สลด! เด็กหญิงวัย 13 ปี ถูกนายจ้างล่อลวง ให้เอเย่นต์ค้ายาข่มขืนแลกหนี้

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ชุดป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) กรมสอบสวนกลาง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเด็กหญิงชาวลาววัย 13 ปี ถูกลูกชายนายจ้างล่อลวงไปให้เพื่อน ซึ่งเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้าข่มขืนกลางสวนยางพารา เพื่อแลกกับค่ายาเสพติดที่ติดค้างอยู่จำนวน 1 แสนบาท

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณสวนยางพารา ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ

วันนี้ (8 ก.พ.) นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการช่วยเหลือเด็กหญิงชาวลาว วัย 13 ปี พร้อมมารดา และน้องสาววัย 1 ขวบ ออกมาจากบ้านของชาวบ้านรายหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ทุ่งยาว อ.ปะเหลียน จ ตรัง หลังจากได้รับการแจ้งประสานขอความช่วยเหลือ ด.ญ.บี (นามสมมติ)  ซึ่งได้ติดตามพ่อ-แม่ มาทำงานรับจ้าง อยู่ภายในแปลงเพาะพันธุ์กล้ายางของนายจ้าง ในพื้นที่ อ.ปะเหลียน

แต่ได้ถูกลูกชายของนายจ้าง ล่อลวงนำไปขายตัวให้กับเอเย่นต์ค้ายารายหนึ่งในพื้นที่ เพื่อแลกกับหนี้ค่ายาเสพติดที่ค้างอยู่ จำนวน 1 แสนบาท โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา

เด็กหญิงชาวลาว วัย 13 ปี ผู้เสียหาย

แต่ครอบครัวได้พาไปแจ้งความในวันที่ 19 ม.ค.ที่ สภ.ปะเหลียน แต่คดีไม่มีความคืบหน้า ขณะที่พ่อและแม่ของเด็กหญิงรายดังกล่าว ต้องลาออกจากงานและไม่มีเงินติดตัว ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ จึงต้องเร่ร่อน โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ทราบข่าวและสงสาร ให้ความช่วยเหลือต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ เปลี่ยนที่นอนทุกคืน เนื่องจากถูกข่มขู่ และกลัวอิทธิพล ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ด.ญ.เอ พร้อมมารดา และน้องสาววัย 1ขวบ ไปพักพิงอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตรัง

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) กรมสอบสวนกลาง นำโดย ร.ต.อ.บุญยืน ทวนทอง รองสารวัตรปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม) ได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ที่หมู่ 5 ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง  ซึ่งเป็นบ้านนายจ้างของครอบครัวชาวลาวดังกล่าว

เจ้าหน้าที่เดินทางไปที่บ้านนายเบส

เจ้าหน้าที่ได้พบกับ นายวิชาญ และนางสงวนศรี (สงวนนามสกุล) เจ้าของบ้าน พร้อมญาติๆ และ นายเบส (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ลูกชาย ซึ่งถูกเด็กหญิงชาวลาวซึ่งเป็นผู้เสียหายให้การว่า เป็นผู้ล่อลวงตนเองไปให้ นายเบิร์ด (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ซึ่งจากข้อมูลเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้า ข่มขืน กลางสวนยางพารา ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง

จากการให้การของผู้เสียหาย ในวันที่เกิดเหตุมี นายเบิร์ด พร้อมด้วย บังมัด และ น.ส.นิ่ม อยู่ภายในสวนยางพาราด้วย และกำลังเสพยาเสพติด จากนั้นนายเบส ก็ได้ร่วมเสพยาด้วย หลังเกิดเหตุนายเบส ก็ได้พา ด.ญ.บี ไปนอนค้างที่บ้านของตน

นายเบส ให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านนายเบส ผู้ถูกกล่าวหา เล่าว่า ในวันเกิดเหตุตนได้ขอให้ ด.ญ.บี ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งที่เกิดเหตุ  แต่เมื่อไปถึงตนได้บอกให้กลับ แต่ ด.ญ.เอ ไม่ยอมกลับ และด.ญ.บี ยังติดยาเสพติดด้วย และวันเกิดเหตุก็ร่วมเสพยาด้วย ทั้งที่ตนเองได้ห้ามแล้ว

และตนรู้ว่า ด.ญ.บี ชอบตน จึงบอกไปว่า ไม่อยากให้มาชอบตน อยากให้น้องเจอกับคนที่ดีกว่า หลังจากนั้น ด.ญ.บี กับนายเบิร์ท ก็มีอะไรกันในรถยนต์กระบะของนายเบิร์ด โดยที่ตนเองไม่ได้บังคับ ขู่เข็ญ และไม่ได้ล่อลวงมาให้นายเบิร์ดข่มขืน เพื่อชดใช้ค่ายาบ้าแต่อย่างใด

เพราะตนเองไม่ได้เป็นหนี้ยาบ้านายเบิร์ด และตนไม่ได้เสพยาแล้ว หยุดไปนานแล้ว แต่เป็นความสมัครใจของ ด.ญ.บี ซึ่งตนก็ไม่สามารถจะห้ามได้ จากนั้นตนได้ให้ น.ส.นิ่ม ขับรถจักรยานยนต์ไปส่ง ด.ญ.บี ที่บ้านพักคนงาน แต่ก็ไม่ยอมกลับ บอกว่าจะขอไปค้างกับตนที่บ้าน ตนจึงพาไปค้างที่บ้านเพราะไม่อยากให้ ด.ญ.บี นอนที่หน้าบ้านคนเดียว

หลังจากที่เด็กหญิงและครอบครัวไปแจ้งความ ตนให้แม่กับพ่อพาไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปากคำ และแสดงความบริสุทธิ์ใจแล้ว จึงอยากจะเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ตนเองและครอบครัว เพราะตนไม่ได้กระทำผิด

ขณะที่ พ.ต.อ.ทรงเกียรติ ทองสง ผกก.สภ.ปะเหลียน กล่าวว่า ขณะนี้ความคืบหน้าของคดีทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อม และเตรียมจะออกหมายจับผู้ต้องหาในวันพรุ่งนี้ (9ก.พ.) ส่วนการสอบปากคำเด็กหญิงผู้เสียหาย ต้องมีสหวิชาชีพเข้าร่วมในการสอบสวน และพร้อมออกหมายจับผู้กระทำความผิดแล้ว

ส่วนพยานหลักฐานสำคัญคือใบรับรองแพทย์นั้น คาดว่าพรุ่งนี้คงได้รับหากพบว่าได้กระทำความผิดจริง จะต้องตั้งข้อหา พรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเรา เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี เด็กหญิงที่ไม่ใช่ภรรยาตน โดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ก็ส่วนคดีการค้ามนุษย์นั้นยังไปไม่ถึง ต้องมีการสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามเนื่องจากคดีดังกล่าวผู้เสียหายเป็นคนต่างชาติ จึงต้องรายงานไปยังสถานทูตตามลำดับ

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สำหรับนายเบส เคยสอบติดโรงเรียนพลตำรวจ ที่จังหวัดยะลา แต่อบรมไปได้ประมาณ 8 เดือน ก็ถูกไล่ออกเนื่องจากมีพฤติกรรมเสพ และจำหน่ายยาเสพติดให้กับกำลังพลในโรงเรียน

ส่วน นายเบิร์ด มีอาชีพเปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ ต.ทุ่งยาว อ.ปะเหลียน มีพฤติกรรมค้ายาบ้า และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นบัญชี และถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง และได้รับการประกันตัวออกมา แต่หลังก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงชาวลาว ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำนวน 80 เม็ด ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดตรัง

 

keyboard_arrow_up