Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สุดทาง ‘สตาร์เมอร์’ ผู้นำอังกฤษโดนกดดันให้ลาออก หวังรีเซ็ตเศรษฐกิจใหม่
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สุดทาง ‘สตาร์เมอร์’ ผู้นำอังกฤษโดนกดดันให้ลาออก หวังรีเซ็ตเศรษฐกิจใหม่

22 มิ.ย. 69
14:17 น.
แชร์

สุดทาง ‘สตาร์เมอร์’? ผู้นำอังกฤษโดนกดดันให้ลงจากเก้าอี้

เก้าอี้นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบดาวนิงสตรีทกำลังสั่นคลอนถึงขีดสุด ล่าสุด BBC รายงานว่า เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังพิจารณาอนาคตทางการเมืองและอาจประกาศกรอบเวลาการลาออกในเร็ววัน โดยวงในรัฐบาลเปิดเผยว่า รัฐมนตรีร่วมคณะและ สส. แถวหน้าของพรรคแรงงาน ได้ส่งสัญญาณเตือนว่าตำแหน่งของเขา "ไม่สามารถรักษาไว้ได้อีกต่อไป" 

ชนวนเหตุนี้ระเบิดขึ้นหลังความพ่ายแพ้ของฝ่ายรัฐบาลในพื้นที่ต่าง ๆ และวิกฤตความนิยมที่ดิ่งเหวอย่างเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงมาจากความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจมหภาค ประชาชนชาวอังกฤษต้องเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพสูงที่ลากยาว ระบบสาธารณสุขและระบบสาธารณูปโภคพังทลายจากการปล่อยให้กลุ่มทุนเข้ามาผูกขาดและแสวงหาผลประโยชน์ แรงกดดันจากปากท้องของชนชั้นแรงงานจึงตีกลับจนกลายเป็นวิกฤตศรัทธาที่บีบให้ผู้นำต้องยอมถอยในที่สุด

วิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า นโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่ ที่เน้นมาตรการรัดเข็มขัดและพยุงโครงสร้างทุนผูกขาด ได้พาพรรคแรงงานสายสายกลางมาถึงสุดทางรอด อย่างไรก็ตาม การนับถอยหลังเตรียมสละเก้าอี้ของสตาร์เมอร์สร้างความกังวลว่าอาจซ้ำเติมตลาดการเงินให้เผชิญกับสุญญากาศและความไม่แน่นอนที่ไม่จำเป็น 

SPOTLIGHT ชวนเจาะลึกมรสุมรอบทิศที่กำลังบีบให้ผู้นำอังกฤษต้องสละเรือ พร้อมผ่าแผน ‘Economic Reset’ ว่าผู้นำคนใหม่จะสามารถทลายทุนผูกขาดและกู้ปากท้องประชาชนได้จริงหรือ? 

มรสุมรอบทิศ – ทำไมสตาร์เมอร์ถูกบีบให้สละเรือ 

แรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ในเวลานี้ไม่ได้มาจากภายนอกเท่านั้น แต่เป็น "ศึกใน" ที่ปะทุขึ้นจากคนกันเอง โดย ปีเตอร์ ไคล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจและพันธมิตรคนสำคัญในคณะรัฐมนตรี ได้เปิดเผยผ่าน BBC ว่า นายกรัฐมนตรีกำลังใช้เวลาคิดทบทวนเกี่ยวกับ "ความจริงทางการเมือง" ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 

ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมคเกอร์ฟีลด์ (Makerfield) กลายเป็นใบเบิกทางให้คู่แข่งคนสำคัญก้าวขึ้นมาท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรค แรงสั่นสะเทือนนี้ส่งผลให้รัฐมนตรีระดับสูง ทั้ง ไฮดี อเล็กซานเดอร์ รัฐมนตรีคมนาคม และ อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ต่างออกมาบีบให้สตาร์เมอร์เร่งกำหนดกรอบเวลาการลงจากตำแหน่ง ในทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล และป้องกันไม่ให้ตลาดการเงินเผชิญกับภาวะสูญญากาศจากความล่าช้าในการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ไม่เพียงแต่ศึกสายเลือดในพรรคแรงงานเท่านั้น สตาร์เมอร์ยังโดน "หมัดฮุก" ซ้ำเติมจากศึกนอกประเทศ เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความสับเละผ่านโซเชียลมีเดียอย่างดุเดือด โดยปรามาสว่า เซอร์ เคียร์ "จะต้องลาออก" เพราะล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในนโยบายเศรษฐกิจ ทั้งการจัดการคนเข้าเมืองและนโยบายพลังงาน พร้อมทั้งเย้ยหยันด้วยการตอกย้ำนโยบายเปิดสัมปทานน้ำมันในทะเลเหนือ ยิ่งตอกย้ำว่ายุคของสตาร์เมอร์กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว ทั้งในแง่ของคะแนนนิยมภายในประเทศที่ดิ่งเหว และความน่าเชื่อถือในเวทีการเมืองระดับโลก

โจทย์ใหญ่ของผู้นำคนใหม่ กับการปฏิวัติเศรษฐกิจอังกฤษ 

เก้าอี้ผู้นำคนใหม่ของพรรคแรงงานที่กำลังจะว่างลง ถูกคาดหมายว่าจะตกเป็นของ แอนดี เบิร์นแฮม ผู้ซึ่งเพิ่งคว้าชัยชนะครั้งใหญ่มา จากเวทีเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมคเกอร์ฟีลด์  แต่โจทย์หินที่รออยู่ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่คือซากปรักหักพังทางเศรษฐกิจ แม้เบิร์นแฮมจะประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่แตะต้องภาษีหลักอย่าง VAT หรือภาษีเงินได้ แต่เขาก็ส่งสัญญาณพร้อมชนกับกลุ่มทุน ด้วยนโยบายดึงระบบสาธารณูปโภคกลับมาอยู่ใต้การควบคุมของรัฐ และเสนอ "ค่าธรรมเนียมการดูแลแห่งชาติ" เพื่อโอบอุ้มชนชั้นแรงงาน

มาตรการเร่งด่วนที่ผู้นำคนใหม่ปฏิเสธไม่ได้ คือการเข้าทลายระบบกรรมสิทธิ์เอกชนในอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อลดค่าไฟให้ประชาชนทันทีก่อนที่ฤดูหนาวระลอกใหม่จะมาถึง รวมถึงการจัดระเบียบห่วงโซ่อาหารเพื่อคุมราคาและลดการผูกขาดของซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น เขาต้องหยุดยั้งกระบวนการแอบแฝงแปรรูปรัฐวิสาหกิจในระบบสาธารณสุข ที่คอยสูบงบประมาณแผ่นดินไปพยุงผลกำไรของโรงพยาบาลเอกชนในปัจจุบัน

ทว่า ปมขัดแย้งในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาค คือการรื้อถอน "ลัทธิเคนส์เซียนแบบกึ่งทหาร" ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากยุคสตาร์เมอร์ ที่ผ่านมา รัฐบาลเลือกที่จะเจียดงบประมาณมหาศาลไปหมุนเวียนในอุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อร่วมขับเคลื่อนสงครามตาม NATO และสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความมั่งคั่งให้กลุ่มทุนอุตสาหกรรมการบินและป้องกันประเทศ 

แต่ประชาชนมองว่า นี่คือการขูดรีดและตัดงบประมาณที่ควรนำมาพัฒนาโรงเรียน สาธารณสุข และการศึกษาของคนในชาติ บทสรุปของวิกฤตครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า หากผู้นำคนใหม่และพลังจากสหภาพแรงงานไม่กล้าหาญพอที่จะ "รีเซ็ตเศรษฐกิจ" โดยกระจายเม็ดเงินสู่ท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม ชัยชนะทางการเมืองในครั้งนี้ก็จะเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนตัวละครในเกมอำนาจ แต่ประชาชนคนทำงานก็ยังคงต้องตกอยู่ใต้ทุนนิยมผูกขาดที่ไร้ขอบเขตต่อไป


แชร์
สุดทาง ‘สตาร์เมอร์’ ผู้นำอังกฤษโดนกดดันให้ลาออก หวังรีเซ็ตเศรษฐกิจใหม่