแต่แรก ก็อาจถูกดำเนินคดีอาญาได้

สรุปแล้วถ้าบิดหนี้ Virtual Bank ใครจะเข้ามาดำเนินการ และทำหน้าที่อะไร

หน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้อง

บทบาทเมื่อเกิดการผิดนัด

สิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่

CLICX

แจ้งยอดค้าง คิดดอกเบี้ยและค่าทวงถามตามเกณฑ์ ลดหรือระงับวงเงิน เสนอปรับโครงสร้างหนี้ บอกเลิกสัญญา โอนขายหนี้หรือฟ้องคดี

ไม่มีอำนาจจับกุมหรือยึดทรัพย์เองโดยไม่ผ่านกระบวนการ

บริษัททวงถามหนี้

ติดต่อและรับชำระตามที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้กฎหมายทวงถามหนี้

ห้ามข่มขู่ ประจาน เปิดเผยหนี้แก่บุคคลอื่น หรือแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

NCB

จัดเก็บและแสดงข้อมูลบัญชี วงเงิน ยอดหนี้ และประวัติการชำระตามที่สมาชิกนำส่ง

ไม่ใช่ผู้ตัดสินอนุมัติสินเชื่อและไม่ใช่ “บัญชีดำ”

ธปท.

กำกับธนาคาร ตรวจสอบการปฏิบัติตามเกณฑ์ Responsible Lending และรับเรื่องร้องเรียนบริการทางการเงิน

ไม่ลบหนี้หรือบังคับให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ

ศาลยุติธรรม

พิจารณาข้อพิพาท ตรวจหลักฐาน ไกล่เกลี่ย และมีคำพิพากษา

ไม่ทำหน้าที่ทวงหนี้แทนธนาคาร

กรมบังคับคดี

ยึดหรืออายัดทรัพย์ตามหมายบังคับคดีหลังมีคำพิพากษา

ไม่เข้ามาดำเนินการเพียงเพราะค้างหนึ่งหรือสองงวด

ตำรวจหรือหน่วยงานสอบสวน

ดำเนินคดีเมื่อมีองค์ประกอบความผิดอาญา เช่น ปลอมเอกสาร สวมตัวตน หรือฉ้อโกง

ไม่จับกุมเพียงเพราะเป็นหนี้แพ่งและจ่ายไม่ไหว

ในมุมของธนาคาร หากการผิดนัดเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ผลไม่ได้จำกัดอยู่ที่ค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้ ธนาคารต้องประเมินความเสี่ยงเครดิตและตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามมาตรฐานบัญชี โดยบัญชีที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอาจถูกจัดในกลุ่ม Stage 2 ก่อนครบ 90 วัน ขณะที่หนี้เสียโดยทั่วไปอยู่ใน Stage 3 การตั้งสำรองสูงขึ้นย่อมกระทบกำไรและเงินทุนของธนาคาร

ผลทางอ้อมจึงอาจตกกับลูกค้าชั้นดีด้วย หากข้อมูลจริงชี้ว่ากลุ่มผู้สมัครบางประเภทมีอัตราผิดนัดสูง ธนาคารอาจปรับโมเดลความเสี่ยง ลดวงเงิน ตรวจข้อมูลเข้มขึ้น หรือคิดอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงมากขึ้น

กระแส “กู้แล้วบิด” หากเกิดขึ้นจริงในวงกว้างจึงไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะธนาคาร แต่ทำให้คนที่ไม่มีสลิปเงินเดือนหรือมีข้อมูลเครดิตน้อยเข้าถึงสินเชื่อในระบบยากขึ้นด้วย

ทำไมการบิด CLICX พร้อมใช้ จึงต่างจากการบิดแอปเงินกู้เถื่อน

คำว่า “แอปเงินกู้” ครอบคลุมผู้ให้บริการหลายประเภท จึงต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นธนาคาร นอนแบงก์ที่ได้รับอนุญาต แอปนายหน้าที่ทำงานกับผู้ให้สินเชื่อในระบบ หรือแอปเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต การมีหน้าตาเป็นแอปเหมือนกันไม่ได้แปลว่ามีสถานะตามกฎหมายเหมือนกัน

ประเด็น

CLICX พร้อมใช้

แอปเงินกู้เถื่อน

สถานะผู้ให้กู้

ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาที่อยู่ภายใต้การกำกับ

อาจไม่ทราบนิติบุคคล ไม่มีใบอนุญาต หรือใช้ชื่อบุคคลอื่นบังหน้า

อัตราดอกเบี้ย

อยู่ภายใต้เพดานสินเชื่อส่วนบุคคล รวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมไม่เกินเกณฑ์กำกับ

มักคิดรายวันหรือรายสัปดาห์สูงเกินกฎหมาย หักดอกเบี้ยล่วงหน้า หรือโอนเงินให้ต่ำกว่ายอดในสัญญา

การทำสัญญา

มีการยืนยันตัวตน การให้ความยินยอม และสัญญาอิเล็กทรอนิกส์

สัญญาอาจไม่ชัด ไม่เปิดเผยอัตราที่แท้จริง หรืออ้างว่าเกิดหนี้ทั้งที่ผู้ใช้ยังไม่ยืนยัน

ข้อมูลเครดิต

นำส่งข้อมูลสินเชื่อและการชำระเข้า NCB

ผู้ให้กู้เถื่อนโดยตัวเองมักไม่ใช่สมาชิก NCB แต่ต้องระวังแอปที่เป็นหน้าร้านให้เจ้าหนี้ในระบบ

การทวงหนี้

ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย จำกัดเวลา ความถี่ และวิธีติดต่อ

พบการดูดรายชื่อผู้ติดต่อ ข่มขู่ โทรหาญาติหรือที่ทำงาน และประจานบนโซเชียล

การดำเนินคดี

ใช้กระบวนการแพ่ง ศาล และกรมบังคับคดี

ผู้ให้กู้อาจหลีกเลี่ยงกระบวนการเพราะตนเองทำผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้แปลว่าผู้กู้มีสิทธิใช้เงินทุกกรณีโดยไม่คืน

ช่องทางร้องเรียน

ร้องเรียนธนาคารหรือ ธปท. และใช้ศาลได้

อาจต้องแจ้งตำรวจ DSI สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานอื่นตามลักษณะความผิด

สภาองค์กรของผู้บริโภครายงานเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ว่าแอปกู้เงินเถื่อนจำนวนหนึ่งรวมปัญหาหลายด้านไว้ด้วยกัน ทั้งการปล่อยกู้นอกระบบ การหลอกลวงออนไลน์ การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการทวงถามหนี้ผิดกฎหมาย บางแอปเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ รูปภาพ ตำแหน่ง หรือบัญชีโซเชียล แล้วนำข้อมูลไปกดดันผู้กู้และคนรอบข้าง ขณะที่ DSI เคยดำเนินคดีขบวนการแอปกู้เถื่อนที่คิดดอกเบี้ยเกินกฎหมายและใช้วิธีข่มขู่ประจาน 

เหตุที่ผู้กู้บางส่วนรู้สึกว่า “บิดแอปเถื่อนได้” มักเกิดจากผู้ให้กู้ไม่กล้าฟ้อง เพราะการฟ้องอาจเปิดเผยว่าตนไม่มีใบอนุญาต คิดดอกเบี้ยผิดกฎหมาย หรือมีพฤติกรรมละเมิดข้อมูล แต่ผู้กู้ไม่ควรตีความว่าเงินต้นที่ได้รับมาเป็นเงินฟรี หรือผู้ให้กู้ไม่สามารถดำเนินคดีหรือแม้แต่ทำร้ายผู้กู้เพื่อเอาเงินคืนได้

ดอกเบี้ยหรือค่าปรับส่วนที่ผิดกฎหมายอาจไม่มีผลบังคับและผู้ให้กู้อาจต้องรับโทษ แต่สิทธิเรียกคืนเงินต้นจริงยังขึ้นอยู่กับหลักฐานและข้อเท็จจริงของแต่ละคดี เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ข้อความสนทนา หลักฐานโอนเงิน และการยืนยันในแอปสามารถถูกนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้ การตั้งใจยืมเงินโดยอาศัยความเข้าใจว่า “อีกฝ่ายผิดกฎหมายจึงไม่ต้องคืน” จึงมีความเสี่ยงทั้งทางกฎหมายและความปลอดภัย

ความแตกต่างสำคัญที่สุดคือ แอปเถื่อนมักใช้ความกลัวและข้อมูลส่วนตัวเป็นเครื่องมือบังคับ ขณะที่ CLICX ใช้สัญญา ระบบข้อมูลเครดิต และกระบวนการศาล แอปเถื่อนอาจติดตามหนี้อย่างผิดกฎหมาย แต่ธนาคารที่ถูกกฎหมายมีเครื่องมือระยะยาวและเชื่อมโยงกับชีวิตทางการเงินของผู้กู้มากกว่า

เงินก้อนเล็ก อาจแลกด้วยต้นทุนทางการเงินก้อนใหญ่

การบิดสินเชื่อ 5,000 หรือ 20,000 บาทอาจดูเหมือนแลกเงินสดก้อนหนึ่งกับการรับโทรศัพท์ทวงหนี้ไม่กี่ครั้ง แต่ต้นทุนแท้จริงอาจกินเวลาหลายปี ตั้งแต่ดอกเบี้ยผิดนัด ค่าติดตาม การสูญเสียวงเงิน ประวัติค้างชำระในเครดิตบูโร ไปจนถึงความยากในการขอบัตรเครดิต สินเชื่อรถ สินเชื่อบ้าน หรือเงินทุนประกอบอาชีพในอนาคต

ผู้กู้ไม่ควรคาดหวังด้วยว่าจะมีมาตรการรัฐมาล้างหนี้ก้อนใหม่นี้ ตัวอย่างเช่น โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่เริ่มในปี 2569 กำหนดให้เป็นหนี้ NPL อยู่แล้ว ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และมียอด NPL รวมไม่เกิน 100,000 บาท จึงไม่ครอบคลุมสินเชื่อ CLICX ที่เพิ่งเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2569 โครงการยังระบุชัดว่าเป็นมาตรการเฉพาะกิจครั้งเดียวเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างแรงจูงใจให้ตั้งใจผิดนัด 

หากเริ่มเห็นว่าจะจ่ายไม่ไหว ทางเลือกที่สร้างความเสียหายน้อยที่สุดคือรีบติดต่อ CLICX ก่อนครบกำหนดหรือก่อนค้างเกิน 90 วัน แจ้งรายได้และค่าใช้จ่ายตามจริง ขอแผนปรับโครงสร้างหนี้ที่จ่ายต่อเนื่องได้ และเก็บหลักฐานการติดต่อทุกครั้ง หากข้อมูลในเครดิตบูโรไม่ถูกต้อง ผู้กู้มีสิทธิขอตรวจสอบและขอแก้ไข หากการทวงถามไม่เป็นธรรมสามารถร้องเรียนธนาคารหรือ BOT Contact Center 1213 ได้

สำหรับผู้ที่ถูกแอปเงินกู้เถื่อนคุกคาม ควรเก็บภาพหน้าจอ ข้อความ รายการโอน ชื่อบัญชีและหลักฐานการอนุญาตเข้าถึงข้อมูล พร้อมแจ้งตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่อย่านำประสบการณ์ที่ผู้ให้กู้เถื่อนไม่กล้าฟ้องมาใช้เป็นสูตรกับสินเชื่อธนาคาร เพราะระบบติดตามและผลกระทบต่อเครดิตแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

สรุปแล้ว ความแตกต่างสำคัญไม่ใช่ว่า “หนี้ธนาคารต้องจ่าย แต่หนี้แอปเถื่อนไม่ต้องจ่าย” หากอยู่ที่ CLICX เป็นหนี้ซึ่งฝังอยู่ในระบบการเงินที่มีทั้งสัญญา ข้อมูลเครดิต หน่วยงานกำกับ ศาล และกระบวนการบังคับคดีครบวงจร ขณะที่แอปเถื่อนอยู่นอกระบบและมักใช้วิธีติดตามที่ผิดกฎหมาย การไม่จ่ายหนี้ทั้งสองแบบจึงไม่ใช่เงินฟรี เพียงแต่ความเสี่ยงที่ตามมามีรูปแบบต่างกันเท่านั้น


อ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคาร CLICX บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ กรมบังคับคดี สภาองค์กรของผู้บริโภค กรมสอบสวนคดีพิเศษ

แชร์
กู้สินเชื่อ CLICX แล้วบิดจะรอดไหม? ทำไมไม่เหมือนบิดแอปกู้เงินเถื่อน?