
ความคืบหน้ากรณี น.ส.พร (นามสมมติ) แม่วัย 31 ปี พา ด.ญ.สุ (นามสมมติ) บุตรสาว 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป 4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง ให้ดำเนินคดีครูอัตราจ้าง ชื่อครู อ. (นามสมมติ) อายุ 48 ปี โรงเรียนแห่งหนึ่ง กระทำอนาจารลูกสาว
ผู้ปกครองจึงตัดสินใจพาลูกสาวมาแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางตาเถร อ.สองพี่อง และร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วน ด.ญ.สุ ผู้เสียหายสภาพจิตใจหวาดกลัว ตอนนี้ไม่กล้าไปโรงเรียน ขณะที่ ผอ.โรงเรียนสั่งพักงาน ครู อ.แค่ 2 วัน
ล่าสุดวันที่ 22 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงเรียน เพื่อจะขอสัมภาษณ์ ผอ.โรงเรียนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเบื้องต้นทราบว่าหลังเกิดเหตุ ผอ.สั่งพักงาน ครู อ. 2 วัน แต่ทางแม่ผู้เสียหายต้องการให้ไล่ ครู อ.ออกจากโรงเรียน เนื่องจากลูกสาวกลัว ครู อ. ตอนนี้ไม่กล้าไปเรียนที่โรงเรียแล้ว แต่ทาง ผอ.ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ แจ้งเพียงว่าต้องให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต2 ให้ข้อมูล
ซึ่งเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 20 มิ.ย. 69 เพจเฟซบุ๊กของโรงเรียนโพสต์ข้อความว่า เรียนท่านผู้ปกครองที่เคารพ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่ปรากฏในสื่อสังคม ออนไลน์ ขณะนี้โรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจ สอบข้อเท็จจริง ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ คุณครูที่ถูกกล่าวหา ปัจจุบันได้ยื่นหนังสือลาออก จากการปฏิบัติหน้าที่ในการสอน (จ้างเหมาบริการ) แล้ว ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สพรรณบุรี เขต 2 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เช่นกัน ซึ่งจะดำเนินการคู่ขนานกันไป โรงเรียนให้ความสำคัญกับเรื่องที่เกิดขึ้นและ ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจสอบข้อมูลกรณีนี้อย่างรอบด้าน จึงแจ้งมาเพื่อทราบ
ช่วงเช้าวันที่ 22 มิ.ย.69 นางยุพา (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ชาวบ้านที่มีลูกหลานเรียอยู่ที่โรงเรียแห่งนี้ และนางสุนิสา (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี บอกว่า ลูกสาวเคยเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ แต่ปัจจุบันลูกไปเรียนระดับมัธยมที่โรงเรียนอื่นแล้ว เมื่อประมาณ 3 ปี ลูกสาวที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนนี้ เคยถูกครู อ.ทำสัญลักษณ์มือแบบมินิฮาร์ทให้ด้วย
ท่ามกลางชาวบ้านอีกหลายรายมานั่งที่ร้านค้าหน้าโรงเรียน เพื่อเฝ้าติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่ามีครูในโรงเรียนกระทำอนาจารเด็กนักเรียนหญิง ทาง ผอ.จะดำเนินการอย่างไร
ล่าสุด นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง ได้เดินทางมาพบ ผอ.โรงเรียน เพื่อมาติดตามความคืบหน้ากรณีครูกระทำอนาจารนักเรียน โดยปิดห้องไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปฟัง ต่อมามีผู้บริหารสำนักงานทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต2 ได้เดินทางมาติดตามเรื่องที่เกิดเหตุ โดยได้เข้าไปพูดคุยกันในห้องไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปสังเกตการณ์ และถ่ายภาพทำข่าวแต่อย่างใด
ด้านนายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง เปิดเผยว่า ที่มีการนำเสนอข่าวไปว่าเอกสารที่เซ็นโดย ผอ.โรงเรียนให้คุณครู อ.พักงานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่ได้ให้พัก 3 วัน ตามที่เป็นข่าว ผอ.ก็รับทราบเรื่องจากคุณแม่ของนักเรียนและรีบดำเนินการให้ ได้ดำเนินการตามกฎหมาย เพราะระเบียบของครูอัตราจ้างก็มีกำหนดไว้อยู่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาครูอัตราจ้างคนดังกล่าวได้มาลาออก ส่วนเรื่องกระบวนการอื่นๆ ก็เป็นในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางโรงเรียนเองก็ตั้งกรรมการสอบ ทางจังหวัดเองก็ตั้งกรรมการสอบควบคู่กันไป ก็เป็นไปตามกลไกของระบบราชการ ที่ทุกคนกังวลตอนนี้คุณครูอัตราจ้างดังกล่าวก็ได้ลาออกไปแล้ว
ด้านนางยุพา (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี เล่าว่า ก็ว่ากันไปตามกฎหมายของครู แต่ทาง ผอ.โรงเรียน ก็ต้องออกมารับผิดชอบ ในกรณีที่ยังนิ่งเฉย เกี่ยวกับเรื่องของที่ผู้ปกครองสอบถามเข้าไปแต่ก็ยังมีคำตอบ ไม่มีคำชี้แจง ผอ.ต้องออกมารับผิดชอบในกรณีนี้ ซึ่งได้ติดตามดูข่าวจากเพจที่ผู้ปกครองท่านนี้ได้สอบถามเข้าไป ก็ได้คำตอบว่าทาง ผอ. และครูประจำชั้นไม่ได้มีคำตอบมา
ส่วนตัวไม่ทราบประวัติของคุณครูคนนี้มาก่อน เพราะว่าหลานเพิ่งขึ้นอนุบาลหนึ่ง แต่พอมีเป็นข่าวขึ้นมาก็จะมีคนโน้นคนนี้บอก แต่ก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าเขาได้ทำตรงนี้จริงหรือไม่ ถ้าคุณครูท่านนี้เป็นครูอัตราจ้างของกระทรวง ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการในการสอบสวน แต่ที่ทราบมาคือคุณครูท่านนี้เป็นคุณครูอัตราจ้าง ซึ่งทาง ผอ. สามารถไล่ออกได้ทันที ตอนนั้นคุณครูก็ยังพักอยู่บ้านพักครูภายในโรงเรียนและความปลอดภัยของเด็กจะมีหรือไม่ ซึ่งทั้งที่บ้านมีเด็กเล็กที่เรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ก็ไม่ได้ให้ลูกหลานไปเพราะยังห่วงความปลอดภัยอยู่ เด็กของศูนย์เด็กเล็ก จะอยู่ด้านชั้นล่าง ส่วนครูอัตราจ้างคนดังกล่าวพักอยู่ที่ชั้นสอง ก็กลัวว่าคุณครูจะเกิดความเครียดและก่อเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมาอีก
ขณะที่นางสุนิสา (ขอสงวนนามกุล) อายุ 34 ปี บอกว่า ลูกสาวเคยเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ลูกสาวเล่าว่า คุณครู คนนี้เคยเรียกลูกสาวขึ้นไป แต่ตัวลูกสาวเองไม่ได้ไปคนเดียวเพราะเคยสอนเขาไว้ เขากลัวเขาก็เลยชวนเพื่อนขึ้นไปด้วย ตอนนี้ลูกสาวอายุประมาณ 15 ปี ย้ายไปเรียนต่อโรงเรียนมัธยมศึกษาแล้ว ตอนนั้นลูกสาวก็สอบถามไปที่ครูว่าเรียกขึ้นมาทำอะไรคะ ครูก็ตอบว่าอยากเห็นหน้าแล้วครูก็ส่งมินิฮาร์ทมาให้กับเด็กนักเรียน
ตอนนั้นก็คิดว่าเขายังไม่ได้ทำอะไร แต่เราก็สอนลูกสาวอยู่ตลอดเวลาว่าถ้าคุณครูเรียกหรืออะไรให้ชวนเพื่อนไปด้วย เพราะมันมีข่าวแบบนี้มาบ่อยเราก็จะสอนลูกไว้อยู่ตลอดเวลา แล้วพอลูกมาบอกแบบนี้เราก็จะย้ำกับลูกตลอดว่าให้ชวนเพื่อนไปอย่าไปคนเดียว
พอได้ยินข่าวออกมาแบบนี้ก็รู้สึกโชคดีที่ได้สอนลูกของตัวเองไว้ แล้วลูกสาวเป็นคนขี้กลัวไม่กล้าไปคนเดียว ตอนนั้นที่คุณครูบอกอยากเห็นหน้าลูกเรา ซึ่งลูกเราตอนอยู่แค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกวันนี้ก็ยังค้างคาใจอยู่ ซึ่งให้ทางลูกสาวพูดเขาก็ยังพูดอยู่เหมือนเดิม
ซึ่ง ณ ตอนนั้นที่ลูกสาวมาเล่าให้ฟัง เราไม่ได้แจ้งทางผู้บริหารหรือ ผอ.โรงเรียนทราบ ส่วนตัวคิดว่ายังมีเด็กอีกหลายคนที่โดนกระทำแบบนี้แต่ไม่กล้าออกมาพูด ทาง ผอ.โรงเรียนก็น่าจะมีการสอบถามว่ามีใครโดนกระทำอะไรประมาณนี้ให้มาแจ้งเหมือนอย่างกับลูกของเราที่มาแจ้งให้เราทราบเอาไว้ก่อน
Advertisement