Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นายกฯ อังกฤษเยือนจีน กระชับสัมพันธ์ ลดพึ่งพาสหรัฐฯ ช่วยเศรษฐกิจแค่ไหน?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

นายกฯ อังกฤษเยือนจีน กระชับสัมพันธ์ ลดพึ่งพาสหรัฐฯ ช่วยเศรษฐกิจแค่ไหน?

27 ม.ค. 69
15:43 น.
แชร์

27 มกราคม 2569 นายกรัฐมนตรีแห่งสาหราชอาณาจักร เคียร์ สตาร์เมอร์ มีกำหนดเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศจีน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง

จากยุคทองสู่ยุครีเซ็ต สัมพันธ์เศรษฐกิจสหราชอาณาจักร-สาธารณรัฐประชาชนจีน

ตามรายงานของ House of Commons Library ปี 2020 ชี้ว่า ระหว่างปี 2015-2017 ถือว่าเป็น “ยุคทอง” ของสัมพันธ์การค้าจีน-สหราชอาณาจักร โดยสหราชาอาณาจักรนับเป็น “พันธมิตร” อันดับหนึ่งของจีนในโลกตะวันตก 

ตลอดทศวรรษที่ 2010 ความสัมพันธ์ทางการค้าที่งอกงามของสองประเทศเป็นผลมาจาก การเจรจาด้านเศรษฐกิจและการเงินทวิภาคีระหว่างสหราชอาณาจักรและจีน ที่ทำขึ้นในปี 2008 และสนธิสัญญาอีกหลายฉบับ โดยในปี 2019 สหราชอาณาจักรส่งออกสินค้าไปจีนรวมมูลค่า 3 หมื่นล้านปอนด์ และนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นมูลค่า 4.9 หมื่นล้านปอนด์ 

แต่สัมพันธ์ของสองชาติมีอันต้องสะดุดลงช่วงปี 2020 ทั้งจากความกังวลของสหราชอาณาจักรต่อการที่จีนไม่เปิเดเผยข้อมูลสาเหตุการแพร่ระบาดของรัฐบาลจีน รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ และการปราบปรามการประท้วงในฮ่องกง 

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่บริษัทข้ามชาติของจีนอย่าง Huawei เข้ามามีส่วนร่วมในเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 5G ซึ่งเจ้าหน้าที่อังกฤษชี้ว่า บริษัทเอกชนอาจมีส่วนเกี่ยวโยงไปถึงรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีน และช่วยพรรคคอมมิวนิสต์จีนมอนิเตอร์ข้อมูลในสหราชอาณาจักร

นอกเหนือจากนั้น รายงานยังชี้ว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรในขณะนั้นมองจีนเป็นน "คู่แข่งทางยุทธศาสตร์" มากกว่าที่จะเป็นพันธมิตร ทำให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า สัมพันธ์ระหว่างจีน-สหราชอาณาจักรอยู่ระหว่างการ “รีเซ็ต” แต่ระวังไม่ให้พังทลาย ระหว่างนั้นจีนก็แสดงจุดยืนไม่พอใจต่อการตัดสินใจนี้เช่นกัน 

สตาร์เมอร์เดิมพันฟื้นสัมพันธ์จีน

สัมพันธ์การค้าระหว่าง 2 ชาติดูจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง นับตั้งแต่เคียร์ สตาร์เมอร์ได้รับเลือกตั้งในปี 2568 เขาตั้งมั่นให้การ “รีเซ็ต” ความสัมพันธ์กับจีนอีกครั้งเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญ หลังความสัมพันธ์เสื่อมถอยลงภายใต้รัฐบาลก่อนหน้า 

อ้างอิงจากรายงาน China Trade Tracker ของ China-Britain Business Council เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ระบุว่า จีนและฮ่องกงเป็นปลายทางการส่งออกสินค้าอันดับที่ 4 ของสหราชอาณาจักร และเติบโตขึ้นอีก 6.4% ระหว่างไตรมาสที่ 2 ปี 2567 -  ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 รวมมูลค่า 2.26 หมื่นล้านปอนด์ หรือ 962 แสนล้านบาท

อังกฤษต้องการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับจีน เพื่อช่วยให้สตาร์เมอร์ทำตามคำมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการครองชีพผ่านการลงทุนในบริการสาธารณะและเศรษฐกิจ แต่กลยุทธ์ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากนักการเมืองบางส่วนทั้งในอังกฤษและสหรัฐฯ

จีนเป็นหนึ่งในเป้าหมายการค้าบริษัทขนาดใหญ่ของอังกฤษไม่น้อย สหราชอาณาจักรส่งออกสินค้าไปจีนรวมมูลค่า 1.3 หมื่นล้านปอนด์ (5.5 หมื่นล้าน) และ 9.5 พันล้านปอนด์ (4.04 แสนล้านบาท) ไปฮ่องกง 

การส่งออกอันดับหนึ่งของสหราชอาณาจักรไปยังประเทศจีน คือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า ซึ่งมีมูลค่าเติบโตขึ้น 29.8% เป็น 6.1 พันล้านปอนด์ ในขณะที่ยานพาหนะทางบก มียอดส่งออกลดลง 29.8% เหลือเพียง 2.7 พันล้านปอนด์

ด้านบริษัทที่มีคนจีนเป็นเจ้าของเอง ก็จ้างงานคนในสหราชอาณาจักรกว่า 57,000 คน 

ในช่วง 12 เดือนจนถึงกลางปี 2025 จีนเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับสี่ของอังกฤษ โดยมีมูลค่าการค้ารวมราว 100,000 ล้านปอนด์ (137,000 ล้านดอลลาร์) ตามข้อมูลของรัฐบาล

การเยือนจีนของสตาร์เมอร์

การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของสตาร์เมอร์ครั้งนี้เป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 8 ปีของผู้นำสหราชอาณาจักร และเป็นผู้นำประเทศตะวันตกคนล่าสุดที่เดินทางเยือนจีน

สัมพันธ์ที่เปราะบางระหว่างพันธมิตรเก่าแก่ สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร หลังสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศต้องการครอบครองเกาะกรีนแลนด์เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้สหราชอาณาจักรเริ่มมองหาพันธมิตรอื่น

สตาร์เมอร์มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศจีน 3 วัน มีคณะผู้บริหารธุรกิจหลายสิบคน และรัฐมนตรีอีก 2 คนติดตามไปด้วย เขาจะพบกับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิงที่กรุงปักกิ่ง ก่อนเดินทางไปนครเซี่ยงไฮ้ และแวะญี่ปุ่นเป็นระยะสั้น ๆ

 เคอร์รี บราวน์ ศาสตราจารย์ด้านจีนศึกษาจากคิงส์คอลเลจ ลอนดอน กล่าวถึงเนื้อหาสาระของการพบกันระหว่างสองผู้นำ

“หัวข้อแรก ๆ ของการเยือนครั้งนี้คือ มุมมองของทั้งสองฝ่ายต่อพฤติกรรมและท่าทีปัจจุบันของสหรัฐฯ และทรัมป์ [...] หนึ่งในความผิดแปลกของสถานการณ์ปัจจุบันคือ ในบางประเด็นระดับโลกอย่างเอไอ สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมของอังกฤษ อาจใกล้ชิดกับจีนมากกว่าสหรัฐฯ เสียอีก”

สตาร์เมอร์ปูทางสำหรับการเดินทางครั้งนี้เมื่อเดือนที่แล้ว โดยกล่าวว่า แม้จีนจะเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของอังกฤษ แต่การกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจเป็นผลประโยชน์ของชาติ

พัฒนาสัมพันธ์ เศรษฐกิจอังกฤษดีขึ้นจริงหรือ?

แซม กูดแมน ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของสถาบันคลังสมอง China Strategic Risks Institute ในกรุงลอนดอนกล่าวว่า จนถึงขณะนี้อังกฤษได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยจากความพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์กับปักกิ่ง

เขากล่าวว่า จีนคิดเป็นเพียง 0.2% ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอังกฤษ ขณะที่สหรัฐฯ คิดเป็นราวหนึ่งในสาม และส่วนแบ่งตลาดของอังกฤษในสินค้าและบริการกับจีนลดลงในปีที่ผ่านมา

“เรามีการมีส่วนร่วมอย่างมากกับรัฐบาลชุดนี้ในประเด็นเกี่ยวกับจีน แต่คำถามสำคัญคือ ทำเพื่ออะไร” เขากล่าว “มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ที่ชี้ถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของเศรษฐกิจอังกฤษหรือไม่”

การเยือนของสตาร์เมอร์ยังเกิดขึ้น หลังจากรัฐบาลอนุมัติแผนการสร้างสถานทูตขนาดใหญ่ใจกลางกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นแผนที่เป็นที่ถกเถียงอย่างมาก นักการเมืองบางส่วนที่ระบุว่า อาคารใหม่จะเอื้อให้จีนดำเนินปฏิบัติการสอดแนมได้ง่ายขึ้น ซึ่งจีนปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

แคนาดา อีกหนึ่งพันธมิตรสหรัฐฯ เปิดประตูหาจีน

คล้ายคลึงกันกับสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13-17 มกราคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ แห่งแคนาดาได้เดินทางเยือนประเทศจีนพบผู้นำจีน สี จิ้นผิง เป็นการเดินทางเยือนจีนของผู้นำแคนาคาครั้งแรกตั้งแต่ปี 2560

ทรัมป์ไม่พอใจการเยือนจีนของคาร์นีย์นัก และขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าทุกประเภทจากแคนาดาที่เข้าสหรัฐฯ 100% ซึ่งแทบเท่ากับการคว่ำบาตรทีเดียว หากแคนาดาเดินหน้าข้อตกลงการค้ากับจีน

อย่างไรก็ตาม ผู้นำตะวันตกได้รับผลลัพธ์ที่หลากหลายจากการเยือนจีนในช่วงหลัง ขณะที่คาร์นีย์สามารถบรรลุข้อตกลงซึ่งจะลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนและน้ำมันคาโนลาของแคนาดา การเยือนของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสในเดือนธันวาคมกลับให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจค่อนข้


แชร์
นายกฯ อังกฤษเยือนจีน กระชับสัมพันธ์ ลดพึ่งพาสหรัฐฯ ช่วยเศรษฐกิจแค่ไหน?