Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เดทแรกใครจ่าย ต้องหารไหม? รัฐสิงคโปร์เปย์ ดับปัญหาแก้วิกฤตเด็กเกิดน้อย
โดย : ปาณิสรา สุทธิกาญจนวงศ์

เดทแรกใครจ่าย ต้องหารไหม? รัฐสิงคโปร์เปย์ ดับปัญหาแก้วิกฤตเด็กเกิดน้อย

13 ก.ค. 69
16:12 น.
แชร์

เดทแรก ใครควรเป็นคนจ่าย?” เป็นคำถามยอดนิยมในโลกออนไลน์และกลายเป็นประเด็นถกเถียงในหลายประเทศ แม้ดูเผิน ๆ จะเป็นเพียงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่เบื้องหลังคำถามนี้กลับสะท้อนทั้งมุมมองต่อความสัมพันธ์ ความเท่าเทียม ตลอดจนความคาดหวังที่แต่ละคนมีต่ออีกฝ่าย ซึ่งย่อมแตกต่างกันไปตามประสบการณ์และการเลี้ยงดู

จากการรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้บน TikTok พบว่า แนวคิดเรื่องการจ่ายเงินในเดทแรกสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • คนชวนเป็นคนจ่าย เพราะมองว่าฝ่ายที่เป็นผู้ชวนควรทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ถือเป็นมารยาทและเป็นการแสดงความตั้งใจในการนัดพบ
  • ผู้ชายเป็นคนจ่าย เป็นค่านิยมดั้งเดิมที่ยังพบได้ในหลายประเทศ โดยมองว่าผู้ชายควรเป็นฝ่ายดูแลค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะในการออกเดทครั้งแรก
  • หารค่าใช้จ่ายคนละครึ่ง เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่คนรุ่นใหม่ เพราะสะท้อนความเท่าเทียมและช่วยให้ทั้งสองฝ่ายไม่รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณกัน
  • สลับกันจ่าย เช่น คนหนึ่งจ่ายค่าอาหาร ส่วนอีกคนเลี้ยงกาแฟหรือของหวาน วิธีนี้ทำให้หลายคู่รู้สึกสบายใจ เพราะต่างฝ่ายต่างมีส่วนร่วมกับค่าใช้จ่าย

เหตุผลที่คำถามว่า “เดทแรกใครจ่าย” กลายเป็นข้อถกเถียงอย่างกว้างขวาง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีคำตอบตายตัวว่าแนวทางใดถูกหรือผิด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความคาดหวัง ความพร้อม และมุมมองของแต่ละคน

ฝ่ายหนึ่งอาจคิดว่าการหารครึ่งเป็นวิธีที่ยุติธรรม แต่อีกฝ่ายอาจรู้สึกว่าหากเป็นคนชวนแล้วไม่เลี้ยง ก็อาจหมายถึงการไม่จริงจัง บางคนยินดีจ่ายทั้งหมด แต่ลึก ๆ คาดหวังว่าจะมีโอกาสได้ออกเดทกันต่อ ขณะที่บางคนกลับรู้สึกกดดันเมื่ออีกฝ่ายออกค่าใช้จ่ายให้ เพราะไม่ต้องการรู้สึกว่าตนเองติดค้างหรือเป็นหนี้บุญคุณ

เมื่อปัญหาไม่ใช่ใครจ่าย แต่คือจะหาเงินที่ไหนมาจ่าย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในเวลานี้อาจไม่ใช่เพียงว่า “ใครควรจ่าย” แต่เป็นคำถามว่า “จะนำเงินที่ไหนมาจ่าย” โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพอยู่ในระดับสูง

การออกเดทหนึ่งครั้งในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงค่ากาแฟหนึ่งแก้ว แต่อาจรวมถึงค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ากิจกรรม และบางครั้งยังมีค่าเครื่องดื่มหรือของหวานต่อในร้านที่สอง ค่าใช้จ่ายของเดทเพียงครั้งเดียวจึงอาจแตะหลักพันบาทได้ไม่ยาก

สำหรับนักศึกษา คนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือผู้ที่ต้องรับมือกับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น การออกเดทจึงกลายเป็นค่าใช้จ่ายอีกก้อนหนึ่งที่ต้องนำมาคำนวณอย่างรอบคอบ

นี่เป็นที่มาของข้อความติดตลกที่พบได้บ่อยในโลกออนไลน์ว่า “ไม่ได้ไม่อยากมีแฟน แต่เดททีหนึ่งแพงเกินไป”

สิงคโปร์ทดลองแก้โจทย์ต้นทุนของการเริ่มต้นความสัมพันธ์

ความกังวลลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในหมู่วัยรุ่นไทย แต่ยังพบได้ในหลายประเทศ รวมถึง "สิงคโปร์" ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาอัตราการเกิดอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่คนรุ่นใหม่แต่งงานช้าและมีลูกน้อยลง

หน่วยงานภาครัฐของสิงคโปร์จึงเริ่มพิจารณาว่า ปัญหาอาจเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นที่คนโสดไม่มีโอกาสหรือไม่ต้องการออกมาพบปะกัน หนึ่งในแนวคิดแก้ปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาจึงเป็น การมอบคูปองหรือสิทธิพิเศษสำหรับมื้ออาหารในเดทแรก เพื่อลดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายและกระตุ้นให้คนโสดกล้าออกมาทำความรู้จักกันมากขึ้น

นอกจากนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของภาครัฐ พบว่าความกังวลเกี่ยวกับการออกเดทไม่ได้มีเพียงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยจากการถูกหลอกด้วยการใช้ตัวตนหรือรูปภาพปลอม หรือที่เรียกว่า “Catfishing” รวมถึงความรู้สึกว่าอาจต้องเสียเวลาไปพบกับคนที่ไม่ได้ต้องการความสัมพันธ์อย่างจริงจัง

จึงมีการเสนอแนวคิดให้แพลตฟอร์มหาคู่พัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น การให้มื้ออาหารแรกฟรีหรือมอบส่วนลดจากร้านอาหาร การยืนยันตัวตนผ่านระบบ Singpass เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และระบบจับคู่ที่ให้ความสำคัญกับผู้ที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์อย่างจริงจัง มากกว่าการเปิดให้ผู้ใช้งานปัดเลือกโปรไฟล์ไปเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ แนวทางเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและทดสอบแนวคิดโดยหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น ยังไม่มีการประกาศใช้นโยบายอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลสิงคโปร์จะออกค่าเดทให้กับคู่รักทุกคู่

อย่างไรก็ตาม แม้แนวคิดดังกล่าวจะยังไม่ถูกนำมาใช้จริง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า หลายประเทศเริ่มมอง “การเริ่มต้นความสัมพันธ์” ว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะยังเชื่อมโยงกับภาวะเศรษฐกิจ โครงสร้างประชากร และอัตราการเกิดของประเทศ หากคนหนุ่มสาวไม่เริ่มออกเดท โอกาสที่จะพัฒนาไปสู่การแต่งงานและมีบุตรก็ย่อมลดลงตามไปด้วย

ท้ายที่สุด เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น คนจำนวนไม่น้อยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับค่าเช่า ค่าผ่อนบ้าน ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในการดูแลตัวเองก่อน ความรักและการออกเดทจึงอาจถูกเลื่อนออกไปโดยปริยาย ไม่ใช่เพราะไม่ต้องการมีความสัมพันธ์ แต่เพราะต้นทุนของการเริ่มต้นความสัมพันธ์กำลังสูงเกินกว่าที่หลายคนจะรับไหว

อ้างอิง : The Straits Times

แชร์
เดทแรกใครจ่าย ต้องหารไหม? รัฐสิงคโปร์เปย์ ดับปัญหาแก้วิกฤตเด็กเกิดน้อย