
นับตั้งแต่โลกการลงทุนแบบดั้งเดิม (TradFi) เริ่มเปิดรับเทคโนโลยีบล็อกเชนตลอดจนแนวคิดของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ ทำให้เกิดโปรดักต์ตลอดจนแนวคิดการลงทุนใหม่ที่ผสมผสานทั้งสองโลกเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการลงทุนในอนาคต
หนึ่งในข้อจำกัดของการลงทุนแบบดั้งเดิมคือเวลาทำการตลาดหุ้นและตลาดฟิวเจอร์สมีเวลาเปิดปิด ทั้งวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดพิเศษ ทำให้เมื่อมีข่าวด่วนหรือวิกฤตด้านภูมิรัฐศาสตร์เกิดขึ้นในวันหยุดนักลงทุนจะไม่สามารถบริหารความเสี่ยงได้ทันที จนเกิดสภาวะที่ราคาเปิดตลาดกระโดดเกิดขึ้นในวันทำการซื้อขายวันแรก
ทำให้ตลาดการลงทุนดั้งเดิมเริ่มนำแนวคิดของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปิดเทรดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมาใช้ ปัจจุบันตลาดระดับโลกอย่าง CME Group รวมถึงตลาดหุ้น Nasdaq เริ่มขยับตัวเปิดให้ซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สทองคำและน้ำมันดิบแบบ 24/7 หรือ 24 ชั่วโมง 7 วัน เพื่อแข่งขันกับแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล โดยการนำบล็อกเชนมาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยให้การชำระราคาและส่งมอบสินทรัพย์สามารถทำได้เร็วชนิดเรียลไทม์ช่วยปิดจุดอ่อนของแพลตฟอร์มแบบดั้งเดิมลงไปได้
Prediction Market หรือตลาดซื้อขายสัญญาคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า (Event Contracts) ได้เติบโตจากกระแสเฉพาะกลุ่มมาเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกการเงิน โดยครอบคลุมทั้งประเด็นทางการเมืองเช่นผลการเลือกตั้ง ผลการแข่งขันกีฬา ดัชนีทางเศรษฐกิจ, หรือแม้แต่สภาพภูมิอากาศ
สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ต่างโดดเข้าร่วมสมรภูมินี้อย่างถูกกฎหมายภายใต้การรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล (เช่น CFTC ในสหรัฐฯ) ตัวอย่างเช่น Coinbase ที่จับมือกับ Kalshi หรือ Robinhood ที่เปิดตัวกระดานเทรด Prediction ของตัวเอง การเทรดในตลาดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการพนัน แต่คือเครื่องมือชิ้นใหม่ที่นักลงทุนใช้เพื่อ เก็งกำไรและกระจายความเสี่ยง (Hedging) จากเหตุการณ์ในโลกจริงที่มีผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุน
เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป บรรดาผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์การลงทุนเริ่มที่จะนำเสนอโปรดักต์ใหม่ๆให้กับลูกค้า โดยเทรนด์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือ โบรกเกอร์ดั้งเดิม หรือแพลตฟอร์มอย่าง Robinhood โบรกเกอร์หุ้นระดับโลกหลายแห่ง เริ่มหันมาเปิดบริการซื้อขายคริปโต เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องย้ายเงินออกไปที่อื่น
ขณะที่กระดานเทรดคริปโต (Crypto Exchanges) อย่าง Binance, Kraken หรือ Bybit เริ่มนำเสนอ Tokenized Stocks (หุ้นบนรูปแบบโทเคนดิจิทัล) เปิดให้ผู้ใช้สามารถส่งคำสั่งซื้อหุ้นระดับโลกเช่น หุ้นเทคโนโลยีอวกาศอย่าง SpaceX หรือหุ้น AI ยอดฮิต ได้โดยตรงจากบนกระดานเทรดคริปโต
Perpetual Swaps หรือสัญญาส่งมอบสินค้าไม่มีกำหนดอายุ เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ได้รับความนิยมในโลกคริปโตมาก่อน ปัจจุบันได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับสินทรัพย์ในโลก TradFi แล้ว
บนแพลตฟอร์ม DeFi และกระดานเทรดคริปโตนักลงทุนสามารถซื้อขาย Stock Perpetuals หรือสัญญาฟิวเจอร์สไร้วันหมดอายุของหุ้นสหรัฐฯ และดัชนีสำคัญต่างๆ ได้ ทลายข้อจำกัดสำหรับนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกที่ในอดีตเข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศได้ยากเนื่องจากติดขัดเรื่องกฎระเบียบหรือขั้นตอนที่ซับซ้อน ให้สามารถเข้าถึงเลเวอเรจและการเก็งกำไรในหุ้นระดับโลกได้ง่าย ขณะเดียวกันตลาดฟิวเจอร์สแบบดั้งเดิมอย่าง CME ก็มีความคิดจะเปิดเทรดตราสารล่วงหน้าแบบ Perpetual แล้ว
หนึ่งในนวัตกรรมที่ทรงพลังที่สุดของการรวม TradFi และคริปโตเข้าด้วยกันคือการทำ Cross-Asset Collateralization หรือการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นมาร์จิน/หลักค้ำประกันในการเข้าถึงบริการทางการเงินดั้งเดิม
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือความร่วมมือระหว่าง Coinbase และ Better ที่เปิดบริการสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Conforming Mortgage) โดยอนุญาตให้ผู้กู้สามารถนำ Bitcoin หรือ USDC มาวางค้ำประกันเพื่อเป็นเงินดาวน์ในการซื้อบ้านจริงได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ทำให้ผู้ถือคริปโตสามารถนำมูลค่าของมันมาต่อยอดสร้างความมั่นคงในโลกจริงได้ทันที
ยุค Tokenize Adoption กำลังพาเราไปสู่จุดที่สินทรัพย์ดั้งเดิมและสินทรัพย์ดิจิทัลจะไม่ถูกแยกออกจากกันอีกต่อไป ในอนาคตอันใกล้ ระบบหลังบ้านของการลงทุนทั้งหมดจะถูกรันบนเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อความโปร่งใส ความเร็ว และต้นทุนที่ต่ำลง
สำหรับนักลงทุนแล้ว นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ที่จะได้เข้าถึงระบบการเงินที่มีสภาพคล่องสูง ไร้พรมแดน และยืดหยุ่นที่สุดเท่าที่เคยมีมา ใครที่สามารถปรับตัวและเข้าใจการเชื่อมโยงของเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่นี้ได้ก่อน คือผู้ที่จะได้เปรียบที่สุดในโลกการลงทุนยุคหน้า

Founder Ricco และ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย