
เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลไม่พอใจอย่างมากกับการที่สหรัฐฯ จะหยุดสงครามกับอิหร่าน และมีการวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งพรรคเดโมแครต และรีพับลิกันถึงข้อตกลง MOU 14 เงื่อนไขที่สหรัฐฯ ทำกับอิหร่าน โดยเขายังมองว่าข้อตกลงนี้ไม่ได้ให้ความชัดเจนใด ๆ กับทั้ง 2 ฝ่าย โดยข้อตกลงอาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดีให้กับสหรัฐฯ ซึ่งทางเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ได้ออกมาตอบโต้ และวิจารณ์ถึงการโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอนอย่างรุนแรง พร้อมเตือนการฆ่าไม่ใช้คำตอบของเรื่องนี้
เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลไม่พอใจอย่างมากกับการที่สหรัฐฯ จะหยุดสงครามกับอิหร่าน และยังคงยืนยันคำเดิมว่า อยากให้สหรัฐฯ ทำสงครามต่อไป แต่ทางสหรัฐฯ ก็ยืนยันคำเดิมกลับมาเช่นเดียวกันว่า สหรัฐฯ ต้องการที่จะหยุดสงคราม
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งข้อความถึงอิสราเอลผ่านสำนักงานข่าวต่างประเทศว่า อิสราเอลเป็นประเทศที่มีประชากร 9 ล้านคน คุณไม่สามารถใช้วิธีไล่ฆ่าเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงของชาติในทุก ๆ เรื่องได้ ทางสหรัฐฯ เรียกน้องให้อิสราเอลปล่อยให้การเจรจาข้อตกลงสันติภาพดำเนินต่อไป และควรให้เครดิตกับสรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมของรัฐบาลอิสราเอล
นอกจากนี้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ก็เพิ่งได้ประณามการกระทำของอิสราเอลในการะชุม G7 เช่นกันว่า ในการทำสงครามนี้ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อิสราเอลไม่จำเป็นจะต้องถล่มบ้านเรือนประชาชนในเลบานอนเพื่อพลิกแผ่นดินถามหาคน ๆ เดียว เพราะประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และทุกคนในเลบานอนไม่ใช่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทุกคน
เจ.ดี. แวนซ์ ให้คำยืนยันว่า สหรัฐฯ เป็นฝ่ายชนะในสงครามนี้ ไม่ว่าการเจรจาขั้นสุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม เพราะสงครามนี้ สหรัฐฯ สามารถทำให้อิหร่านหยุดโครงการนิวเคลียร์ได้ รวมถึงสหรัฐฯ ได้ทำลายกองทัพอิหร่านไปจำนวนมาก และยังทำให้เศรษฐกิจของอิหร่านอ่อนแอลงด้วย
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงสร้างคำถามมากมายกับประชาชน เพราะข้อตกลงเบื้องต้นนี้ครอบคลุมในเรื่องของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่ได้มีการกล่าวถึงว่าจะไม่เก็บค่าผ่านทาง แต่ทางเจ.ดี.แวนซ์ได้ออกมาแย้งว่า ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในอนาคตจะต้องสร้างความมั่นใจว่า ช่องแคบแห่งนี้จะไม่มีวันถูกใช้เป็นจุดบีบคั้นต่อเศรษฐกิจโลกอีกต่อไป
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงการยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน และยุติการสู้รบในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน และยังมีการกล่าวถึงการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลของอิหร่านทันที การจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ และการเจรจาเพื่อปลดล็อกสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ และอิหร่านตกลงที่จะเจือจางคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง
แต่ในขณะเดียวกันข้อตกลงนี้ยังทิ้งคำถามเรื่องอนาคตของโครงการนิวเคลียร์ไว้ให้ไปเจรจากันต่อในช่วง 60 วันข้างหน้า และไม่ได้พูดถึงเรื่องขีปนาวุธนำวิถีของอิหร่าน หรือการสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่อิสราเอล และสหรัฐฯ กังวลอย่างมาก
ข้อตกลงนี้ยังทิ้งคำถามเรื่องอนาคตของโครงการนิวเคลียร์ไว้ให้ไปเจรจากันต่อในช่วง 60 วันข้างหน้า และไม่ได้พูดถึงเรื่องขีปนาวุธนำวิถีของอิหร่าน หรือการสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่อิสราเอล และสหรัฐฯ กังวลอย่างมาก
นักวิเคราะห์ได้ออกสังเกตพฤติกรรมหนึ่งที่แปลกไปของเจ.ดี. แวนซ์ และทรัมป์ เมื่อทั้งสองเคยประกาศอย่างชัดเจนว่า จะทำลายขีปนาวุธของอิหร่าน แต่ล่าสุดเจ.ดี. แวนซ์เผยว่า เราไม่สามารถบอกประเทศอื่น ไม่ว่าจะประเทศอิสราเอล หรืออิหร่านให้ไม่ทำการป้องกันตัวเองได้ ซึ่งนี่อาจเป็นการสะท้อนว่า สหรัฐฯ เริ่มรับมือกับสงครามนี้ไม่ไหว จนเริ่มถอยตัวออกห่างแล้วหรือเปล่า?