Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Virtual Bank ดัน Fintech โต บริษัทเร่งแย่งคนเข้าใจทั้งเทค-ธุรกิจ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Virtual Bank ดัน Fintech โต บริษัทเร่งแย่งคนเข้าใจทั้งเทค-ธุรกิจ

19 มิ.ย. 69
17:31 น.
แชร์

ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่าน PromptPay การสแกน QR Code จ่ายค่าอาหาร หรือการซื้อของออนไลน์แล้วกดผ่อนชำระได้ทันที พฤติกรรมการใช้เงินของคนไทยเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหมือนเดิม บริการทางการเงินที่เคยอยู่ในธนาคาร สาขา หรือเอกสารจำนวนมาก วันนี้ค่อย ๆ เข้ามาอยู่ในมือถือและแพลตฟอร์มที่เราใช้ทุกวัน

นี่คือภาพของการเงินดิจิทัลที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การโอนหรือจ่ายเงิน แต่กำลังถูก “ฝัง” เข้าไปในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน ตั้งแต่การผ่อนสินค้าในแอปช้อปปิง การซื้อประกันพร้อมตั๋วเครื่องบิน ไปจนถึงบริการชำระเงินและสินเชื่อสำหรับร้านค้าในแอปเดลิเวอรี                        

ล่าสุด การมาถึงของ Virtual Bank หรือ “ธนาคารไร้สาขา” ยิ่งทำให้ภาพของระบบการเงินยุคใหม่ชัดเจนขึ้น เพราะธนาคารในอนาคตอาจไม่จำเป็นต้องมีสาขาแบบเดิม แต่ให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ตั้งแต่การเปิดบัญชี ขอสินเชื่อ ไปจนถึงการบริหารเงินส่วนบุคคล 

เบื้องหลังบริการเหล่านี้คือการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงที่ซับซ้อนขึ้น เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินรู้จักลูกค้าได้แม่นยำกว่าเดิม ปล่อยสินเชื่อได้ปลอดภัยขึ้น และออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่ Fintech หรือเทคโนโลยีทางการเงิน กำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่กำลังเปลี่ยนทั้งระบบการเงินและตลาดแรงงานไปพร้อมกัน

เมื่อธุรกิจหน้าใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สถาบันการเงินดั้งเดิมต้องเร่งปรับตัวในสนามแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี “คน” จึงกลายเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมนี้ เพราะองค์กรไม่ได้ต้องการแค่คนเขียนโค้ด หรือคนทำการเงินแบบเดิม แต่ต้องการคนที่เข้าใจทั้งสองโลก และสามารถแปลงโจทย์ธุรกิจให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง

WEF ชี้กลุ่มงาน Fintech  โตแรงในยุคการเงินดิจิทัล

ในขณะที่บางอาชีพเริ่มถูกกลืนจากระบบอัตโนมัติและ AI ตลาดแรงงานยังต้องการคนทำงานสายเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ ความปลอดภัยไซเบอร์ และเทคโนโลยีทางการเงิน

รายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum หรือ WEF ระบุว่า กลุ่มงานที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุดในช่วงปี 2025-2030 เป็นกลุ่มงานที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ ตั้งแต่ Big Data Specialists หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่, Fintech Engineers หรือวิศวกรที่พัฒนาระบบการเงินดิจิทัล ไปจนถึง AI and Machine Learning Specialists หรือผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ 

เมื่อมองกลับมาที่อุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลของไทย ความต้องการคนกลุ่มนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะ Fintech ต้องอาศัยคนหลายสายงานทำงานร่วมกัน ตั้งแต่คนวิเคราะห์ข้อมูล คนพัฒนาระบบ คนออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ คนดูแลความปลอดภัย ไปจนถึงคนที่เข้าใจกฎระเบียบทางการเงิน

หนึ่งในอาชีพที่ถูกจับตามองคือ Fintech Engineer หรือวิศวกรที่พัฒนาระบบและผลิตภัณฑ์ทางการเงินดิจิทัล เช่น ระบบชำระเงิน ระบบปล่อยสินเชื่อออนไลน์ ระบบยืนยันตัวตน ระบบตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ หรือแพลตฟอร์มทางการเงินที่ต้องรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากอย่างปลอดภัย อาชีพนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทักษะด้านไอที เพราะระบบการเงินมีความละเอียดอ่อนสูง ทั้งเรื่องความถูกต้องของธุรกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน คนทำงานในสายนี้จึงต้องเข้าใจทั้งเทคโนโลยีและธรรมชาติของธุรกิจการเงินไปพร้อมกัน

อีกกลุ่มที่ขาดไม่ได้คือ Cybersecurity หรือความปลอดภัยไซเบอร์ เพราะเมื่อธุรกรรมจำนวนมากย้ายเข้าสู่โลกออนไลน์ ความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ การรั่วไหลของข้อมูล และการฉ้อโกงทางการเงินก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย สำหรับองค์กรการเงิน ความปลอดภัยจึงไม่ใช่แค่เรื่องของระบบหลังบ้าน แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของความน่าเชื่อถือทั้งองค์กร

นอกจากนี้ กระแสความยั่งยืนยังทำให้เกิดงานใหม่ที่เชื่อมระหว่างเทคโนโลยี การเงิน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ Green Fintech เช่น แพลตฟอร์มที่ช่วยธุรกิจเข้าถึงเงินทุนเพื่อปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อม ระบบติดตามคาร์บอน การประเมินความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สนับสนุนพลังงานสะอาด

ตลาดต้องการคนที่เข้าใจทั้ง ‘เทคโนโลยี’ และ ‘ธุรกิจ’

คนที่ตลาดต้องการมากขึ้นคือคนที่มีทักษะแบบ T-Shaped Skills หรือคนที่มีความรู้ลึกในเรื่องที่ตัวเองถนัด ขณะเดียวกันก็มีความรู้กว้างพอที่จะทำงานร่วมกับศาสตร์อื่นได้ เช่น คนสายเทคโนโลยีอาจต้องเข้าใจพื้นฐานธุรกิจการเงิน พฤติกรรมผู้บริโภค และกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนคนสายการเงินหรือธุรกิจ ก็ต้องเข้าใจข้อมูล ระบบดิจิทัล และวิธีคิดของทีมเทคโนโลยีมากขึ้น

ทักษะสำคัญอันดับแรกคือ Data Literacy หรือความสามารถในการเข้าใจและใช้ข้อมูลให้เป็น และต้องรู้ว่าข้อมูลกำลังบอกอะไร ใช้ตัดสินใจเรื่องใดได้บ้าง และจะต่อยอดเป็นบริการหรือกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างไร

อีกทักษะที่ขาดไม่ได้คือความเข้าใจเรื่องกฎระเบียบทางการเงิน เพราะนวัตกรรม Fintech ต้องอยู่ภายใต้กรอบที่ปลอดภัยและถูกต้อง เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA กฎเกณฑ์ด้านการชำระเงิน การปล่อยสินเชื่อ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล

ในฝั่ง Soft Skills สิ่งที่สำคัญมากคือ Agility หรือความสามารถในการปรับตัวเร็ว เพราะเทคโนโลยีการเงินเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งที่เคยเป็นนวัตกรรมเมื่อไม่กี่ปีก่อน อาจกลายเป็นมาตรฐานพื้นฐานในวันนี้ ขณะเดียวกัน Cross-Functional Communication หรือการสื่อสารข้ามทีม ก็เป็นทักษะที่องค์กรให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะคนทำ Fintech ต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างหลายฝ่ายได้ เช่น แปลโจทย์ธุรกิจให้ทีมเทคโนโลยีเข้าใจ หรืออธิบายระบบเทคนิคที่ซับซ้อนให้ผู้บริหาร พาร์ตเนอร์ และผู้ใช้งานเห็นภาพ

พูดง่าย ๆ คนที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมนี้ คือคนที่เชื่อมความรู้หลายด้านเข้าด้วยกัน และทำให้ไอเดียกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง

NITMX Fintech Bootcamp 2026 พื้นที่ปั้นคนรุ่นใหม่สู่โลก Fintech

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจอุตสาหกรรม Fintech แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร โครงการ NITMX Fintech Bootcamp 2026: Unlocking the Future of Fintech จัดโดย บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด หรือ NITMX ผู้ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทเป็นระบบกลางในการจัดการและเชื่อมต่อธุรกรรมระหว่างธนาคารของประเทศไทย

NITMX คือหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่อยู่เบื้องหลังระบบการชำระเงินดิจิทัลของประเทศ การจัดโครงการนี้จึงเป็นความพยายามในการสร้างคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจโครงสร้างจริงของระบบการเงินดิจิทัล และพร้อมสู่การทำงานในอุตสาหกรรม โดยต่อยอดจากความสำเร็จของเวที Hackathon ในปี 2024 และ 2025 ซึ่งได้รับความสนใจจากนิสิต นักศึกษา และ Tech Talent จากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 100 ทีม โดยในปี 2026 โครงการได้รับการยกระดับจากการแข่งขันระยะสั้น ไปสู่โปรแกรมบ่มเพาะที่เข้มข้นขึ้น

ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การทำความเข้าใจปัญหาในโลกการเงินจริง การพัฒนาไอเดียให้เป็นต้นแบบ การตรวจสอบว่าไอเดียนั้นตอบโจทย์ตลาดหรือไม่ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากภาคการเงินและเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Site Visit หรือการศึกษาดูงานกับองค์กรพันธมิตร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นภาพการทำงานจริงของอุตสาหกรรม และเข้าใจว่าระบบการเงินดิจิทัลต้องทำงานร่วมกับธุรกิจ ผู้กำกับดูแล เทคโนโลยี และผู้ใช้งานอย่างไร

ไฮไลต์สำคัญของโครงการครอบคลุมทั้งหลักสูตรที่อัปเดตตามสถานการณ์จริง เช่น Virtual Banking, Big Data และ Cybersecurity การเวิร์กช็อปจากโจทย์ธุรกิจจริง การได้รับคำแนะนำจาก Mentor ในอุตสาหกรรม และโอกาสในการสร้างเครือข่ายกับองค์กรชั้นนำด้าน Fintech

โครงการยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรหลายภาคส่วน ได้แก่ ExpresSo NB, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), Mastercard, jobsdb by SEEK, Techsauce และมหาวิทยาลัยพันธมิตรมากกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงโลกการศึกษาเข้ากับโลกการทำงานจริง โดยหนึ่งในจุดเด่นของปีนี้คือความร่วมมือกับ jobsdb by SEEK ที่เข้ามาช่วยเชื่อมโครงการเข้ากับโอกาสทางอาชีพ ทำให้ Bootcamp สามารถต่อยอดไปสู่เส้นทางการทำงานในอุตสาหกรรม Fintech ได้มากขึ้น

โครงการ NITMX Fintech Bootcamp 2026 เปิดรับสมัครเยาวชน นิสิต นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ และผู้ที่สนใจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเงิน อายุระหว่าง 18-25 ปี โดยสมัครเป็นทีม ทีมละ 3-5 คน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ถึง 22 กรกฎาคม 2569 หลังปิดรับสมัคร จะคัดเลือกผู้สมัครจากทั่วประเทศเข้าสู่รอบ Bootcamp จำนวน 50 ทีม และคัดต่อเหลือ 15 ทีมสุดท้าย เพื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนานวัตกรรมเชิงลึก

ทีมชนะเลิศจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วม Innovation Tour ณ เมืองเซินเจิ้นและฮ่องกง พร้อมเข้าร่วมงาน Hong Kong FinTech Week 2026 โดยครอบคลุมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และค่าเดินทางตลอดทริป นอกจากนี้ ยังมีรางวัล The Best of Track รางวัลละ 10,000 บาท รางวัล Outstanding of Track รางวัลละ 5,000 บาท และทีมที่ผ่านเข้ารอบ 15 ทีมสุดท้ายจะได้รับ E-Certificate พร้อมบัตรเข้าร่วมงาน Techsauce Global Summit 2026

คุณฉัตรชัย ดุษฎีโหนด กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด หรือ NITMX กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ความต้องการบุคลากรที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยี การเงิน และนวัตกรรมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง “เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการสร้าง Tech Talent Community และ Fintech Ecosystem ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาคเทคโนโลยี ภาคการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล ภาคการศึกษา และพันธมิตรด้านการจ้างงาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากโจทย์จริง พัฒนาศักยภาพจากแนวคิดสู่ต้นแบบ และต่อยอดสู่การใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม” นายฉัตรชัยกล่าว

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียด เกณฑ์การคัดเลือก และสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ http://www.nitmx-fintech-bootcamp.com

แชร์
Virtual Bank ดัน Fintech โต บริษัทเร่งแย่งคนเข้าใจทั้งเทค-ธุรกิจ