Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ใครบ้างลงทุนใน SpaceX ก่อนดัง กำไรกี่เท่า เมื่อ บ.มูลค่า $1.8 ล้านล้าน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ใครบ้างลงทุนใน SpaceX ก่อนดัง กำไรกี่เท่า เมื่อ บ.มูลค่า $1.8 ล้านล้าน

12 มิ.ย. 69
17:05 น.
แชร์

หุ้นสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ที่เสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) และเข้าเทรดในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนทั่วโลก มีรายงานว่านักลงทุนรายย่อยส่งคำสั่งจองซื้อหุ้น IPO รวมกันเป็นมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเกินกว่ามูลค่าการระดมทุนรวมประมาณ 75,000 ล้านดอลลาร์ไปมาก

ท่ามกลางความตื่นตัวของนักลงทุนหน้าใหม่ที่อยากครอบครองหุ้น SpaceX สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ นักลงทุนยุคแรกที่เข้าลงทุนใน SpaceX ตั้งแต่วันที่ SpaceX ยังเป็นเพียงสตาร์ทอัพด้านอวกาศที่หลายคนยังไม่แน่ใจว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน

ตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา บริษัท SpaceX ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) เปิดให้คนภายนอกเข้าถึงหุ้นได้จำกัดมาก ต่างจากสตาร์ทอัพทั่วไปที่ระดมทุนในวงกว้าง มีนักลงทุนชั้นนำของโลกเพียงจำนวนน้อยที่ได้ซื้อหุ้นใน SpaceX และกลายเจ้าของ ‘ของหายาก’ ในวันนี้

เมื่อ SpaceX ถูกประเมินมูลค่าบริษัทไว้สูงถึงประมาณ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ในวันนี้ นักลงทุนกลุ่มแรก ๆ เหล่านั้นกำลังจะได้ผลตอบแทนระดับประวัติศาสตร์ของวงการ venture capital นักลงทุนบางรายลงทุนหลักร้อยล้านดอลลาร์ แต่วันนี้ถือหุ้นที่ถืออยู่เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์

SPOTLIGHT ชวนมาดูกันว่า ใครบ้างคือกลุ่มนักลงทุนที่กล้าเดิมพันกับ SpaceX ตั้งแต่ยุคแรก ๆ พวกเขาลงทุนไปเท่าไหร่ และได้กำไรมากแค่ไหนในมูลค่าปัจจุบัน

Founders Fund ลงทุนตั้งแต่ปี 2008 กำไร 82 เท่า

ถ้าพูดนักลงทุนที่ถูกมองว่า เชื่อใน SpaceX ก่อนคนอื่นจริง ๆ ชื่อของ Founders Fund มักถูกพูดถึงเป็นอันดับแรก

กองทุนของ ปีเตอร์ ทีล (Peter Thiel) ลงทุนใน SpaceX ครั้งแรกในปี 2008 ด้วยเงินเพียง 20 ล้านดอลลาร์ ก่อนทยอยลงทุนเพิ่มต่อเนื่องอีกหลายรอบ รวมเงินลงทุน 600 ล้านดอลลาร์

วันนี้ Founders Fund ถือหุ้นราว 3% ของ SpaceX ซึ่งหากอิงมูลค่า IPO หุ้นที่ Founders Fund ถืออยู่จะมีมูลค่าประมาณ 50,000-60,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นกำไรประมาณ 82 เท่า

น่าสนใจว่า สกอตต์ โนแลน (Scott Nolan) ซึ่งเคยเป็นพนักงานยุคแรกของ SpaceX และปัจจุบันเป็นพาร์ตเนอร์ของ Founders Fund บอกว่า ตอนนั้นพวกเขาไม่ได้มองว่าการลงทุนนี้เสี่ยงเกินไปแต่อย่างใด เพราะจากการทดสอบจรวดในช่วงแรก ทีมงานเชื่อว่า SpaceX มีศักยภาพมากพอ เหลือเพียงเรื่อง ‘เงินทุน’ เพื่อให้การปล่อยจรวดครั้งถัดไปสำเร็จ

นอกจากนั้น Founders Fund ยังลงทุนในหลาย chapter ของ SpaceX ก่อนที่ตลาดจะเชื่อว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นจริง เช่น ก่อนธุรกิจปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์จะเป็นอุตสาหกรรม ก่อนเทคโนโลยีจรวด reusable จะพิสูจน์ได้ และก่อน Starlink หรืออินเทอร์เน็ตดาวเทียมจะเป็นธุรกิจจริง

สกอตต์ โนแลน บอกว่า บทเรียนสำคัญจาก SpaceX คือ “บริษัทที่ประสบความสำเร็จจริง มักใหญ่กว่าที่เราคิดได้มาก”

Fidelity เข้าปี 2015 ตั้งแต่มูลค่า 10,000 ล้านเหรียญ

ผู้จัดการสินทรัพย์แบบดั้งเดิมที่ได้ผลตอบแทนจาก SpaceX มากที่สุด คือ Fidelity Investments ที่เริ่มซื้อหุ้น SpaceX ตั้งแต่ปี 2015 โดยแกวิน เบเคอร์ (Gavin Baker) อดีตผู้จัดการพอร์ต ในช่วงที่บริษัทมีมูลค่าราว 10,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

ปัจจุบัน SpaceX เป็นหนึ่งในหุ้นสำคัญของหลายกองทุนขนาดยักษ์ของ Fidelity เช่น

  • 4.7% ของ Fidelity Contrafund
  • 3.3% ของ Fidelity Blue Chip Growth Fund
  • 2.6% ของ Fidelity Growth Company Fund

Google ลงทุนปี 2015 กำไรเกือบ 100 เท่า

บิ๊กเนมแห่งวงการเทคอย่าง Google เป็นหนึ่งในเจ้าของ SpaceX โดย Google เข้าลงทุนใน SpaceX ด้วยเงิน 900 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ปี 2015 (ดีล Series F) พร้อมกับ Fidelity Investments

เอกสารของ SpaceX ระบุว่า Google เคยถือหุ้น SpaceX อยู่ 6.11% ณ สิ้นปี 2025 นับเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท และหากอิงมูลค่า IPO ที่ SpaceX ตั้งเป้าไว้ประมาณ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ หุ้นสัดส่วนดังกล่าวจะมีมูลค่าราว 109,980 ล้านดอลลาร์

แต่ Bloomberg คำนวณว่า สัดส่วนของ Google น่าจะลดลงเหลือประมาณ 5% หลัง SpaceX ควบรวมกับ xAI ในปี 2026 คำนวณตามสัดส่วนนี้ หมายความว่า หุ้น SpaceX ที่ Google ถืออยู่ มีมูลค่า 90,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นเพิ่มขึ้น 99 เท่าของเงินลงทุนเมื่อปี 2015

รอน บารอน เข้าปี 2017 กำไร 6 เท่า

หนึ่งในคนที่ได้ผลตอบแทนมหาศาล คือ รอน บารอน (Ron Baron) นักลงทุนสายหุ้นเติบโตชื่อดัง ที่ลงทุนผ่านกองทุน Baron Partners Fund และกองทุน Baron Asset Fund

บารอนเริ่มลงทุนใน SpaceX ตั้งแต่ปี 2017 ผ่านการซื้อหุ้นจากพนักงาน ในช่วงที่บริษัทมีมูลค่าไม่ถึง 22,000 ล้านดอลลาร์ และหลังจากนั้นก็เข้าร่วมเพิ่มทุนอีกถึง 27 รอบ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทของเขาลงทุนรวมประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์ แต่ปัจจุบันมูลค่าหุ้น SpaceX ที่ถืออยู่เพิ่มขึ้นเป็นราว 12,000 ล้านดอลลาร์แล้ว หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6 เท่า และ SpaceX ยังกลายเป็น ‘หัวใจสำคัญ’ ของกองทุนของบารอนด้วย โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2026 หุ้น SpaceX คิดเป็น 33% ของสินทรัพย์ในกองทุน Baron Partners Fund และ 25.5% ของสินทรัพย์ในกองทุน Baron Asset Fund

บารอนมีความเชื่อมั่นต่อ SpaceX อย่างมาก เห็นได้จากที่เขากล่าวว่า เขาเชื่อว่า SpaceX อาจกลายเป็นบริษัทที่ใหญ่และทำกำไรมากที่สุดในโลก

เคที วูด มอง SpaceX เป็นมากกว่าบริษัทจรวด

เคที วูด (Cathie Wood) แห่ง Ark Invest เป็นอีกคนที่ได้กำไรจากการเติบโตของ SpaceX แต่อาจจะไม่ใช่นักลงทุนกลุ่มแรก ๆ เพราะ Ark Invest เริ่มลงทุนใน SpaceX ในปี 2023 ช่วงที่ SpaceX มีมูลค่าราว 350,000 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน SpaceX เป็นสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดใน Ark Venture Fund คิดเป็น 11.4% ของมูลค่ากองทุน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เคที วูด และ Ark ไม่ได้มอง SpaceX แค่บริษัทปล่อยจรวด แต่มองว่า SpaceX กำลังสร้าง ‘โครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจร’ ผ่านทั้ง Starship, Starlink รวมถึงการผนวก xAI เข้าไว้ในระบบเดียวกัน

Ark มองว่า SpaceX เป็นจุดตัดของหลายเทรนด์ใหญ่ ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI), หุ้นยนต์ (Robotic), พลังงาน และเศรษฐกิจอวกาศ

อีกประเด็นที่ เคที วูด ให้ความสำคัญ คือ Starship เพราะเธอมองว่า หากระบบจรวดรุ่นใหม่นี้ใช้งานได้เต็มรูปแบบ มันอาจเปิดตลาดธุรกิจอวกาศใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนั้นยังมองว่า แม้วันนี้ SpaceX จะมีมูลค่ามหาศาลแล้ว แต่ก็ยัง ‘อยู่ในช่วงต้นของการสร้างมูลค่า’ เท่านั้น

หลาย VC กำลังได้ผลตอบแทนระดับตำนาน

ยังมีกองทุน VC และเฮดจ์ฟันด์อีกหลายรายที่ลงทุนใน SpaceX มาก่อน และกำลังได้กำไรมหาศาลระดับประวัติศาสตร์ของวงการ

Andreessen Horowitz (a16z) คาดว่ามูลค่าหุ้น SpaceX ที่ถืออยู่จะมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ และอาจเป็นการลงทุนที่ทำกำไรสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

Sequoia Capital เริ่มลงทุนปลายปี 2019 ปัจจุบันถือหุ้นประมาณ 1.5% มูลค่ากว่า 20,000 ล้านดอลลาร์

Sequoia ลงทุนรวมประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึงเงินบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับดีล X (Twitter เดิม) หลังอีลอน มัสก์ ซื้อกิจการในปี 2022

Valor Equity Partners กองทุนของ อันโตนิโอ กราเซียส (Antonio Gracias) พันธมิตรใกล้ชิดของอีลอน มัสก์ ถือหุ้นราว 4% ซึ่งปัจจุบันอาจมีมูลค่าเกือบ 70,000 ล้านดอลลาร์

DFJ Growth ลงทุนในหลายบริษัทของ อีลอน มัสก์ และลงทุนใน SpaceX มากกว่า 800 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันถือหุ้นอย่างน้อย 2% คิดเป็นมูลค่าราว 35,000 ล้านดอลลาร์

137 Ventures เป็นอีกหนึ่งนักลงทุนยุคแรกที่ถือหุ้นประมาณ 1% ของหุ้นทั้งหมด

มหาฯ ลัยและกองทุนบำนาญก็ลงทุนใน SpaceX

Ontario Teachers’ Pension Plan กองทุนบำนาญครูรัฐออนแทรีโอของแคนาดา ก็ลงทุนใน SpaceX มากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ ในปี 2019 โดยมองว่า SpaceX มีศักยภาพทั้งด้านจรวดและอินเทอร์เน็ตดาวเทียม

ขณะที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เซนต์หลุยส์ (Washington University in St. Louis) ลงทุนใน SpaceX ราว 50 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เกือบ 10 ปีก่อน ส่งผลให้ปัจจุบันหุ้น SpaceX เป็นสินทรัพย์ที่มีสัดส่วนมากกว่า 10% ของกองทุน Endowment ของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีมูลค่ากองทุนรวม 17,000 ล้านดอลลาร์

ความพิเศษของ SpaceX คือ เข้าลงทุนยาก

เกร็ก มาร์ติน (Greg Martin) จาก Rainmaker Securities อธิบายว่า ความพิเศษของ SpaceX ไม่ได้อยู่แค่การเติบโตของธุรกิจ แต่อยู่ที่ “ความยากในการเข้าถึง”

มาร์ตินบอกว่า SpaceX คุม cap table หรือโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างเข้มงวดว่าใครจะสามารถลงทุนในบริษัทได้ ต่างจากสตาร์ทอัพทั่วไปที่เปิดรับนักลงทุนจำนวนมาก ส่งผลให้นักลงทุนที่ได้เข้าไปลงทุนตั้งแต่แรก ๆ มักได้สิทธิ์ลงทุนต่อในการระดมทุนรอบหลัง ๆ ซึ่งสถาบันส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้

พูดง่าย ๆ คือ คนที่กล้าเสี่ยงกับ อีลอน มัสก์ ตั้งแต่วันที่ยังมองเห็นอนาคตธุรกิจได้ไม่ชัดเจนนัก นอกจากจะได้กำไรจากการลงทุนรอบแรกแล้วยังได้สิทธิ์เพิ่มเงินลงทุนได้อีกมากเมื่อธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้น

“อย่าเดิมพันสวนอีลอน” บทเรียนที่นักลงทุนจำขึ้นใจ

หนึ่งในประโยคที่ถูกพูดถึงมากในช่วงการ IPO ของ SpaceX มาจาก เทร สตีเฟนส์ (Trae Stephens) พาร์ตเนอร์ของ Founders Fund ที่บอกว่า “บทเรียนสำคัญที่ทุกคนได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ คือ อย่าเดิมพันสวนอีลอน เพราะมันเป็นไอเดียที่ไม่ดี”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจ คือ นักลงทุนยุคแรกหลายรายไม่ได้เพียงเชื่อในตัว อีลอน มัสก์ แต่พวกเขามองเห็นว่าธุรกิจของ SpaceX มีอนาคต ไม่ว่าจะเป็นระบบปล่อยจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ อินเทอร์เน็ตดาวเทียม เศรษฐกิจอวกาศ หรือดาตาเซ็นเตอร์บนอวกาศที่อีลอน มัสก์ เริ่มพูดถึงในช่วงหลัง

อ้างอิง : CNBC, Bloomberg [1], Bloomberg [2], Yahoo Finance, Axios, inshorts

แชร์
ใครบ้างลงทุนใน SpaceX ก่อนดัง กำไรกี่เท่า เมื่อ บ.มูลค่า $1.8 ล้านล้าน