Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
'แอนดี เบิร์นแฮม' ว่าที่นายกฯ อังกฤษ เก่งมาจากไหน? ทำไมขึ้นเป็นตัวเก็ง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

'แอนดี เบิร์นแฮม' ว่าที่นายกฯ อังกฤษ เก่งมาจากไหน? ทำไมขึ้นเป็นตัวเก็ง

23 มิ.ย. 69
13:09 น.
แชร์

วิกฤตปากท้อง พ่นพิษการเมืองอังกฤษ สปอตไลต์จับตาว่าที่ผู้นำคนใหม่

สถานการณ์ทางการเมืองของสหราชอาณาจักรเข้าสู่ภาวะเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังจากการประกาศลาออกของเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่อวานนี้ (22 มิ.ย. 69) ท่ามกลางมรสุมความไม่พอใจของสาธารณชนต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตค่าครองชีพที่ดิ่งลึก ตลอดจนผลการเลือกตั้งท้องถิ่นที่สะท้อนถึงวิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรง ส่งผลให้ประเทศกำลังนับถอยหลังเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ในรอบทศวรรษ 

สปอตไลต์ทุกดวงในเวสต์มินสเตอร์ได้พุ่งตรงไปที่ "แอนดี เบิร์นแฮม" (Andy Burnham) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเมกเกอร์ฟิลด์คนใหม่ ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งอย่างไร้คู่แข่งในฐานะ "ผู้ชนะ" บนเส้นทางทางลัดสู่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ภายหลังแคนดิเดตคนสำคัญพากันถอนตัวและประกาศให้การสนับสนุน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งภายในพรรคแรงงาน

ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะโจทย์ใหญ่ในการฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่กำลังสั่นคลอน การทำความรู้จักตัวตน เส้นทางทางการเมือง และวิสัยทัศน์ของชายผู้ถูกคาดหมายว่าจะมาเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป จึงเป็นประเด็นที่ไม่อาจมองข้าม

คนการเมืองสายอินดี้ สู่เจ้าของฉายา ‘ราชาแห่งภาคเหนือ’

แอนดี เบิร์นแฮม วัย 56 ปี เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นแรงงานแถบมณฑลเชเชียร์ โดยมีบิดาเป็นวิศวกรและมารดาเป็นพนักงานต้อนรับ ตัวเขาซึมซับอุดมการณ์ทางการเมืองและเข้าเป็นสมาชิกพรรคแรงงานตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี ปัจจุบันเขามีภาพลักษณ์ของนักการเมืองสาย "ติดดิน" ชื่นชอบฟุตบอลทีมเอฟเวอร์ตันและดนตรีอินดี้ แม้จะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่เขามักนิยามตัวเองว่าเป็นคนนอกที่ไม่เคยกลมกลืนกับกลุ่มอีลีตในลอนดอน

เส้นทางการเมืองของเบิร์นแฮมไต่ระดับอย่างรวดเร็ว โดยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ครั้งแรกในปี 2001 ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวงในรัฐบาลของกอร์ดอน บราวน์ โดยเฉพาะบทบาทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งในยุคนั้นเขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากจากการเป็นแกนนำผลักดันให้รื้อคดีเพื่อสอบสวนตำรวจที่ควบคุมมวลชนอย่างผิดพลาด นำมาซึ่งโศกนาฏกรรมสนามกีฬาที่มีผู้เสียชีวิต 97 ราย จากการรื้อคดีดังกล่าว เขาสามารถคว้าใจมวลชนระดับรากหญ้าไปได้อย่างล้นหลาม

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ตำแหน่งผู้นำไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เบิร์นแฮมเคยพ่ายแพ้ในศึกชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคแรงงานมาแล้วถึง 2 ครั้ง ในปี 2010 และ 2015 ความล้มเหลวดังกล่าวทำให้เขาตัดสินใจหันหลังให้การเมืองส่วนกลางในเวสต์มินสเตอร์ชั่วคราว เพื่อลงสมัครและคว้าชัยชนะเป็นนายกเทศมนตรีคนแรกของเมืองแมนเชสเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ในปี 2017

การทำหน้าที่นายกเทศมนตรีเป็นเวลาหลายปีกลายเป็นเวทีพิสูจน์ฝีมือครั้งสำคัญ เบิร์นแฮมสร้างผลงานเชิงประจักษ์ด้วยการปฏิรูประบบขนส่งมวลชน Bee Network ดึงรถบัสกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐได้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังกลายเป็นฮีโร่ของประชาชนจากการเปิดหน้าชนกับรัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยมในลอนดอนอย่างดุเดือด เพื่อปกป้องมาตรการเยียวยาปากท้องของคนท้องถิ่นในช่วงล็อกดาวน์โควิด จนได้รับฉายาทางการเมืองว่า "ราชาแห่งภาคเหนือ" (King of the North)

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขากลับมาเป็นตัวเก็งอันดับหนึ่งในเวลานี้ คือความสำเร็จในการเลือกตั้งซ่อมเขตเมกเกอร์ฟิลด์ที่ผ่านมา ซึ่งเบิร์นแฮมสามารถสกัดการรุกคืบของพรรครีฟอร์ม ยูเค (Reform UK) และดึงคะแนนเสียงให้พรรคแรงงานพุ่งทะยานสูงถึง 55% ในขณะที่อดีตนายกฯ สตาร์เมอร์ถูกมองว่า เป็นผู้แพ้จากมรสุมศรษฐกิจ เบิร์นแฮมกลับเฉิดฉายในฐานะ "ผู้ชนะ" ที่มีผลงานจับต้องได้ ส่งผลให้สมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่พร้อมใจกันสนับสนุนเขาให้ก้าวขึ้นมานำพาประเทศในนาทีวิกฤตนี้

ผ่าแผนเศรษฐกิจปากท้อง และ ‘โรดแมปทางลัด’ สู่ดาวน์นิ่งสตรีท

ในด้านนโยบายเศรษฐกิจและการบริหารประเทศ เบิร์นแฮมถูกจัดอยู่ในปีกซ้ายของพรรคแรงงานที่เน้นตอบโจทย์เรื่องปากท้องประชาชนเป็นหลัก โดยเขาประกาศเดินหน้าลดค่าครองชีพด้วยการดึงกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งระบบขนส่งมวลชน พลังงาน และน้ำสะอาด กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ เช่นเดียวกับที่เขาเคยทำสำเร็จในแมนเชสเตอร์ 

นอกจากนี้ เขายังประกาศจะรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัดตามกรอบของกระทรวงการคลังเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุน และยืนยันว่า จะไม่มีการปรับขึ้นภาษีเงินได้หรือภาษีประกันสังคมของกลุ่มคนทำงานอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายครั้งใหญ่ของเบิร์นแฮมคือ "ความชัดเจนในรายละเอียด" ของนโยบายระดับมหภาค เนื่องจากที่ผ่านมาเขามุ่งเน้นเฉพาะการบริหารงานส่วนท้องถิ่น ทำให้เขาต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในประเด็นระดับชาติที่ยังไม่เคยผ่านการทดสอบ โดยเฉพาะการกำหนดทิศทางนโยบายต่างประเทศยุคใหม่ เช่น แนวทางการรับมือและสร้างความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รวมถึงการบริหารงบประมาณกลาโหมที่กองทัพเรียกร้องเพิ่มขึ้นเพื่อความมั่นคง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง

สำหรับขั้นตอนการก้าวสู่ตำแหน่งหลังจากนี้ พรรคแรงงานได้วาง "โรดแมปทางลัด" ไว้อย่างรวดเร็ว โดยจะเปิดรับการเสนอชื่อแคนดิเดตอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ซึ่งผู้สมัครจะต้องได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. อย่างน้อย 81 คน และหากไม่มีคู่แข่งคนใดก้าวขึ้นมาท้าชิงภายในวันปิดรับสมัครวันที่ 16 กรกฎาคม กระบวนการทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนเป็นการ "สถาปนาแต่งตั้ง" ทันที ส่งผลให้แอนดี เบิร์นแฮม มีโอกาสก้าวเข้าสู่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีหมายเลข 10 ในฐานะผู้นำคนใหม่ของสหราชอาณาจักรอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้


แชร์
'แอนดี เบิร์นแฮม' ว่าที่นายกฯ อังกฤษ เก่งมาจากไหน? ทำไมขึ้นเป็นตัวเก็ง