Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อ่านเทรนด์ AI จากยอดขาย TSMC กระแสลงทุนยังแรงท่ามกลางคำถามจะคืนกำไรไหม
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

อ่านเทรนด์ AI จากยอดขาย TSMC กระแสลงทุนยังแรงท่ามกลางคำถามจะคืนกำไรไหม

13 ก.ค. 69
20:25 น.
แชร์

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หากจะมีบริษัทไหนที่นักลงทุนทั่วโลกใช้เป็นเครื่องวัดอุณหภูมิของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริษัทนั้นก็คือ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ผู้รับจ้างผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก

เหตุผลก็เพราะบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แทบทั้งหมด ตั้งแต่ Nvidia, Apple, AMD ไปจนถึงผู้พัฒนาชิป AI รายใหม่ ต่างต้องพึ่ง TSMC ในการผลิตชิปตามแบบที่ออกแบบไว้ ดังนั้น ทุกครั้งที่ TSMC เผยผลการดำเนินงานหรือตัวเลขทางธุรกิจ นักลงทุนจึงใช้ข้อมูลนั้นประเมินภาพรวมของการลงทุนด้าน AI ทั่วโลกไปด้วย

ล่าสุด TSMC รายงานยอดขายไตรมาสเดือนเมษายน-มิถุนายน 2026 เพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อนหน้า แตะ 1.27 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ยอดขายเฉพาะเดือนมิถุนายนเติบโตเกือบ 68% เป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าความต้องการชิปสำหรับ AI ยังไม่ได้ชะลอตัวลง แม้ตลาดจะเริ่มตั้งคำถามว่าการลงทุนมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีอาจกำลังเข้าใกล้จุดอิ่มตัว

ยอดขายที่โตแรงกำลังบอกว่า AI ยังไม่หมดรอบ

การเติบโตของยอดขาย TSMC มีความหมายมากกว่าการทำสถิติใหม่ เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกเริ่มกังวลว่า การลงทุนด้าน AI อาจเดินหน้าเร็วเกินไป

ตลอดปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างแข่งขันกันสร้างศูนย์ข้อมูล (data center) และขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI (AI Infrastructure) ด้วยเม็ดเงินมหาศาล Bloomberg Intelligence ประเมินว่าปี 2026 นี้ การลงทุนด้าน AI Infrastructure ทั่วโลกอาจทะลุ 725,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แนวโน้มนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ความต้องการใช้งาน AI จะเติบโตทันกับเม็ดเงินลงทุนหรือไม่ หรือสุดท้ายอาจเกิดกำลังการผลิตส่วนเกิน

แต่ข้อมูลล่าสุดของ TSMC กลับส่งสัญญาณว่า ความต้องการชิปประสิทธิภาพสูงยังแข็งแกร่งเพียงพอที่จะผลักดันยอดขายให้เติบโตต่อเนื่อง แม้ฐานรายได้ของบริษัทจะมีขนาดใหญ่มากอยู่แล้ว

ชาร์ลส ชัม (Charles Shum) นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence มองว่า ความต้องการชิป AI และชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์ยังแข็งแกร่งมากพอที่จะชดเชยตลาดสมาร์ทโฟนและพีซีที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ TSMC สามารถปรับขึ้นราคาการผลิตได้ ซึ่งอาจช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้

เพราะ TSMC อยู่กลางห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI

เหตุผลที่ผลประกอบการของ TSMC ถูกจับตามองมากกว่าบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายอื่น เพราะ TSMC ทำหน้าที่ผลิตชิปให้ลูกค้าหลายรายพร้อมกัน เมื่อคำสั่งซื้อจากลูกค้าเพิ่มขึ้น TSMC จะมองเห็นทิศทางอุปสงค์ของอุตสาหกรรมก่อนใคร

ก่อนหน้านี้ เจ๋อเจีย เว่ย (C.C. Wei) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TSMC เคยกล่าวว่า ความต้องการชิป AI จากลูกค้าในสหรัฐฯ ยังสูงจนบริษัทไม่สามารถตอบสนองได้ทั้งหมด แม้จะเร่งขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ขณะที่ SK Hynix ผู้ผลิตหน่วยความจำ HBM จากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นอีกชิ้นส่วนสำคัญของระบบ AI ยังประเมินว่า ภาวะชิปหน่วยความจำตึงตัวอาจยืดเยื้อไปถึงหลังปี 2030

ข้อมูลเหล่านี้สนับสนุนความเชื่อว่า AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการลงทุน มากกว่าจะเข้าสู่ช่วงปลายรอบ แม้ราคาหุ้นหลายบริษัทในกลุ่ม AI จะปรับตัวขึ้นมาอย่างมากแล้วก็ตาม

สิ่งที่ตลาดรอฟัง คือ แผนลงทุนปีหน้า

สิ่งที่นักลงทุนจับตาเป็นพิเศษจาก TSMC คือ การประกาศผลประกอบการเต็มรูปแบบ และการให้มุมมองต่อธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ แผนลงทุน (CapEx) ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดว่าบริษัทมองเห็นโอกาสเติบโตในอนาคตมากแค่ไหน เพราะธุรกิจรับจ้างผลิตชิปจำเป็นต้องลงทุนโรงงานและเครื่องจักรล่วงหน้าหลายปี

ก่อนหน้านี้ TSMC ระบุว่า จะใช้งบลงทุนในปีนี้สูงถึงประมาณ 52,000-56,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในปีที่ใช้งบลงทุนสูงสุดของบริษัท หากยังคงยืนยันตัวเลขดังกล่าว ก็จะสะท้อนว่าบริษัทยังเชื่อมั่นต่ออุปสงค์ของอุตสาหกรรม AI ในระยะยาว

อีกประเด็นที่นักวิเคราะห์จับตา คือ ความคืบหน้าของกำลังการผลิต Advanced Packaging หรือ CoWoS ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันมีรายงานว่า Nvidia จองกำลังการผลิต CoWoS ของ TSMC ไปแล้วราว 60% ตลอดปี 2026 และยังจองกำลังการผลิตมากกว่าครึ่งของส่วนขยายที่จะทยอยเปิดในช่วงปี 2026-2027 ทำให้ตลาดต้องการเห็นว่า TSMC จะเร่งขยายกำลังการผลิตได้เร็วเพียงใด

AI ยังโต แต่คำถามคือ การลงทุนจะคุ้มค่าหรือไม่

แม้ตัวเลขของ TSMC จะสะท้อนว่าความต้องการชิป AI ยังแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความกังวลของนักลงทุนจะหมดไป เพราะคำถามสำคัญในเวลานี้ไม่ใช่ว่า “จะมีคนซื้อชิปหรือไม่” แต่เป็นคำถามว่า เม็ดเงินลงทุนมหาศาลที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ AI จะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั้ง Meta, Microsoft, Amazon และ Alphabet ต่างเร่งลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้วยงบประมาณหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี หลายโครงการยังได้รับการสนับสนุนจากการกู้ยืมหรือการระดมทุนเพิ่มเติม ทำให้ตลาดตั้งคำถามว่า หากรายได้จากบริการ AI เติบโตไม่ทันต้นทุน การลงทุนรอบนี้อาจใช้เวลานานกว่าที่คาดกว่าจะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า

อีกประเด็นที่นักลงทุนจับตา คือ ความเสี่ยงที่การลงทุนอาจนำหน้าความต้องการใช้งานจริง หากผู้ให้บริการคลาวด์หลายรายเร่งขยายกำลังประมวลผลพร้อมกันมากเกินไป ก่อนที่ตลาดจะเติบโตทัน ก็อาจทำให้เกิดภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินในอนาคต และ TSMC เองก็เผชิญความเสี่ยงจากการลงทุนเช่นกัน หากความต้องการชิป AI ชะลอตัวเร็วกว่าคาด บริษัทอาจต้องแบกรับต้นทุนโรงงานใหม่ที่ลงทุนไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะโรงงานในต่างประเทศซึ่งมีต้นทุนการดำเนินงานสูงกว่าไต้หวัน

นอกจากนั้น อุตสาหกรรมชิปยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ทั้งการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน มาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูง รวมถึงความพยายามของหลายประเทศในการกระจายฐานการผลิต ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุน การลงทุน และโครงสร้างของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

อ้างอิง : Bloomberg, Forbes

แชร์
อ่านเทรนด์ AI จากยอดขาย TSMC กระแสลงทุนยังแรงท่ามกลางคำถามจะคืนกำไรไหม