
ชื่อของ Wacoal (วาโก้) ถูกจดจำในฐานะแบรนด์ชุดชั้นในที่สร้างความแตกต่างด้วยงานวิจัยด้านสรีระและความสบายในการสวมใส่ แต่ในอนาคต ไม่แน่ว่าคนยุคหลังอาจจะรู้จัก Wacoal ในบทบาทอื่นที่หลากหลายออกไป เพราะ Wacoal กำลังมองหาโอกาสที่จะนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาที่สะสมมาหลายทศวรรษไปสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่เติบโตใหม่ ๆ ในยุคที่ตลาดชุดชั้นในหดตัวลง
Wacoal เพิ่งมีความเคลื่อนไหวน่าสนใจล่าสุดที่สะท้อนทิศทางนี้ คือ การประกาศว่ากำลังจะขยายธุรกิจไปสู่การผลิตชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารรถยนต์ โดยนำเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตยกทรงไปต่อยอดในการผลิตชิ้นส่วนที่รองแขนและพื้นที่สัมผัสภายในห้องโดยสาร ซึ่ง Wacoal ตั้งเป้าจะให้เป็นอีกหนึ่งเส้นทางการเติบโตใหม่ของบริษัทในอนาคต
เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตยกทรงจะใช้ผลิตชิ้นส่วนภายในรถยนต์อย่างไร Wacoal มีโอกาสมากแค่ไหนจากเทคโนโลยีนี้ SPOTLIGHT ชวนมาดูกันต่อ
วาโก้ คอร์ปอเรชัน (Wacoal Corp.) บริษัทญี่ปุ่นเจ้าของแบรนด์ชุดชั้นใน Wacoal จะผลิตชิ้นส่วนภายในรถยนต์ โดยร่วมมือกับบริษัทเคมีภัณฑ์ บีเอเอสเอฟ (BASF) ซึ่งเป็นพันธมิตรในการจัดหาวัสดุของ Wacoal อยู่แล้วก่อนหน้านี้
หัวใจสำคัญของการขยายสู่ธุรกิจใหม่นี้ คือ การนำเทคโนโลยี Melooop ของ Wacoal ซึ่งใช้ในการผลิตถ้วยยกทรง ผสานกับ Elastollan® TPU วัสดุเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทนของ BASF เพื่อสร้างชิ้นส่วนภายในรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และออกแบบได้อย่างอิสระมากขึ้น
วาโก้เริ่มจากการพัฒนาต้นแบบที่วางแขน ซึ่งนำไปจัดแสดงอวดโฉมแล้วในงานแสดงวิศวกรรมยานยนต์ ‘Automotive Engineering Exposition 2026 Nagoya’ ระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายนนี้
Wacoal และ BASF ตั้งเป้าเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2030 โดยในช่วงเวลาระหว่างนี้จะเป็นการทดสอบความเหมาะสมของวัสดุ ประสิทธิภาพการใช้งาน ความทนทาน และการตอบโจทย์มาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์
หากการพัฒนาเป็นไปตามแผน เทคโนโลยี Melooop ยังสามารถขยายไปยังการผลิตชิ้นส่วนอื่นภายในรถยนต์ที่ต้องการคุณสมบัติด้านความนุ่ม ความยืดหยุ่น และน้ำหนักเบาได้อีก
เบื้องหลังการขยายธุรกิจครั้งนี้มีรากฐานมาจากการลงทุนด้านวิจัยของ Wacoal ที่ดำเนินต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ
Wacoal ก่อตั้งศูนย์วิจัย Human Science Research & Development Center ตั้งแต่ปี 1964 เพื่อศึกษาร่างกายมนุษย์ในมิติของความงาม สุขภาพ และความสบาย โดยตลอด 60 กว่าปีที่ผ่านมา ศูนย์แห่งนี้สะสมข้อมูลและองค์ความรู้ด้านสรีระไว้มหาศาล ซึ่งถูกนำมาใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Wacoal เริ่มขยายขอบเขตงานวิจัยจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายไปสู่การสร้างเทคโนโลยีและวัสดุใหม่ หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญ คือ Melooop หรือเทคโนโลยีขึ้นรูปเส้นใยสามมิติที่ Wacoal พัฒนาขึ้นเองและเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญานี้
เทคโนโลยี Melooop ใช้กระบวนการ melt-blown โดยหลอมเม็ดพลาสติกให้กลายเป็นเส้นใยขนาดเล็กด้วยลมร้อนความเร็วสูง ก่อนพ่นลงบนแม่แบบเพื่อสร้างรูปทรงสามมิติ เส้นใยจะยึดติดกันด้วยความร้อนโดยไม่ต้องใช้กาวหรือโครงสร้างหลายชั้นแบบเดิม
จุดเด่นของ Melooop คือ สามารถขึ้นรูปชิ้นงานที่มีความซับซ้อนได้ในขั้นตอนเดียว ลดขั้นตอนการผลิต ลดการใช้วัสดุ และลดของเสียที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิต ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังสามารถออกแบบให้วัสดุมีความหนา น้ำหนัก และคุณสมบัติตามการใช้งานที่ต้องการได้ตั้งแต่ต้น
เดิมที Wacoal นำ Melooop มาใช้ในการผลิตถ้วยบรา แต่เมื่อพัฒนาเทคโนโลยีไปได้ระดับหนึ่งก็เริ่มมองเห็นว่า คุณสมบัติดังกล่าวอาจตอบโจทย์อุตสาหกรรมอื่นได้ จึงมองหาโอกาสขยายธุรกิจด้วยเทคโนโลยีนี้
น่าสนใจว่า เมื่อเทคโนโลยี Melooop สามารถนำไปใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม ทำไม Wacoal เลือกอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นเป้าหมายแรก
คำตอบก็คือ เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์มีหลายโจทย์ที่สอดคล้องกับคุณสมบัติของ Melooop
ในอดีต ชิ้นส่วนภายในรถยนต์อย่างที่วางแขนและเบาะที่นั่งมักผลิตจากการขึ้นรูปชิ้นส่วนแข็งก่อน แล้วจึงหุ้มด้วยผ้า หนังสังเคราะห์ หรือวัสดุอื่น ผ่านกระบวนการเย็บและประกอบหลายขั้นตอน
แต่ Melooop สามารถสร้างโครงสร้างสามมิติจากเส้นใยได้โดยตรงในขั้นตอนเดียว และเปิดโอกาสให้นักออกแบบสามารถปรับระดับความหนาและคุณสมบัติของวัสดุได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการพัฒนา ช่วยให้ได้ชิ้นส่วนที่ตอบโจทย์ความต้องการ น้ำหนักเบาขึ้น แต่ยังคงประสิทธิภาพการใช้งานและมีความทนทาน เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมยานยนต์
คุณสมบัติเหล่านี้สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการลดน้ำหนักรถ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสารภายในห้องโดยสาร ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมากเริ่มมองหาวิธีเปลี่ยนห้องโดยสารให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนหรือพื้นที่ใช้ชีวิตมากขึ้น ความนั่งสบายจึงมีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย
ในจุดนี้ Wacoal เชื่อว่าความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาร่างกายมนุษย์และพฤติกรรมการเคลื่อนไหวที่สั่งสมมานาน จะเป็นข้อได้เปรียบในการพัฒนาชิ้นส่วนที่ผู้ใช้งานต้องสัมผัสโดยตรง
แม้ Wacoal มีเทคโนโลยีการขึ้นรูปของตัวเอง แต่การเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์จำเป็นต้องอาศัยพันธมิตรที่มีประสบการณ์ในตลาดนี้ ซึ่งนี่คือบทบาทของ BASF ซึ่งมีความร่วมมือในการพัฒนาถ้วยบราโดยใช้ Elastollan® TPU อยู่แล้ว ทำให้มีความเข้าใจร่วมกันทั้งในด้านวัสดุและกระบวนการผลิต
จุดแข็งสำคัญของ BASF คือ ความสัมพันธ์กับผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก รวมถึงเครือข่ายการผลิตระดับสากลที่สามารถส่งมอบวัสดุด้วยมาตรฐานเดียวกันในหลายประเทศ
การร่วมกันพัฒนาในครั้งนี้จึงเป็นการผสานจุดแข็งคนละด้านเข้าด้วยกัน ฝั่งหนึ่งคือเทคโนโลยีการขึ้นรูปจาก Wacoal อีกฝั่งคือวัสดุและระบบซัพพลายเชนจาก BASF ซึ่งทำให้การนำไปใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์มีความเป็นไปได้มากขึ้น
และสำหรับ Wacoal นี่เป็นทางลัดสำคัญในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งต่างจากตลาดเสื้อผ้าอย่างสิ้นเชิง
Wacoal ไม่ได้มอง Melooop เป็นเทคโนโลยีสำหรับผลิตสินค้าของตนเองเท่านั้น แต่กำลังพยายามสร้างมูลค่าใหม่จากเทคโนโลยีนี้ โดยพยายามผลักดันให้เทคโนโลยี Melooop กลายเป็นแพลตฟอร์มวัสดุและการผลิตที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ
Wacoal บอกว่า การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาการใช้งาน Melooop เท่านั้น
ปัจจุบัน Wacoal กำลังทำงานร่วมกับทั้งพันธมิตรภายในและภายนอกองค์กร เพื่อพัฒนาแนวทางการนำเทคโนโลยี Melooop ไปประยุกต์ใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนา Melooop Lab เป็นศูนย์กลางของการดำเนินงานและความร่วมมือกับพันธมิตรภายนอกองค์กร
สึโยชิ คุมูระ (Tsuyoshi Kumura) เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูง หัวหน้าโครงการ Melooop ฝ่ายพัฒนาธุรกิจใหม่ และแผนกพัฒนาธุรกิจใหม่ ของ Wacoal แสดงความคาดหวังว่า ความร่วมมือกับ BASF จะช่วยขยายขอบเขตการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Melooop จากอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไปสู่การออกแบบภายในยานยนต์ รวมถึงต่อยอดการใช้งานไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ ต่อไป
อ้างอิง : Wacoal, BASF, Nikkei Asia