หนุ่มเป็นสายให้ตำรวจถูกยิงตาย แฟนเผยเบอร์ปริศนาโทรมา หลังฆ่าเสร็จข้อมูลโดนลบ (คลิป)

กรณีมือปืนโหดจ่อยิงนายสุชาติ มีสิน อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคนสวนอยู่ที่สถานีตำรวจทางหลวงตรัง ในพื้นที่บ้านไสกล้วย ม.5 ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นอนเสียชีวิตหน้าบ้าน สภาพศพนอนหงายไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาวยาวสีดำ และจากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน 9 มม. จำนวน 1 ปลอก และปลอกกระสุนขนาด .38 จำนวน 5 ปลอก ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่บริเวณศีรษะจำนวน 2 นัด และลำตัว 4 นัด

ภาพจำลองเหตุการณ์

วันที่ 21 พ.ค. 62 นางสาวปาล์ม (นามสมมติ) อายุ 27 ปี เพื่อนบ้านผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร เล่าเหตุการณ์ว่า ในวันเกิดเหตุตนเองได้ยินเสียงคล้ายกับคนจุดประทัดดังขึ้นประมาณ 6 นัด เนื่องจากแรงงานชาวเมียนมาในละแวกนี้ชอบจุดประทัดเล่น จึงไม่ได้ออกจากบ้านไปดูตามต้นเสียงนั้น

นางสาวปาล์ม (นามสมมติ) เพื่อนบ้านผู้เสียชีวิต

หลังจากสิ้นเสียงปืน 6 นัด ก็ไม่พบความเคลื่อนไหวของเสียงรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ ซึ่งอาจคาดว่าคนร้ายอาจเดินเท้าเข้าไปดักรอผู้ตายภายในบ้าน หรืออาจจอดรถไว้ห่างจากบ้านหลังก่อเหตุ แล้วหลบหนี และยอมรับว่าในวันดังกล่าวแม้ว่าคนภายในบ้านยังไม่มีใครเข้านอน แต่ก็ไม่มีใครออกไปดูเหตุการณ์ และก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติหรือเสียงรถผ่านหน้าบ้าน ส่วนตัวรู้สึกเสียใจและตกใจกลัวพอสมควร อีกทั้งกังวลเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากยังจับตัวคนร้ายไม่ได้

นายสมถวิล เขตุดำ ผู้ใหญ่หมู่ 3 ต.ทุ่งค่าย

ด้านนายสมถวิล เขตุดำ อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่หมู่ 3 ต.ทุ่งค่าย เล่าว่า ส่วนตัวค่อนข้างสนิทกับผู้ตาย  ในวันเกิดเหตุเวลา 19.30 น. ผู้ตายก็เข้ามาทำกับข้าวกินที่บ้านตนตามปกติ จากนั้นในระหว่างที่กินข้าว ได้มีสายโทรศัพท์เข้ามาหา โดยผู้ตายพูดว่า “เดี๋ยวไป เดี๋ยวไป” จากนั้นก็ลุกจากโต๊ะและขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป โดยยังมีการคุยโทรศัพท์ไปตลอดทาง ตัวเองไม่รู้ว่าปลายสายคือใคร เพราะโทรศัพท์ไม่แสดงชื่อ แต่ขณะที่ขี่รถออกไปยอมรับว่าเขามีสีหน้าเคร่งเครียด โดยปกติหากภรรยาโทรศัพท์มา ผู้ตายมักจะอ้างว่าเดี๋ยวกลับ อยู่บ้านผู้ใหญ่ ซึ่งต่างจากครั้งนี้อย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ตนเองยังได้รับข้อมูลจากเพื่อนสนิทของผู้ตาย ว่าในระยะ 1-2 วันก่อนเกิดเหตุ มักมีโทรศัพท์สายแปลกโทรเข้ามา 3-4 ครั้ง และผู้ตายมักมีอาการไม่ต่างจากที่ตนเห็น แต่จะเป็นเรื่องของหนี้นอกระบบหรือไม่นั้น ส่วนตัวเชื่อว่าไม่ใช่ เพราะเจ้าตัวเป็นคนไม่มีหนี้สิน และไม่ชอบเป็นหนี้ใคร ขณะที่ปมยาเสพติด ยอมรับว่าผู้ตายได้ห่างกับยาเสพติดมานานกว่า 4-5 ปี และไม่ได้หันกลับไปใช้ยาเสพติดอีก ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงที่เล่นยาเสพติด ก็มักมีอาการหลอนและถึงขั้นเสียสติ สุดท้ายก็กลับคืนสู่สังคมได้ โดยหันกลับมาทำงานอาชีพสุจริต

นางสาวกิ๊บ (นามสมมติ) แฟนใหม่ของผู้ตาย

ขณะที่นางสาวกิ๊ฟ (นามสมมติ) แฟนใหม่ของผู้ตาย เชื่อว่าสายโทรศัพท์ปริศนานั้นจะเป็นสายที่โทรเรียกให้ผู้ตายออกไปเจอ แต่หลังจากที่พบศพแล้วนั้น พบว่าไม่มีข้อมูลการโทรเข้าหรือโทรออก ตนเองก็ไม่รู้ว่าทำไมข้อมูลเหล่านั้นถึงหายไป โดยขณะนี้ตำรวจกำลังมีการตรวจสอบ

นางสาวกิ๊บกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า ยังทำใจไม่ได้ ยิ่งตนเองเห็นสภาพศพของเขาแล้วยิ่งทำใจไม่ได้ แม้ว่าเพิ่งคบหากับผู้ตายได้ไม่ถึงหนึ่งปี แต่ก็เห็นถึงความดีและความตั้งใจหลายอย่าง ซึ่งคนร้ายที่มาก่อเหตุแบบนี้โหดเหี้ยมเกินไป

keyboard_arrow_up