
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเพ็ญ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ได้มีการประชุมไกล่เกลี่ยกรณีความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านบ้านนาคอม หมู่ 3 ตำบลบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ กับพระสงกรานต์ อายุ 56 ปี เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์จันทิมาราม วัดสุทัศน์จันทิมาราม หลังชาวบ้านรวมตัวเรียกร้องให้พ้นจากตำแหน่ง จากปัญหาการบริหารจัดการวัดและกรณีตัดต้นยางนาอายุกว่าร้อยปี ซึ่งเคยมีการนำเสนอข่าวก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา
ในการประชุมครั้งนี้ ฝ่ายชาวบ้านนำโดยนายสงกรานต์ แก้วเชียงหวาง อายุ 48 ปี พร้อมตัวแทนชาวบ้านประมาณ 10 คน ขณะที่ฝ่ายวัดมีพระสงกรานต์ เจ้าอาวาส พร้อมไวยาวัจกรและคณะกรรมการวัดเข้าร่วมเจรจา การไกล่เกลี่ยมีนายคณพศ พิมโคตร นายอำเภอเพ็ญ เป็นประธาน พร้อมด้วยพระครูสีลคุณารักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี พระครูโอภาทรัตนคุณ เจ้าคณะอำเภอเพ็ญ และพระใบฎีกาจา สุมโน เจ้าคณะตำบลบ้านธาตุ เขต 1 ร่วมเป็นคนกลาง ขณะเดียวกันมีผู้แทนหน่วยป้องกันรักษาป่า และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานีเข้าร่วมรับฟังข้อเท็จจริง
ด้านหน่วยป้องกันรักษาป่า ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบการตัดไม้ยางนา 2 ต้น พบว่าเป็นไม้ที่ขึ้นในที่ดินกรรมสิทธิ์ตามเอกสารสิทธิ์ จึงสามารถตัดได้โดยไม่เข้าข่ายต้องขออนุญาตตามกฎหมายป่าไม้ อีกทั้งไม้ที่ถูกตัดได้ถูกแปรรูปเป็นท่อนรวม 8 ท่อน ปริมาตรประมาณ 14.562 ลูกบาศก์เมตร และยังอยู่ภายในวัด ไม่ได้เคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้
ขณะที่ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนา ระบุว่า ตามหลักพระธรรมวินัย เจ้าอาวาสมีหน้าที่ดูแลศาสนสมบัติของวัด ซึ่งรวมถึงต้นไม้ภายในวัดด้วย หากมีความเสี่ยงอันตรายสามารถดำเนินการตัดได้ แต่ควรมีการหารือร่วมกับชุมชนเพื่อป้องกันความขัดแย้ง ส่วนประเด็นข้อร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมเจ้าอาวาสและการไม่ปฏิบัติกิจสงฆ์ ที่ประชุมชี้แจงว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจการลงโทษของสำนักงานพระพุทธศาสนาโดยตรง แต่ได้ส่งเรื่องให้คณะสงฆ์ในพื้นที่ในฐานะพระวินยาธิการตรวจสอบตามขั้นตอนแล้ว
ด้านรองเจ้าคณะอำเภอเพ็ญ ให้ความเห็นว่า จากข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การตัดไม้และการดำเนินการของวัดไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ปัญหาหลักอยู่ที่ความไม่พอใจของชาวบ้านบางส่วน ขณะที่ฝ่ายคณะกรรมการวัดยืนยันว่าได้มีการประชุมและเห็นชอบก่อนดำเนินการ พร้อมเสนอว่าความขัดแย้งเกิดจากการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึงในชุมชน
ทั้งนี้ การประชุมยาวนานกว่า 3 ชั่วโมงเต็ม บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด แม้เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายชี้แจง แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ในทันที โดยฝ่ายชาวบ้านยังคงยืนยันให้เจ้าอาวาสพ้นจากตำแหน่ง เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในพื้นที่ ขณะที่พระสงกรานต์กล่าวต่อที่ประชุมว่า จะย้ายออกจากวัด “ก็ต่อเมื่อการก่อสร้างอุโบสถแล้วเสร็จ” เพื่อให้การดำเนินงานภายในวัดจบสิ้นลงอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม รองเจ้าคณะจังหวัดได้เสนอทางออกว่า ขอนิมนต์เจ้าอาวาสพิจารณาออกจากวัดเพื่อเปิดทางให้เกิดความสงบและลดความขัดแย้งในชุมชนทันที ซึ่งทำให้บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง ก่อนที่ตัวแทนชาวบ้านจะพอใจและแยกย้ายปิดประชุม โดยแกนนำได้มีการแจ้งต่อชาวบ้านว่าประเด็นความขัดแย้งเป็นไปตามที่ชาวบ้านต้องการตามแนวทางที่เสนอในที่ประชุม
Advertisement