Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นายกฯ แจงสว.จำเป็นกู้ 4 แสนล้าน รับวิกฤตพลังงานยันไม่กระทบวินัยการคลัง

นายกฯ แจงสว.จำเป็นกู้ 4 แสนล้าน รับวิกฤตพลังงานยันไม่กระทบวินัยการคลัง

31 ส.ค. 69
11:08 น.
แชร์

นายกฯ เข้าสภา แม้ป่วยหลอดลมอักเสบเสียงแหบ แจงจำเป็นตรา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน แก้วิกฤตพลังงานจากสงคราม ยันไม่กระทบวินัยการเงินการคลัง เจ้าตัวขออภัยสว.ต้องจิบน้ำเป็นระยะบอกให้หมอดริปแล้วแต่หายไม่ทัน

31 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา การประชุมวุฒิสภา ที่มีพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้ามานำเสนอ เสนอ พ.ร.ก. ด้วยตนเอง ว่า ครม. ได้มีมติเห็นชอบ พ.ร.ก. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ลงราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้แล้ว รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.นี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดว่าการตรา พ.ร.ก. สามารถกระทำได้เฉพาะเมื่อ ครม. เห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โอกาสนี้รัฐบาลจึงขอกราบเรียนต่อวุฒิสภาถึงเหตุผลและความจำเป็น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความจำเป็นในการตรา พ.ร.ก.นี้ เนื่องจากมีความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในช่วงต้นปี 2569 เป็นวิกฤติการณ์พลังงานโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่างจากวิกฤติน้ำมันในอดีต โดยในปี 1970 กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือ OPEC ห้ามส่งออกน้ำมันและจำกัดการผลิตในการส่งออกน้ำมัน ทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกขาดแคลน แต่ไม่มีการทำลายโรงกลั่นน้ำมัน บ่อก๊าซธรรมชาติ ท่าเรือขนส่งน้ำมัน ท่าเรือส่งก๊าซธรรมชาติและไม่มีการปิดท่าเรือ อีกทั้งต่างจากกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นผิดปกติในช่วงที่เกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งสงครามในตะวันออกกลางปี 2569 นี้ มีการทำลายบ่อน้ำมัน บ่อก๊าซธรรมชาติ โรงกลั่นน้ำมัน ทำลายท่าเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีการปิดเส้นทางเดินเรือโดยเฉพาะที่ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ น้ำมันจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของโลกต้องหยุดการผลิตและขนส่งแทบจะสิ้นเชิง ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันยังคงเท่าเดิม ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และน้ำมันจากแหล่งอื่นไม่สามารถผลิตทดแทนแหล่งตะวันออกกลางได้

ประการที่สอง ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันจากแหล่งตะวันออกกลางร้อยละ 50 เมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าว เราจึงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับโครงสร้างการผลิตสินค้าของเรายังพึ่งพาพื้นฐานปิโตรเลียม ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นแหล่งพลังงานหลัก ในการผลิต ขนส่งสินค้า จำหน่ายและบริการ เมื่อน้ำมันขาดแคลนจึงส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า การขนส่ง และการเกษตร รวมทั้งประชาชนในประเทศโดยตรง ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต เริ่มตั้งแต่วิกฤตปากท้องที่ไม่ได้มาเพียงระลอกเดียว แต่ยังมีผลกระทบต่อเนื่องอีกหลายระลอก

“ระลอกแรก ความตื่นตระหนกหรือแพนิคจากวิกฤตตะวันออกกลาง ระลอกที่ 2 ราคาพลังงานฟอสซิลปรับสูงขึ้น ระลอกที่ 3 ต้นทุนอาหาร สินค้า บริการต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิต ขนส่ง นอกจากนี้ ปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตร ก็เป็นผลมาจากการกลั่นน้ำมันมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ระลอกที่ 4 ค่าครองชีพของประชาชนปรับตัวสูงขึ้น และระลอกที่ 5 กำลังซื้อของประชาชนลดลง เนื่องจากรายได้เท่าเดิมหรืออาจน้อยลง” นายกรัฐมนตรีกฃ่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เกิดแรงบีบกลับ 2 ด้าน ทั้งรายได้ที่ลดลง แต่ต้นทุนกลับสูงขึ้น ฉุดกำลังซื้อของประชาชน เศรษฐกิจชะลอตัวภายใต้เงินเฟ้อสูง หากปล่อยให้เกิดขึ้นจะเกิดผลกระทบรุนแรงและยากต่อการแก้ไข

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประการที่สาม จากสถานการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ใดสามารถคาดการณ์ได้ว่าความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ถึงแม้ความขัดแย้งจบลง แต่ต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าที่การผลิตและการส่งออกน้ำมัน รวมถึงก๊าซธรรมชาติจากแหล่งดังกล่าวจะกลับสู่สถานะเดิม และอาจเป็นไปได้ที่จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ดังนั้น หากประเทศไทยยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศถึงครึ่งหนึ่งเหมือนเช่นที่ผ่านมา ก็จะต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องนี้ต่อไป

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทั้งหมดนี้ กล่าวได้ว่าวิกฤตครั้งนี้ เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตหลายระลอก ที่ต้องรับมืออย่างเร่งด่วนและเป็นปราการสำคัญในการรับมือกับวิกฤตในระลอกถัดไป จึงมีความจำเป็นต้องตรา พ.ร.ก. มีความจำเป็นเร่งด่วน

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ภายใต้กรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีและเครื่องมือทางการคลังที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่สามารถรองรับความจำเป็นได้อย่างเพียงพอและทันท่วงที เนื่องจากแหล่งเงินงบประมาณที่นำมาใช้แก้ไขปัญหาดังกล่าวมีข้อจำกัด หากจะใช้กระบวนการงบประมาณปกติ ไม่สามารถดำเนินการได้ทันต่อสถานการณ์ที่มีความเร่งด่วนและไม่แน่นอนสูง รวมถึงงบประมาณที่มีอยู่มีไม่เพียงพอต่อขนาดของผลกระทบ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งบกลางเงินสำรองจ่ายเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินหรือจำเป็น เราตั้งกรอบไว้ที่ 99,000 ล้านบาท ที่ผ่านมา ครม. ได้มีการเห็นชอบให้มีการใช้งบดังกล่าวในการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรงหลายพื้นที่ รวมทั้งสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ค่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงของรัฐ ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 มีไม่เพียงพอกับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากวิกฤติพลังงาน ประกอบกับปัจจุบันมีความต้องการใช้จ่ายเรื่องเร่งด่วนเพิ่มเติม จำนวน 140,000 ล้านบาท และแม้งบกลางที่เหลืออยู่ เมื่อรวมกับทุนสำรองจ่ายตามมาตรา 45 แห่ง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ จำนวน 50,000 ล้านบาท ก็ยังมีจำนวนไม่เพียงพอกับภาระค่าใช้จ่าย ประกอบกับ พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่ายฯ มีระยะเวลาในการดำเนินการซึ่งอาจทันต่อการแก้ไขวิกฤติดังกล่าว

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในปี 2569 มีกระบวนการและระยะเวลาดำเนินการไม่ต่ำกว่า 2 เดือน และตามกฎหมายการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คงเหลือกรอบวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพียง 17,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการทางการคลังรูปแบบอื่นแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างครบถ้วน และหากไม่ดำเนินการในช่วงนี้อาจจะเกิดวิกฤติยืดเยื้อ หรือเพิ่มความเสี่ยงเชิงเศรษฐกิจในระยะถัดไป จึงมีความจำเป็นต้องตรา พ.ร.ก. ฉบับนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่ผลิตได้ในประเทศให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากประเทศอื่นให้มากที่สุด ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างดังกล่าว เพราะทิศทางการพัฒนาของโลกมุ่งจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไปสู่พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือกมากขึ้นเนื่องจากภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ การตรา พ.ร.ก. นี้ เป็นไปตามเป้าหมายวัตถุประสงค์ 2 ประการ 1. ช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง 2. ลดการใช้พลังงานฟอสซิลให้เร็วที่สุดและมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่ผลิตได้ในประเทศ โดยใช้ 3 วิธีการ คือ 1. การใช้ความช่วยเหลือในการลดภาระค่าใช้จ่ายในการครองชีพและการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ 2. การสนับสนุนให้ภาครัฐ เอกชนชุมชนและภาคประชาชนทั่วไป เปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่ผลิตได้ในประเทศให้มากที่สุดและเร็วที่สุด 3. การพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ

นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามทุกวิถีทางในการจัดหาแหล่งเงินภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันแต่เนื่องจากแหล่งเงินดังกล่าวมีไม่เพียงพอทันกับสถานการณ์ประกอบกับวิกฤตครั้งนี้ใหญ่มาก รัฐบาลคาดการณ์ว่าต้องใช้เงินแก้ปัญหาประมาณ 400,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถใช้วิธีการปกติได้ โดยการกู้เงินนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สภาแห่งนี้และประชาชนมีความมั่นใจในการบริหารหนี้สาธารณะของรัฐบาล ตนขอเรียนเพิ่มเติมว่าการกู้เงินของรัฐบาล ภายใต้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ และเมื่อรวมกับการกู้เงินกรณีอื่น จะไม่กระทบต่อกรอบการบริหารหนี้สาธารณะ ตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ กระทรวงการคลังได้มีการวางแผนการชำระหนี้อย่างเป็นระบบเพื่อกระจายความเสี่ยงและดูแลต้นทุนในระดับที่เหมาะสม รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และเพื่อให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญยิ่งในการกำหนดกระบวนการกลั่นกรองโครงการผ่าน กลไกของคณะกรรมการกลั่นกรองใช้จ่ายเงินกู้ ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และอยู่ภายใต้แผนงานที่กำหนดตามบัญชีท้าย พ.ร.ก. เท่านั้น ต้องมีการกลั่นกรองความคุ้มค่า

และเหมาะสม ตลอดจนความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้ไม่เกิดความซ้ำซ้อนกับเงินงบประมาณ

“พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ตามลำดับขั้นตอน ตามกฏหมายที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐบาลจึงต้องขอนำเสนอ พ.ร.ก. ดังกล่าวมายังวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภาได้กรุณาพิจารณา และหากไม่มีปัญหาใดๆ ก็ขอความกรุณาให้ท่านได้ลงมติเพื่อให้ พ.ร.ก.นี้มีผลบังคับใช้ต่อไปตามเจตนารมย์ของรัฐบาลที่มุ่งมั่นจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาด้านพลังงานและปัญหาคุณภาพชีวิต สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม บางช่วงนายกรัฐมนตรีได้เสียงแหบ และจิบน้ำเป็นระยะ โดยระบุว่า “ผมต้องกราบขออภัยจริงๆ เพราะพยายามจะรักษาอาการป่วยของหลอดลม แต่ยังไม่ทัน เมื่อคืนก็ให้หมอดริปยาแล้ว ดีขึ้น แต่เนื่องจากเรื่องนี้มีความจำเป็นและเป็นการแสดงเจตนารมย์ของรัฐบาลที่ต้องให้เกียรติต่อวุฒิสภา จึงตัดสินใจที่มาขอแถลงด้วยตัวเอง”

Advertisement

แชร์
นายกฯ แจงสว.จำเป็นกู้ 4 แสนล้าน รับวิกฤตพลังงานยันไม่กระทบวินัยการคลัง