Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เอฟเฟกต์ภาษีทรัมป์ พันธมิตรสหรัฐฯ หันหาจีน ถึงยุค ‘ระเบียบโลกใหม่’?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เอฟเฟกต์ภาษีทรัมป์ พันธมิตรสหรัฐฯ หันหาจีน ถึงยุค ‘ระเบียบโลกใหม่’?

3 ก.พ. 69
14:22 น.
แชร์

ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศกำแพงภาษีมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้วกับทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศพันธมิตรที่เหนียวแน่น ราวกับว่าทรัมป์กำลังใช้ค้อนทุบทำลายสายใยกับพันธมิตรที่ผูกพันกันมายาวนาน ยังไม่นับรวมนโยบายต่างประเทศที่ผันผวน ซึ่งรวมถึงล่าสุด การขู่จะเข้ายึดครองกรีนแลนด์ และความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับแคนาดา 

การเดินหน้าที่รุนแรงของทรัมป์ กลับกลายเป็นการสร้างโอกาสสำคัญให้กับประเทศจีนทางอ้อม เห็นได้จากความคึกคักของเหล่าผู้นำตะวันตกที่เดินทางเข้าออกเพื่อพบปะกับ สี จิ้นผิง ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับความสัมพันธ์ใหม่ หรือกระชับความร่วมมือเชิงลึกกับระบบเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

ขบวนผู้นำนี้ มีพันธมิตรดั้งเดิมที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ซึ่งเดินทางเยือนปักกิ่งเมื่อเดือนที่แล้ว รวมถึงเปตเทรี ออร์โป นายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ซึ่งเป็นพันธมิตรในนาโต ส่วนประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสก็ได้เดินทางมาเยือนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ ของเยอรมนี มีกำหนดการเดินทางมาเยือนจีนในเร็ว ๆ นี้

สำหรับรัฐบาลจีน รายชื่อผู้นำเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เทรนด์การตีตัวออกห่างจากเศรษฐกิจจีนเริ่มจะซาลงแล้ว และในที่สุดผู้นำชาติตะวันตกก็หันมามองว่าจีนเป็นพันธมิตรที่ไว้ใจได้มากกว่าสหรัฐฯ ในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ผู้นำที่มาเยือนต่างกล่าวยกย่องว่าความสัมพันธ์กับจีนเป็นกุญแจสำคัญสู่เสถียรภาพระหว่างประเทศ หรือความมั่นคงของชาติในระดับสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ห่างไกลจากความเชื่อกระแสหลักเดิมของเหล่าผู้นำ G7 เมื่อไม่นานมานี้ที่เคยมองว่า จีนคือความท้าทายต่อระเบียบโลกที่ต้องเล่นตามกฎกติกา 

นอกจากนี้ ในวงประชุมระดับโลกอย่างที่เมืองดาวอส ผู้นำชาติตะวันตกหลายคนก็เริ่มพูดตรงกันว่า ระเบียบโลกเดิมที่สหรัฐฯ เคยคุมกฎมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังจะจบยุคลงและถูกแทนที่ด้วยระเบียบใหม่ ซึ่งเป็นมุมมองที่ตรงกับสิ่งที่จีนคิดอยู่พอดี

จิน ฉานหรง ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเหรินหมินในปักกิ่งวิเคราะห์ว่า  “สหภาพยุโรปถูกสหรัฐฯ ข่มเหงจริง ๆ และมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะต้องแสวงหาการสนับสนุนจากภายนอกเมื่อถูกรังแก นั่นคือสาเหตุที่ยุโรปเริ่มเปิดรับแนวคิดที่จะกระชับความสัมพันธ์กับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” 

อย่างไรก็ตาม เหล่านักคิดด้านนโยบายต่างประเทศของจีนไม่ได้หลงเพ้อฝันว่าพันธมิตรของอเมริกาจะลบทิ้งความกังวลที่มีต่อจีนในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า สิทธิมนุษยชน หรือความมั่นคง หรือจะเกิดการหันเหเข้าหารัฐบาลปักกิ่งอย่างสุดตัวโดยยอมแลกกับสายสัมพันธ์ที่มีต่อรัฐบาลวอชิงตัน

ในขณะที่ผู้นำสี จิ้นผิง ยังคงผลักดันเพื่อสร้างโลกที่เป็นมิตรต่อจีนมากขึ้น ปักกิ่งดูเหมือนจะตระหนักดีถึงผลประโยชน์มหาศาลที่อาจได้รับจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เมื่อพิจารณาถึงความพยายามของจีนที่จะครองความเป็นเจ้าแห่งความไฮเทค รวมถึงการขยายการค้า อิทธิพล และอำนาจทางทหารทั่วโลก ให้เผชิญกับแรงต้านทานที่น้อยลง

ท้ายที่สุด โลกยุโรปต้องพึ่งจีน?

ขบวนทางการทูตที่เกิดขึ้นในจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้กลายเป็นโอกาสในการซ่อมแซมความสัมพันธ์กับประเทศเศรษฐกิจตะวันตกที่สำคัญ

ในการเดินทางมาเยือนจีนของคาร์นีย์ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีแคนาดานับตั้งแต่ปี 2017 ได้มีการผ่อนปรนกำแพงภาษีที่เข้มงวดต่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ผลิตในจีน ซึ่งก่อนหน้านี้แคนาดาได้กำหนดขึ้นตามแนวทางของสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการผ่อนปรนอุปสรรคต่อสินค้าเกษตรของแคนาดา

ขณะเดียวกัน ปักกิ่งและสหภาพยุโรป (EU) ได้บรรลุข้อตกลงในการยกเลิกภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเมื่อเดือนที่แล้ว โดยเปลี่ยนเป็นข้อผูกพันในการขายตามราคาขั้นต่ำแทน ซึ่งช่วยคลี่คลายความตึงเครียดที่มีมานานจากความกังวลของยุโรปที่ว่า รถยนต์ราคาถูกเกินจริงจากจีน จะทำลายอุตสาหกรรมยานยนต์ในท้องถิ่นของยุโรป

สตาร์เมอร์ ซึ่งเป็นการเดินทางมาเยือนของผู้นำอังกฤษครั้งแรกในรอบ 8 ปี ได้กล่าวยกย่องโอกาสทางธุรกิจในจีนสำหรับสหราชอาณาจักร เพียงไม่กี่วันหลังจากที่รัฐบาลของเขาให้ไฟเขียวแผนการสร้างสถานทูตขนาดมหึมาของจีนที่มีข้อพิพาท ใกล้กับย่านการเงินของลอนดอน

ตามความเห็นของ สตีฟ จาง ผู้อำนวยการสถาบัน SOAS China Institute ในลอนดอน ระบุว่า "ความเป็นจริง" กำลังมีบทบาทสำคัญในการดำเนินนโยบายทางการทูตของผู้นำยุโรปที่มีต่อจีน ความไม่ไว้วางใจต่อจีนยังคงฝังลึก โดยเฉพาะเรื่องการสนับสนุนของจีนต่อการทำสงครามของรัสเซียในยูเครน แต่ชาติยุโรปไม่สามารถเมินเฉยต่อจีนได้ โดยเฉพาะในยามที่สหรัฐฯ กำลังทำตัว 'นอกลู่นอกทาง' 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลยุโรปได้เพิ่มการตรวจสอบบทบาทของจีนในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่เครือข่ายโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ไปจนถึงการศึกษา และทำตามแนวทางของสหรัฐฯ ในการจำกัดการขายเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงเนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

ขณะเดียวกัน ยุโรปก็เริ่มกังวลมากขึ้นที่จีนได้เปรียบทางการค้าอย่างมหาศาล จนต้องพยายามหาทางปกป้องธุรกิจในบ้านตัวเอง เพราะนักวิเคราะห์มองว่า สินค้าราคาถูกจากจีนที่รัฐบาลช่วยออกเงินอุดหนุนให้ กำลังทะลักเข้ามาจนทำให้บริษัทในยุโรปสู้ไม่ไหวและอาจถึงขั้นล้มละลาย ซึ่งเรื่องนี้มาครง (ผู้นำฝรั่งเศส) ถึงกับเคยขู่ตอนไปเยือนจีนว่า ถ้าจีนยังไม่แก้ปัญหาการได้เปรียบทางการค้านี้ ยุโรปก็จำเป็นต้องขึ้นภาษีสินค้าจากจีนแน่นอน

ยังต้องรอดูกันต่อไปว่า EU และประเทศสมาชิกจะเต็มใจลดระดับความกังวลเหล่านี้ลง หรือปรับเปลี่ยนนโยบายต่อจีนได้มากเพียงใด แม้จะต้องเผชิญกับการขู่เก็บภาษีเป็นระยะ ๆ ของทรัมป์ และการสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อนาโตก็ตาม

ผู้นำยุโรปรวมถึงสตาร์เมอร์ ผู้ซึ่งผลักดันความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างสหราชอาณาจักรและจีน ก่อนที่ทรัมป์จะได้รับเลือกตั้ง ยืนยันว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่จำเป็นต้องทำโดยแลกกับความมั่นคง และดูเหมือนว่า EU ยังคงเดินหน้ามาตรการเข้มงวดต่อไป

เมื่อเดือนที่แล้วได้มีการประกาศข้อเสนอใหม่ที่จะยกเลิกส่วนประกอบและอุปกรณ์จากซัพพลายเออร์ที่มี "ความเสี่ยงสูง" ในภาคส่วนที่สำคัญ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อ Huawei ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีน หลังจากที่เมื่อปลายปีที่แล้วได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการลงทุนจากต่างประเทศ การแก้ไขปัญหาการเกินดุลการค้าและการลดการพึ่งพาแร่ธาตุสำคัญจากจีนยังคงเป็นวาระสำคัญอันดับต้น ๆ ของ EU

อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนภายในจีนกลับมีความหวังเป็นอย่างมาก หวัง เหวิน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเหรินหมินในปักกิ่ง เขียนในบทความระบุว่า “บางประเทศตะวันตกภายใต้การนำของสหรัฐฯ พยายามเรียกร้องให้เกิดการเผชิญหน้าแบบกลุ่มต่อจีน และการแยกตัวจากจีน อย่างไรก็ตาม ความจริงได้พิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า 'ทฤษฎีการแยกตัว' และ 'สงครามเย็นครั้งใหม่' ไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับการยอมรับ แต่ยังทำได้ยากในการนำไปปฏิบัติจริง”

ระเบียบโลกใหม่ มาถึงแล้ว?

นักวิเคราะห์ชาวจีนคนอื่น ๆ ได้ชี้ให้เห็นว่า การที่สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากองค์กรในเครือสหประชาชาติมากกว่า 20 แห่ง รวมถึงความพยายามของทรัมป์ที่จะจัดตั้ง "คณะกรรมการเพื่อสันติภาพ" (Board of Peace) คู่ขนานขึ้นมา จะทำให้ยุโรปต้องการจีนมากขึ้นในฐานะจุดคานอำนาจระหว่างประเทศ

เย่ เหว่ยเหมียน นักวิจัยจาก Chinese University of Hong Kong เขียนวิเคราะห์ว่า “เพื่อรักษาไว้ซึ่งระบบพหุภาคี ยุโรปอาจจำเป็นต้องประนีประนอมกับจีนในประเด็นด้านการค้าและเศรษฐกิจ”  เขาเน้นไปที่ประเด็นต่าง ๆ เช่น ภาษีศุลกากร การจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยี และแม้แต่ข้อตกลงการลงทุนระหว่างจีน-EU ที่ชะงักงันไป

อย่างไรก็ตาม ปักกิ่งได้ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าตนมุ่งเป้าที่จะ "ฉวยโอกาส" จากความร้าวฉานระหว่างสหรัฐฯ และพันธมิตร แต่กลับวางกรอบว่าความสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้นนั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงแรงดึงดูดของตลาดจีนเอง และวิสัยทัศน์ที่จีนมีต่อโลก

บทบรรณาธิการใน Global Times สื่อของรัฐบาลจีน ระบุว่า “นี่คือผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการพัฒนาของจีนที่สร้างประโยชน์ให้กับโลก และฉีดความมั่นคงและความแน่นอนเข้าสู่สังคมนานาชาติอย่างต่อเนื่อง” 

นักวิเคราะห์ชาวจีนยังชี้ให้เห็นว่า การที่สหรัฐฯ เองก็ยอมถอย เพื่อลดความตึงเครียดกับจีน ก็เป็นส่วนหนึ่งของการยอมรับในเรื่องนี้ ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงที่จะลดอุณหภูมิความตึงเครียดทางการค้า หลังจากที่ปักกิ่งใช้ไพ่ตายด้วยการหยุดส่งออกแร่หายาก (Rare Earth) ซึ่งทำให้ทั่วโลกตื่นตัวต่ออำนาจการควบคุมห่วงโซ่อุปทานที่มีอยู่อย่างมหาศาลของจีน

ที่สำคัญยิ่งกว่าสำหรับปักกิ่ง คือการที่สหรัฐฯ เลิกวางกรอบว่าจีนเป็นผู้ท้าทายทางอุดมการณ์ แต่เปลี่ยนไปมองว่าเป็นเพียงคู่แข่งในแง่เศรษฐกิจและยุทธศาสตร์เท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงนี้สอดรับกับวิสัยทัศน์กว้าง ๆ ของจีนต่อระเบียบโลก นั่นคือระเบียบที่ไม่ได้ถูกครอบงำโดยค่านิยมและพันธมิตรของอเมริกาอีกต่อไป ที่ซึ่งประเทศต่าง ๆ ไม่ได้ผูกมัดเข้าหากันด้วยอุดมการณ์หรือกลุ่มความมั่นคง แต่เป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์

และในช่วงเวลาที่เสียงจากยุโรปต่างยอมรับว่า "ระเบียบโลกใหม่" กำลังเป็นรูปเป็นร่าง ปักกิ่งต้องนำเสนอวิสัยทัศน์ของตนเองว่าเป็นระเบียบแบบใหม่ที่จีนกำหนดให้โลก  Global Times ระบุว่า “มันไม่ใช่เรื่องที่ประเทศเหล่านี้เลือกจีน แต่มันคือการที่พวกเขาเลือกที่จะเดินตามกระแสแห่งยุคสมัยต่างหาก”


แชร์
เอฟเฟกต์ภาษีทรัมป์ พันธมิตรสหรัฐฯ หันหาจีน ถึงยุค ‘ระเบียบโลกใหม่’?