
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Alphabet บริษัทแม่ของ Google ได้ประกาศขายตราสารหนี้อายุยาวถึง 100 ปีเพื่อระดมทุน กลายเป็นข่าวฮือฮาในตลาดการเงินทั่วโลก ไม่ใช่เพราะขนาดของเม็ดเงินจากดีลนี้ แต่เพราะอายุของตราสารที่ยาวผิดปกติ ราวกับเป็นการมองอนาคตล่วงหน้าไปว่า ในอีก 100 ปีข้างหน้า Alphabet จะยังคงเป็นบริษัทที่ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว เปลี่ยนแรง และคาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
ในมุมของนักลงทุน การตัดสินใจเข้าซื้อบอนด์นี้จึงไม่ต่างจากการวางเดิมพันว่าในปี 2126 Alphabet จะยังอยู่ยงคงกระพัน ไม่ลมหายตายจากไปแบบยักษ์ใหญ่เทคโนโลยียุคก่อนหน้า แต่จะยังปรับตัว เปลี่ยนรูป และรักษาบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลต่อไปได้
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นไปอีกคือ Alphabet ไม่ได้อยู่ในภาวะที่ต้องการเงินสดเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นี่คือหนึ่งในบริษัทที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ทั้งฐานะการเงิน กระแสเงินสด และอำนาจต่อรองทางธุรกิจ การออกบอนด์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพราะความจำเป็นด้านสภาพคล่อง แต่เป็นการเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินในเชิงยุทธศาสตร์มากกว่า
ในบทความนี้ SPOTLIGHT จึงอยากชวนผู้อ่านมาทำความรู้จักตราสารหนี้อายุ 100 ปีของ Alphabet ให้ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่ตราสารนี้คืออะไร Alphabet ระดมทุนไปเพื่ออะไร ไปจนถึงคำถามใหญ่ที่นักลงทุนจำนวนไม่น้อยกำลังคิดอยู่เหมือนกันว่า ตราสารหนี้ชุดนี้มีโอกาสอยู่รอดไปครบ 100 ปีจริงหรือไม่
พันธบัตรอายุ 100 ปี หรือที่เรียกกันว่า Century Bond ถือเป็นหนึ่งในตราสารที่พบได้ยากมากในโลกการเงิน ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถออกตราสารซึ่งมีอายุยาวขนาดนี้ได้ เนื่องจากนักลงทุนที่เข้าซื้อจะต้องถือครองยาวนานถึง 100 ปีจึงจะได้รับเงินต้นคืน ทำให้โดยทั่วไป พันธบัตรลักษณะนี้มักถูกสงวนไว้ให้กับบริษัทที่นักลงทุนเชื่อว่ามีความมั่นคงสูง อยู่ได้นาน ฐานะการเงินแข็งแรง และสามารถผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกได้ในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ บริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่จึงไม่นิยมออกพันธบัตรที่มีอายุยาวมากนัก เพราะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขึ้นชื่อเรื่องความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ตราสารลักษณะนี้จึงมักถูกผูกโยงกับบริษัทยักษ์ใหญ่สายอุตสาหกรรมหรือแบรนด์บลูชิพแบบดั้งเดิมมากกว่า
ดังนั้น เมื่อ Alphabet เดินหน้าออกพันธบัตรประเภทนี้ บริษัทจึงกลายเป็นหนึ่งในผู้ออกตราสารหนี้อายุ 100 ปี ซึ่งในทางปฏิบัติที่ผ่านมามีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่ทำได้ ตัวอย่างเช่น Ford Motor Co. ที่เคยระดมทุนราว 2,500 ล้านดอลลาร์ผ่านกรีนบอนด์อายุศตวรรษในปี 2021 หรือ Motorola ซึ่งนับเป็นบริษัทใหญ่รายสุดท้ายที่ออกพันธบัตรลักษณะดังกล่าว ย้อนกลับไปถึงปี 1997
ก่อนหน้านั้น หากย้อนไปในช่วงต้นทศวรรษ 1990 บริษัทอเมริกันระดับตำนานอย่าง Walt Disney, Coca-Cola และ IBM ก็เคยออกพันธบัตรอายุ 100 ปีมาแล้ว ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวอยู่ในระดับต่ำ และนักลงทุนมีความต้องการตราสารอายุยาวสูงเป็นพิเศษ แต่หลังจากปลายทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา พันธบัตรประเภทนี้ก็ค่อย ๆ หายไปจากตลาด โดยเฉพาะในฝั่งบริษัทเทคโนโลยี
แม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีอย่าง Oracle และ Meta Platforms จะเริ่มขยับเพดานด้วยการออกพันธบัตรอายุ 40 ปี ซึ่งถือว่ายาวกว่าที่อุตสาหกรรมนี้เคยทำกันมาในอดีต แต่การขยับไปไกลถึงอายุ 100 ปีของ Alphabet ก็ยังถูกมองว่าเป็นก้าวที่ “ผิดธรรมเนียม” อย่างชัดเจนในสายตาตลาดการเงิน
รายงานของ Bloomberg ระบุว่า Alphabet กำลังเตรียมเสนอขายพันธบัตรอายุ 100 ปี ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนระดมทุนด้วยตราสารหนี้ขนาดใหญ่ ก่อนที่ Reuters จะรายงานยืนยันว่า บริษัทได้ยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว เพื่อเสนอขายพันธบัตรมูลค่ารวมราว 20,000 ล้านดอลลาร์
พันธบัตรอายุ 100 ปี ดังกล่าวจะกำหนดมูลค่าเป็นเงินปอนด์สเตอร์ลิง และคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการออกพันธบัตรแบบหลายชุด (multi-tranche) ซึ่งรวมถึงตราสารสกุลเงินปอนด์อีกอย่างน้อยสี่รุ่น สะท้อนกลยุทธ์ของ Alphabet ในการกระจายทั้งฐานนักลงทุนและแหล่งเงินทุนไปยังตลาดที่มีความลึกและความต้องการตราสารอายุยาวสูง
การระดมทุนครั้งนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของ Alphabet ซึ่งตั้งเป้าใช้งบรวมราว 185,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ โดยเม็ดเงินจำนวนมากจะถูกทุ่มให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ระบบคลาวด์ ชิปประมวลผลรุ่นถัดไป ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ต้องอาศัยพลังประมวลผลระดับสูง
ขณะเดียวกัน Alphabet กำลังเร่งอัดฉีดเงินลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคตอย่าง AI ยานยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ และควอนตัมคอมพิวติ้ง ผ่านชิป Willow รุ่นใหม่ สะท้อนทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่วางเดิมพันระยะยาวไกลกว่าธุรกิจค้นหาและโฆษณาออนไลน์ และมุ่งสู่บทบาทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของเศรษฐกิจโลก
ในมุมของตลาดทุน นักวิเคราะห์มองว่าการเลือกออกพันธบัตรอายุ 100 ปีในสกุลเงินปอนด์เป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับโครงสร้างนักลงทุนของสหราชอาณาจักร ซึ่งมีฐานบริษัทประกันชีวิตและกองทุนบำเหน็จบำนาญขนาดใหญ่ที่คุ้นเคยกับตราสารอายุยาว
นักลงทุนกลุ่มนี้ต้องการสินทรัพย์ที่มีอายุสอดคล้องกับภาระผูกพันระยะยาวหลายทศวรรษ และมักถือพันธบัตรจนถึงวันครบกำหนด ส่งผลให้ตราสารลักษณะนี้มีสภาพคล่องในตลาดรองจำกัด แต่มีเสถียรภาพในเชิงโครงสร้างสูง
แม้ความต้องการซื้อพันธบัตรของ Alphabet ในรอบนี้จะร้อนแรงอย่างมาก โดยมีรายงานว่า ได้รับคำสั่งซื้อรวมทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมบอนด์หลายสกุลเงินและหลายช่วงอายุ แต่ประวัติศาสตร์ของตลาดทุนก็สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า ความยั่งยืนของบริษัทไม่เคยเป็นสิ่งที่รับประกันได้ แม้สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดในยุคของตนเองก็ตาม
ตัวอย่างในอดีตชี้ให้เห็นความเสี่ยงดังกล่าวอย่างชัดเจน ยักษ์ใหญ่อย่าง Coca-Cola เคยเผชิญช่วงที่มูลค่าตลาดของบริษัทแทบไม่เติบโต หลังจากออกพันธบัตรอายุ 100 ปี ในทศวรรษ 1990 ขณะที่ IBM ต้องเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี จนความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมค่อย ๆ ถูกลดทอนลง
ส่วนกรณีของ Motorola ถือเป็นบทเรียนที่เด่นชัดยิ่งกว่า โดยแม้ Motorola จะเป็นหนึ่งใน 25 บริษัทสหรัฐที่มีมูลค่าตลาดและรายได้สูงสุดในวันที่ออกพันธบัตรอายุ 100 ปีเมื่อปี 1997 แต่ปัจจุบันสถานะของบริษัทกลับถดถอยลงอย่างมาก ดังที่นักลงทุนชื่อดัง ไมเคิล เบอร์รี เคยชี้ว่า วันนี้ Motorola อยู่เพียงอันดับที่ 232 ตามมูลค่าตลาด และมียอดขายราว 11,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า Alphabet มีคุณลักษณะที่แตกต่างจากยักษ์ใหญ่ในอดีต และมีศักยภาพพอที่จะออกตราสารอายุ 100 ปีได้ โดยแนนซี เทงเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Laffer Tengler Investments ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในปัจจุบันมีเงินสดสำรองมหาศาล และไม่ได้วางเดิมพันเพียง AI เท่านั้น แต่ยังกระจายการลงทุนไปยังหุ่นยนต์ อวกาศ ควอนตัม และนิวเคลียร์ ทำให้มีธุรกิจหลากหลาย ไม่ล้มหายตายจากไปง่ายๆ
ด้านบรูโน ชเนลเลอร์ หุ้นส่วนผู้จัดการของ Erlen Capital Management มองว่า ด้วยงบดุล ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด และการเข้าถึงตลาดทุน Alphabet เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับการออกตราสารหนี้อายุยาวระดับ 100 ปีแบบนี้ได้
นอกจากนี้ ในมุมมองของนักวิเคราะห์ตลาดทุน การที่นักลงทุนยอมล็อกเงินทุนไว้กับบริษัทเทคโนโลยีเป็นเวลานานถึง 100 ปี สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการรับรู้ จากเดิมที่เทคโนโลยีถูกมองว่าเป็นธุรกิจเชิงวัฏจักรและเสี่ยงต่อการถูกดิสรัปต์ กลับกลายเป็นว่าบริษัทเทคโนโลยีระดับไฮเปอร์สเกลในปัจจุบันถูกมองว่าเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ระบบเศรษฐกิจโลกไม่สามารถขาดได้
ท้ายที่สุดแล้ว แม้จะไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่า Alphabet จะยืนหยัดยาวนานถึง 100 ปีหรือไม่ พันธบัตรอายุศตวรรษที่บริษัทเตรียมออกสะท้อนถึงการเดิมพันร่วมกันระหว่าง Alphabet กับนักลงทุน ว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายนี้จะสามารถรักษาบทบาทในฐานะแกนกลางของเศรษฐกิจดิจิทัลโลกไว้ได้ยาวนานเพียงใด ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ทอดยาวไปตลอดอีกหนึ่งศตวรรษ
อ้างอิง: CNN, TradingView