
วันที่ 20 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดสุทัศน์จันทิมาราม หมู่ 3 บ้านนาคอม ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ชาวบ้านเกือบ 100 คน รวมตัวกันที่ศาลากลางบ้าน ก่อนถือป้ายข้อความเรียกร้องขับไล่พระครูสมุห์สงกรานต์ เจ้าอาวาสวัด พร้อมเคลื่อนขบวนเดินเท้าเข้าสู่วัด และตะโกนขับไล่ให้ออกจากตำแหน่ง
เมื่อขบวนผู้ชุมนุมเดินทางถึงวัด ได้เข้าไปปักหลักบริเวณหน้ากุฏิของเจ้าอาวาส พร้อมตะโกนเรียกร้องให้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างตึงเครียด
โดยชาวบ้านผลัดกันใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยถึงเหตุผลของการรวมตัว พร้อมตั้งคำถามถึงการตัดต้นยางนาภายในวัด
หนึ่งในแกนนำกล่าวว่า เหตุใดจึงมีการตัดต้นยางนาเก่าแก่ และซอยแปรรูปเป็นท่อนไม้ยาวประมาณ 6 เมตร 10 เซนติเมตร พร้อมเรียกร้องให้พระครูสมุห์สงกรานต์ชี้แจงถึงความจำเป็นและความโปร่งใสในการดำเนินการ ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะตะโกนขับไล่เป็นระยะ ระหว่างการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ็ญ พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอเพ็ญ ได้วางกำลังดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในวัด โดยเฉพาะบริเวณหน้ากุฏิของพระครูสมุห์สงกรานต์ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปภายใน แม้ผู้ชุมนุมจะพยายามเรียกร้องให้เจ้าอาวาสออกมาพบและชี้แจงข้อเท็จจริง แต่เจ้าอาวาสก็ไม่ได้ออกมา ซึ่งสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ และไม่มีเหตุปะทะหรือการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น
กระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่ภายในวัด ใช้เครื่องขยายเสียงเปิดเพลงและประกาศข้อเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง
นายสุคม อายุ 52 ปี ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า สาเหตุที่ชาวบ้านออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เนื่องจากไม่พอใจการบริหารจัดการของพระครูสมุห์สงกรานต์ ซึ่งที่ผ่านมา มักดำเนินการเรื่องต่างๆ ภายในวัดโดยไม่ประสานหรือหารือกับผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้าน โดยเฉพาะการตัดต้นยางนาอายุกว่าร้อยปีโดยไม่แจ้งให้ชาวบ้านรับทราบ ทั้งที่ชาวบ้านเห็นว่าวัดเป็นสมบัติของส่วนรวม การดำเนินการใดๆ ควรเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วม ตัวแทนชาวบ้านยังอ้างว่า พระครูสมุห์สงกรานต์ละเลยการออกบิณฑบาตเป็นเวลาหลายปี ทั้งที่ยังมีสุขภาพแข็งแรง รวมถึงมีพฤติกรรมที่ชาวบ้านมองว่าไม่เหมาะสมระหว่างประกอบศาสนพิธี เช่น การเปิดเครื่องเสียงภายในวัด อีกทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพแบบเหมาจ่ายประมาณ 30,000 บาทต่อราย สร้างความเดือดร้อนให้กับญาติผู้เสียชีวิต แม้ผู้นำชุมชนจะเคยเข้าพูดคุยและตักเตือนหลายครั้ง แต่ก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
โดยยืนยันว่าการรวมตัวครั้งนี้เป็นมติของชาวบ้านส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือผลประโยชน์ด้านการเงิน แต่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะสงฆ์เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง
ต่อมา เวลา 15.00 น. นายวันชัย พรหมมาโอน ปลัดอำเภอชำนาญการพิเศษ อำเภอเพ็ญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับกลุ่มชาวบ้าน โดยผลการหารือเบื้องต้นได้ข้อสรุปให้นัดตัวแทนชาวบ้านและพระครูสมุห์สงกรานต์เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. 69 เวลา 09.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอเพ็ญ เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน
ภายหลังการชี้แจง ตัวแทนชาวบ้านได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายกลับบ้านและรอฟังผลการไกล่เกลี่ย ส่งผลให้สถานการณ์ภายในวัดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
หลังจากชาวบ้านแยกย้ายกันแล้ว นายวันชัย พร้อมคณะ ได้นิมนต์พระครูสมุห์สงกรานต์ออกจากกุฏิมาพูดคุย พร้อมเชิญเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยตามกำหนด ด้านพระครูสมุห์สงกรานต์ เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์จันทิมาราม ชี้แจงว่า การตัดต้นยางนาที่เป็นประเด็น เป็นไปตามความประสงค์ของเจ้าของที่ดินเดิม ซึ่งก่อนเสียชีวิตได้แสดงความประสงค์ว่าเกรงต้นไม้จะล้มทับบ้านในช่วงเกิดพายุ จึงต้องการให้ตัดออกเพื่อขยายถนน โดยก่อนดำเนินการได้มีการทำประชาคมและหารือกับชาวบ้านแล้ว ไม้ที่ตัดลงมาจะไม่นำไปจำหน่ายหรือใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่จะนำไปใช้ก่อสร้างซุ้มประตูโขง เรือนรับรอง และกุฏิรับรองพระเถระภายในวัด ซึ่งไม้ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการก่อสร้าง
ส่วนกรณีที่ชาวบ้านกล่าวหาว่าไม่ออกบิณฑบาตนั้น พระครูสมุห์สงกรานต์ชี้แจงว่า ช่วงที่ผ่านมาอาตมาต้องศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท อีกทั้งตั้งแต่ปี 2562 เคยถูกอดีตผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งสั่งห้ามออกบิณฑบาตในหมู่บ้าน จึงไม่ใช่การละเลยหน้าที่ตามที่ถูกกล่าวหา ดีที่ได้แม่ออกที่ค้ำจุนวัดก็ช่วยดูแลอาตมา
พร้อมระบุว่า สาเหตุที่ถูกชาวบ้านขับไล่ น่าจะมาจากการที่อาตมาเข้ามาจัดระบบการเงินของวัดให้เป็นไปตามระเบียบ มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และควบคุมการเบิกจ่ายอย่างโปร่งใส ทำให้บุคคลบางกลุ่มไม่พอใจและกล่าวหาว่าทุจริต ซึ่งยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
พระครูสมุห์สงกรานต์กล่าวอีกว่า กรณีที่มีกลุ่มชาวบ้านมาชุมนุมข่มขู่และขับไล่นั้น ได้มอบหมายให้คณะกรรมการวัดเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว ส่วนเรื่องการให้อภัยนั้น ขอพิจารณาเป็นรายบุคคล อย่างไรก็ตาม อาตมายืนยันว่าจะเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยกับชาวบ้านตามที่ฝ่ายปกครองนัดหมาย โดยมีฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนกลาง เพื่อร่วมกันหาทางออกของปัญหา
ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโดยรอบกุฏิ พร้อมด้วยชาวบ้าน พบอุปกรณ์สำหรับแปรรูปไม้ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังกุฏิ นอกจากนี้ยังพบไม้มะค่าและไม้ประดู่จำนวนหนึ่งถูกแปรรูปกองไว้ภายในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าไม้ดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นข้อพิพาทเรื่องการตัดต้นยางนาภายในวัดหรือไม่ ซึ่งจะต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามพระครูสมุห์สงกรานต์เพิ่มเติมถึงไม้แปรรูปที่กองอยู่บริเวณด้านหลังกุฏิ ว่ามีวัตถุประสงค์จะนำไปใช้ทำอะไร พระครูสมุห์สงกรานต์ชี้แจงว่า ไม้ดังกล่าวเตรียมไว้สำหรับทำฝ้าอุโบสถ โดยเก็บสะสมไว้เป็นเวลาประมาณ 3 ปีแล้ว ไม่ได้เพิ่งนำมาแปรรูปในช่วงที่เกิดข้อพิพาทแต่อย่างใด
พระครูสมุห์สงกรานต์ระบุว่า ไม้ที่นำมาเก็บไว้ประกอบด้วยไม้ที่ได้รับจากมัคนายกจำนวน 2 ต้น ไม้จากกรรมการวัดจำนวน 2 ต้น และไม้ของวัดอีก 1 ต้น ซึ่งทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างและบูรณะอุโบสถของวัด ไม่ได้นำไปจำหน่ายหรือใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
นายสังวาลย์ บุญกลาง พนักงานพิทักษ์ป่า 23 หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อด.4 บ้านดุง กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 7 หมายถึงไม้ที่ขึ้นในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ เช่น โฉนดที่ดิน หรือ น.ส.3 ก. ไม้ที่ขึ้นในที่ดินประเภทดังกล่าวจะไม่เป็นไม้หวงห้าม เจ้าของสามารถตัด ฟัน หรือแปรรูปได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ส่วนเครื่องมือแปรรูปไม้ที่ตรวจพบในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะขอตรวจสอบรายละเอียดเพื่อความแน่ชัดอีกครั้ง
Advertisement