Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สรุป ‘พันธบัตรออมพลัส’ เริ่มต้น 100 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8% เช็กที่นี่
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สรุป ‘พันธบัตรออมพลัส’ เริ่มต้น 100 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8% เช็กที่นี่

17 ก.ค. 69
17:32 น.
แชร์

ที่ผ่านมา ประชาชนทั่วไปยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล โดยเฉพาะพันธบัตรออมทรัพย์ ซึ่งเปิดให้จองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์เป็นช่องทางหลัก

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงร่วมกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และธนาคารแห่งประเทศไทย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Bond Connect Platform เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยสามารถจองซื้อ ถือครอง และซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือบัญชีหุ้นได้เป็นครั้งแรก

กระทรวงการคลังมีแผนจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” จำนวน 2 ครั้ง วงเงินครั้งละ 4,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการจำหน่ายผ่าน 1) วอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง 2,000 ล้านบาท และ 2) ผ่าน Bond Connect Platform อีก 2,000 ล้านบาท

พันธบัตรแบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากประจำและอัตราผลตอบแทนอ้างอิง 

อย่างไรก็ตาม แม้พันธบัตรที่จำหน่ายผ่านทั้งสองช่องทางจะมีอายุและอัตราดอกเบี้ยเท่ากัน แต่ใช้รหัสพันธบัตรต่างกัน รวมถึงมีเงื่อนไขแตกต่างกันในหลายด้าน ตั้งแต่เงินลงทุนขั้นต่ำ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ซื้อ ระยะเวลาจำหน่าย วิธีชำระเงิน ไปจนถึงหลักเกณฑ์การจัดสรร

บทความนี้ SPOTLIGHT รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ตั้งแต่ลักษณะของพันธบัตรออมทรัพย์ ความแตกต่างระหว่างช่องทางจำหน่าย ตลอดจนเงื่อนไขและขั้นตอนการจองซื้อที่ผู้ลงทุนควรรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน

“ออมพลัส” เพิ่มทางเลือกออมเงิน พร้อมเชื่อมพันธบัตรเข้าสู่ตลาดทุน

พันธบัตรรัฐบาลเป็นเครื่องมือระดมทุนของภาครัฐเพื่อนำเงินไปใช้พัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันยังเป็นทางเลือกในการลงทุนที่กำหนดระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้า การพัฒนา “ออมพลัส” จึงมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายและทั่วถึงขึ้น พร้อมเพิ่มทางเลือกในการจัดสรรสินทรัพย์หรือ Asset Allocation ภายในพอร์ตลงทุน 

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า “ออมพลัส” ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ลงทุน แต่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เพราะเงินออมของประชาชนจะเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ ขณะที่ประชาชนได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล

กระทรวงการคลังนำเสนอจุดเด่นของพันธบัตรภายใต้แนวคิดประโยชน์ “พลัส” 4 ด้าน ได้แก่

  • “พลัส” ทุกเดือน โดยเปิดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและทยอยวางแผนการออมตามกำลังของตน
  • “พลัส” ผลตอบแทน ด้วยการกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่เพื่อสร้างแรงจูงใจในการออมและลงทุน โดยพันธบัตรออมพลัสทั้ง 2 รุ่นจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน และดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%
  • “พลัส” ตลาดรอง โดยพันธบัตรในช่องทาง Bond Connect มีกลไกตลาดรองรับและมีราคาซื้อขายที่สะท้อนกลไกตลาด
  • “พลัส” ช่องทางจำหน่าย โดยเพิ่มช่องทางทั้งวอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming

สำหรับการจำหน่ายผ่าน Bond Connect ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะและธนาคารแห่งประเทศไทยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมการลงทุนในตราสารหนี้เข้ากับตลาดทุน โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ออกพันธบัตรและมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่นายทะเบียน

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า Bond Connect Platform เป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยมาต่อยอด เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้สะดวกขึ้น และวางรากฐานสำหรับการพัฒนาบริการด้านตราสารหนี้ผ่านตลาดทุนในอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” หรือเส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน

ความแตกต่างสำคัญจากพันธบัตรออมทรัพย์เดิมอยู่ที่ช่องทางการจองซื้อและรูปแบบการถือครอง จากเดิมที่ประชาชนจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์หรือวอลเล็ต สบม. เป็นหลัก “ออมพลัส” เพิ่มช่องทางผ่านบริษัทหลักทรัพย์และ Streaming ทำให้ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์สามารถจอง ถือครอง และซื้อขายพันธบัตรผ่านบัญชีหุ้นได้เป็นครั้งแรก

เมื่อได้รับการจัดสรรผ่าน Bond Connect พันธบัตรจะถูกบันทึกไว้ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบไร้ใบตราสารหรือ Scripless ผู้ลงทุนจึงสามารถติดตามพันธบัตรร่วมกับสินทรัพย์อื่นในพอร์ต ส่งคำสั่งซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์เมื่อพ้นระยะเวลาถือครอง และอาจนำพันธบัตรไปใช้เป็นหลักประกันตามเงื่อนไขที่บริษัทหลักทรัพย์กำหนดในอนาคต

หากการจำหน่ายได้รับความสนใจสูง การเพิ่มวงเงินในรอบต่อไปจะขึ้นอยู่กับนโยบายและดุลยพินิจของกระทรวงการคลัง ส่วนอายุและอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรแต่ละรุ่นอาจเปลี่ยนแปลงไปตามภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ช่วงเวลาที่ออกจำหน่าย

ดร.เอกนิติระบุเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังต้องการให้พันธบัตรรัฐบาลเป็นทางเลือกการออมที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่ การเปิดจำหน่ายเป็นประจำจะช่วยให้ประชาชนทยอยวางแผนการออมตามกำลังของตน เงินที่ประชาชนนำมาลงทุนจึงมีทั้งบทบาทในการสร้างผลตอบแทนและความมั่นคงทางการเงินแก่ครัวเรือน และเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ

สองช่องทางลงทุน แยกวงเงิน-เงื่อนไข-วิธีจัดสรร

ในปีงบประมาณ 2569 กระทรวงการคลังวางแผนจำหน่ายพันธบัตร “ออมพลัส” จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 4,000 ล้านบาท หรือแบ่งเป็นวงเงินผ่านวอลเล็ต สบม. 2,000 ล้านบาท และ Bond Connect Platform 2,000 ล้านบาทต่อครั้ง

รายละเอียดของการจำหน่ายครั้งแรกมีดังนี้

รายละเอียด

วอลเล็ต สบม.

Bond Connect Platform

วงเงินจำหน่าย

2,000 ล้านบาท

2,000 ล้านบาท

เงินลงทุนขั้นต่ำ

100 บาท

1,000 บาท

รุ่นอายุ 3 ปี

RBP297A

RBP298A

ดอกเบี้ยรุ่น 3 ปี

1.80% ต่อปี

1.80% ต่อปี

รุ่นอายุ 10 ปี

RBP367A

RBP368A

ดอกเบี้ยรุ่น 10 ปี

2.80% ต่อปี

2.80% ต่อปี

ระยะเวลาจำหน่าย

31 ก.ค.-31 ส.ค. 2569

3-5 ส.ค. 2569

วิธีจัดสรร

First-Come, First-Served

Small Lot First

ช่องทางหลัก

วอลเล็ต สบม. บนแอปฯ เป๋าตัง

ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และ Streaming

รูปแบบพันธบัตร

ไร้ใบตราสาร

ไร้ใบตราสารผ่านบัญชีหลักทรัพย์

วงเงินซื้อสูงสุดต่อราย

50 ล้านบาท

ไม่จำกัด

วงเงินสูงสุดต่อรายการ

3 ล้านบาท

ไม่กำหนด

หน่วยการซื้อเพิ่ม

ครั้งละ 100 บาท

ครั้งละ 1,000 บาท

วงเงินของสองช่องทางแยกออกจากกัน ผู้ลงทุนจึงสามารถซื้อผ่านวอลเล็ต สบม. เพียงช่องทางเดียว ซื้อผ่าน Bond Connect เพียงช่องทางเดียว หรือซื้อผ่านทั้งสองช่องทางได้ตามความเหมาะสม โดยการลงทุนในช่องทางหนึ่งไม่ตัดสิทธิ์การลงทุนในอีกช่องทาง

วอลเล็ต สบม. เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นออมด้วยเงินจำนวนไม่มาก เนื่องจากเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท ขณะที่ Bond Connect เหมาะกับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และต้องการถือพันธบัตรร่วมกับสินทรัพย์อื่นภายในพอร์ต รวมถึงต้องการทางเลือกในการซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรอง

ความแตกต่างสำคัญอีกประการคือวิธีจัดสรร วอลเล็ต สบม. ใช้ระบบ First-Come, First-Served ผู้ที่ส่งคำสั่งซื้อและชำระเงินสำเร็จก่อนจะได้รับพันธบัตรก่อนจนกว่าวงเงินจะครบ ส่วน Bond Connect ใช้ระบบ Small Lot First โดยรวบรวมยอดจองทั้งหมดก่อนจัดสรรให้ผู้จองแต่ละรายเป็นรอบ รอบละ 1,000 บาท การจองก่อนหรือหลังภายในช่วงเวลาที่กำหนดจึงไม่มีผลต่อสิทธิ์จัดสรร

แม้พันธบัตรที่เสนอขายผ่านสองช่องทางจะมีอายุและอัตราดอกเบี้ยเท่ากัน แต่ใช้รหัสพันธบัตรคนละรหัส และมีข้อกำหนดด้านการถือครอง การซื้อขาย และการโอนสิทธิแยกออกจากกัน พันธบัตรที่ซื้อผ่านวอลเล็ต สบม. จึงไม่สามารถนำมาซื้อขายผ่าน Streaming หรือโอนเข้าบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ได้

ช่องทางที่ 1 : ซื้อผ่านวอลเล็ต สบม. เปิดขาย 31 ก.ค. เริ่มต้น 100 บาท

พันธบัตร “ออมพลัส” ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตังเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคมถึง 31 สิงหาคม 2569 ภายใต้วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่

  • รุ่นอายุ 3 ปี รหัส RBP297A อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี
  • รุ่นอายุ 10 ปี รหัส RBP367A อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี

ผู้มีสิทธิ์ซื้อจะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยและมีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป กรณีอายุยังไม่ครบ 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนซื้อ โดยดำเนินการให้เรียบร้อยที่สาขาธนาคารกรุงไทย

วงเงินซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 100 บาท หรือ 100 หน่วย และต้องซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 100 บาท กำหนดวงเงินซื้อสูงสุดรวมต่อรายไว้ที่ 50 ล้านบาท หรือ 50 ล้านหน่วย

อย่างไรก็ตาม การส่งคำสั่งซื้อแต่ละครั้งจะทำรายการได้ไม่เกิน 3 ล้านบาท ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อเพิ่มได้หลายครั้งโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตราบใดที่ยอดรวมไม่เกินวงเงินสูงสุดต่อรายและยังมีพันธบัตรเหลืออยู่

การจัดสรรใช้วิธี First-Come, First-Served หรือมาก่อนได้สิทธิ์ก่อน ระบบจะจัดสรรพันธบัตรตามลำดับที่ผู้ซื้อทำรายการสำเร็จจนกว่าวงเงินจำหน่าย 2,000 ล้านบาทจะครบ ผู้ที่ต้องการลงทุนผ่านช่องทางนี้จึงต้องเตรียมแอปพลิเคชัน การยืนยันตัวตน และเงินในวอลเล็ตให้พร้อมก่อนทำรายการ

ขั้นตอนเตรียมความพร้อมประกอบด้วย

  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง
  • ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนให้เสร็จเรียบร้อย
  • เปิดหรือเตรียมวอลเล็ต สบม. สำหรับทำรายการ
  • เติมเงินเข้าวอลเล็ตให้เพียงพอกับยอดที่ต้องการซื้อก่อนส่งคำสั่ง

ช่องทางเติมเงินเข้าวอลเล็ตประกอบด้วย

  • เติมผ่าน Mobile Banking
  • เติมผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชัน
  • ใช้ Wallet ID เติมเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

ผู้ที่เคยซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านธนาคารพาณิชย์หรือวอลเล็ต สบม. อยู่แล้ว ยังสามารถลงทุนใน “ออมพลัส” ผ่าน Bond Connect ได้ด้วย เพราะเป็นการลงทุนคนละรายการและใช้วงเงินจำหน่ายแยกออกจากกัน แต่จะต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วม Bond Connect และปฏิบัติตามเงื่อนไขของช่องทางนั้น

พันธบัตรที่ซื้อผ่านวอลเล็ต สบม. เป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร ไม่มีการออกใบพันธบัตรหรือสมุดพันธบัตร แต่ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายการผ่านช่องทางที่กำหนด อย่างไรก็ตาม พันธบัตรประเภทนี้ไม่สามารถนำมาซื้อขายในตลาดรองผ่าน Streaming หรือโอนมารวมไว้ในบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ได้ เนื่องจากเงื่อนไขการถือครองและการโอนสิทธิแตกต่างจากพันธบัตรใน Bond Connect

ช่องทางที่ 2 : ซื้อผ่าน Bond Connect เปิดจอง 3-5 ส.ค. จัดสรรแบบ Small Lot First

พันธบัตรผ่าน Bond Connect Platform เปิดรับจองระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 2569 ภายใต้วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่

  • รุ่นอายุ 3 ปี รหัส RBP298A อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี
  • รุ่นอายุ 10 ปี รหัส RBP368A อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี

เปิดรับคำสั่งผ่านช่องทางของผู้จัดจำหน่ายและแอปพลิเคชัน Streaming ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 น. ตลอดช่วงวันที่ 3-5 สิงหาคม ผู้ที่จองผ่านธนาคารพาณิชย์สามารถชำระด้วยเช็คได้ตามเงื่อนไขของผู้จัดจำหน่าย แต่จะไม่รับชำระด้วยเช็คในวันที่ 5 สิงหาคม

ผู้มีสิทธิ์จองจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยและมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ภายใต้ผู้จัดจำหน่ายที่กระทรวงการคลังกำหนด มีผู้จัดจำหน่ายเข้าร่วมโครงการรวม 24 แห่ง แบ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง และบริษัทหลักทรัพย์ 18 แห่ง

ช่องทางจองประกอบด้วย

  • ช่องทางดิจิทัลหรือออนไลน์ของธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วม
  • สาขาของธนาคารหรือผู้จัดจำหน่าย
  • แอปพลิเคชัน Streaming

การมีบัญชีหุ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ หากบริษัทหลักทรัพย์เจ้าของบัญชีไม่ได้เข้าร่วม Bond Connect ผู้ลงทุนจะไม่สามารถใช้บัญชีนั้นจอง “ออมพลัส” ได้ และต้องเปิดบัญชีกับผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการก่อน

นอกจากนี้ ผู้ที่มีบัญชีพันธบัตรหรือ Bond Book จากการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์เดิม แต่ไม่เคยมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับผู้จัดจำหน่ายในโครงการ ก็ต้องเปิดบัญชีหลักทรัพย์ก่อนจอง เพราะ Bond Book ไม่สามารถใช้แทนบัญชีหุ้นได้

การเปิดบัญชีหลักทรัพย์ทำได้ 3 ช่องทาง ได้แก่

  • ผ่านแอปพลิเคชัน Streaming
  • ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัทหลักทรัพย์
  • ผ่านช่องทางออฟไลน์หรือสาขาของผู้จัดจำหน่าย

ระยะเวลาเปิดบัญชีขึ้นอยู่กับกระบวนการและวิธีดำเนินการของแต่ละแห่ง โดยข้อมูลโครงการระบุว่าใช้เวลาไม่เกิน 2-5 วันทำการ ผู้ที่ต้องการจองจึงควรเผื่อเวลาเปิดบัญชีก่อนช่วงวันที่ 3-5 สิงหาคม

เอกสารประกอบการเปิดบัญชีเป็นไปตามนโยบายของผู้จัดจำหน่ายแต่ละแห่ง สำหรับผู้ไม่มีรายได้ประจำหรือเป็นนักศึกษา อาจใช้หลักฐานแสดงสถานะทางการเงิน เช่น รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3-6 เดือน หรือเอกสารแสดงสถานะพอร์ตลงทุนประกอบการพิจารณาได้

วงเงินซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 บาท หรือ 1 หน่วย ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท ไม่กำหนดวงเงินซื้อสูงสุดและไม่จำกัดจำนวนครั้งในการส่งคำสั่ง แต่การจองในตลาดแรกต้องชำระเงินเต็มจำนวนตามยอดจอง ไม่สามารถใช้วงเงินสินเชื่อหรือ Credit Line ในบัญชีหลักทรัพย์ได้

สำหรับการซื้อขายพันธบัตรในตลาดรอง การใช้ Credit Line จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่ง

ผู้ลงทุนที่เคยซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านธนาคารพาณิชย์หรือวอลเล็ต สบม. สามารถจอง “ออมพลัส” ผ่าน Bond Connect เพิ่มได้ เนื่องจากถือเป็นการลงทุนแยกต่างหากจากรายการเดิม แต่ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขของ Bond Connect ครบถ้วน

วิธีจัดสรร Small Lot First

Bond Connect ไม่ได้จัดสรรตามลำดับเวลาที่ส่งคำสั่ง แต่ใช้กระบวนการดังนี้

  • ระบบรวบรวมยอดจองซื้อของผู้ลงทุนทั้งหมดเมื่อสิ้นสุดช่วงรับจอง
  • เริ่มจัดสรรพันธบัตรให้ผู้จองแต่ละรายคนละ 1,000 บาท
  • เมื่อจัดสรรครบผู้จองทุกรายแล้ว จึงเริ่มรอบใหม่โดยเพิ่มให้อีกรายละ 1,000 บาท
  • ระบบหมุนเวียนจัดสรรเป็นรอบจนกว่าวงเงินเสนอขายจะหมด
  • หากวงเงินในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอสำหรับผู้จองทุกราย ระบบจะใช้วิธีสุ่มเลือกจนเต็มวงเงิน

วิธีดังกล่าวทำให้ผู้จองรายย่อยที่ใช้เงินไม่สูงมีโอกาสได้รับพันธบัตรครบตามยอดตั้งแต่รอบแรก ขณะที่ผู้จองวงเงินสูงจะได้รับเพิ่มตามลำดับรอบและอาจได้รับไม่ครบ หากยอดจองรวมสูงกว่าวงเงินเสนอขาย

การจองก่อนหรือหลังภายในช่วงวันที่ 3-5 สิงหาคมจึงไม่มีผลต่อสิทธิ์จัดสรร ต่างจากระบบ First-Come, First-Served ซึ่งผู้ที่ทำรายการก่อนจะได้รับสิทธิ์ก่อนและผู้ที่จองภายหลังอาจไม่ได้รับพันธบัตรหากวงเงินเต็มแล้ว

แม้ Bond Connect จะไม่กำหนดวงเงินจองสูงสุด แต่ผู้จองวงเงินสูงไม่ได้รับสิทธิ์เหนือกว่าผู้ลงทุนรายย่อย เพราะระบบจะเริ่มจัดสรรให้ทุกคนจาก 1,000 บาทเท่ากันและเพิ่มขึ้นทีละ 1,000 บาทเป็นรอบ

หากยอดจองรวมสูงกว่าวงเงินเสนอขายหรือเกิด Oversubscription ผู้ลงทุนอาจได้รับพันธบัตรไม่ครบตามยอด โดยเฉพาะผู้ที่จองวงเงินสูงอาจได้รับเพียงบางส่วน เพราะวงเงินอาจหมดก่อนที่ระบบจะหมุนเวียนจัดสรรถึงยอดเต็มจำนวน

หากเงินที่เหลือในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอจัดสรรให้ทุกคนรายละ 1,000 บาท ระบบจะสุ่มผู้ได้รับสิทธิ์จนเต็มวงเงิน ทำให้ผู้ที่จองด้วยวงเงินเท่ากันอาจได้รับการจัดสรรไม่เท่ากัน

กรณีจองผ่านผู้จัดจำหน่ายหลายแห่ง

หากผู้ลงทุนรายเดียวจองผ่านผู้จัดจำหน่ายมากกว่าหนึ่งแห่ง ระบบจะนำยอดทั้งหมดมารวมเป็นยอดเดียวก่อนคำนวณสิทธิ โดยมีหลักการดังนี้

  • หากยอดจองรวมไม่เกินสิทธิที่ได้รับ ผู้ลงทุนจะได้รับพันธบัตรครบตามยอดที่จองไว้กับผู้จัดจำหน่ายทุกแห่ง
  • หากยอดรวมสูงกว่าสิทธิ ระบบจะจัดสรรตามสัดส่วนหรือ Pro-rata
  • พันธบัตรที่ได้รับจะถูกเฉลี่ยกลับไปยังผู้จัดจำหน่ายแต่ละแห่งตามสัดส่วนเงินที่จองไว้กับแต่ละราย

กำหนดจัดสรรในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 หากไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับไม่ครบ เงินส่วนต่างจะคืนเข้าบัญชีหลักทรัพย์หรือบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้ภายในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน โดยไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนอื่น

ผู้จองสามารถตรวจสอบสถานะและผลจัดสรรได้ผ่านช่องทางต่อไปนี้

  • หากจองผ่าน Streaming ให้ตรวจสอบในเมนู “ประวัติ”
  • ตรวจสอบผลจัดสรรผ่าน www.settrade.com
  • ติดต่อธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้จองโดยตรง

ก่อนส่งคำสั่ง ผู้ลงทุนควรตรวจสอบชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีธนาคาร และข้อมูลอื่นในบัญชีหลักทรัพย์ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพราะข้อมูลเหล่านี้ใช้สำหรับรับเอกสาร ดอกเบี้ย เงินต้น และสิทธิประโยชน์จากการลงทุน หากต้องการแก้ไขภายหลังต้องติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการ

ถือครองแบบ Scripless ซื้อขายต่อได้ แต่ราคาก่อนครบกำหนดอาจเปลี่ยนแปลง

พันธบัตร “ออมพลัส” เป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสารหรือ Scripless จึงไม่มีการออกใบพันธบัตรหรือ Scrip และไม่มีสมุดพันธบัตรหรือ Bond Book การถือครองจะถูกบันทึกไว้ในระบบตามช่องทางที่ผู้ลงทุนใช้ซื้อ

ข้อดีของรูปแบบ Scripless คือ ผู้ลงทุนไม่ต้องเก็บรักษาใบพันธบัตร และไม่ต้องนำเอกสารไปยื่นเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ระบบจะจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยอัตโนมัติตามข้อมูลในทะเบียน

สำหรับพันธบัตรใน Bond Connect ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายการผ่านบัญชีหลักทรัพย์ แอปพลิเคชัน Streaming และแอปพลิเคชัน wiset ซึ่งแสดงภาพรวมการถือครอง “ออมพลัส” ร่วมกับสินทรัพย์อื่นในพอร์ต

เมื่อถึงกำหนดจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้น ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียนจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ลงทุนผ่านระบบ e-Dividend โดยใช้บัญชีที่แจ้งไว้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือบัญชีที่ผูกไว้กับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

การโอนดอกเบี้ยและเงินต้นได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม แต่ไม่รองรับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ ผู้ลงทุนไม่สามารถเลือกรับดอกเบี้ยหรือเงินต้นเป็นเงินสดหรือเช็คได้

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจะดำเนินการจัดส่งโดยธนาคารแห่งประเทศไทยตามรูปแบบที่กำหนด

เมื่อครบกำหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นโดยอ้างอิงรายชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายก่อนวันปิดสมุดทะเบียน เงินต้นจะถูกโอนให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้รับหลักประกันตามข้อตกลง หรือผู้รับตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด แล้วแต่กรณี

หากต้องการแก้ไขชื่อ นามสกุล ที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ยและเงินต้น หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ผู้ลงทุนต้องติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการเพื่อแจ้งแก้ไข

การขายและโอนก่อนครบกำหนด

พันธบัตรใน Bond Connect ไม่สามารถขอไถ่ถอนก่อนครบกำหนดผ่านสาขาธนาคารได้ แต่ผู้ลงทุนสามารถขายในตลาดรองผ่านบริษัทหลักทรัพย์เมื่อพ้นระยะเวลาถือครองหรือ Silent Period ที่กำหนด

หลังพ้น Silent Period ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ด้วยตนเอง รวมถึงโอนพันธบัตรให้บุคคลอื่นตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

หากผู้ถือพันธบัตรเสียชีวิต ผู้จัดการมรดกต้องติดต่อผู้จัดจำหน่ายหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ผู้ถือใช้บริการ เพื่อยื่นคำขอจัดการมรดกและดำเนินการโอนพันธบัตรให้แก่ทายาท

พันธบัตรใน Bond Connect ยังอาจสามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันหรือ Collateral เพื่อต่อยอดการลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้ในอนาคต และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดสรรสินทรัพย์ภายในพอร์ต แต่ขอบเขตและเงื่อนไขจะเป็นไปตามที่บริษัทหลักทรัพย์กำหนด

ความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา

ข้อมูลโครงการระบุว่า ผู้ที่ถือพันธบัตรจนครบกำหนดจะได้รับดอกเบี้ยคงที่ตามอัตราบนหน้าพันธบัตรตลอดอายุ และได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนค่าเสียโอกาส หากในอนาคตมีทางเลือกอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้นเหนืออัตราดอกเบี้ยของพันธบัตร ผู้ถือ “ออมพลัส” จะยังได้รับดอกเบี้ยตามอัตราคงที่เดิมตลอดอายุพันธบัตร

หากผู้ลงทุนขายพันธบัตรในตลาดรองก่อนครบกำหนด ราคาที่ได้รับอาจไม่เท่ากับมูลค่าหน้าพันธบัตร 1,000 บาทต่อหน่วย โดยอาจสูงหรือต่ำกว่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและกลไกราคาในตลาดขณะนั้น ผู้ที่ขายก่อนครบกำหนดจึงอาจได้รับเงินกลับมาต่ำกว่าเงินต้นที่ลงทุน แม้ผู้ที่ถือจนครบวันไถ่ถอนจะได้รับเงินต้นคืนตามมูลค่าที่ตราไว้

พันธบัตรออมทรัพย์เดิมที่ซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์หรือวอลเล็ต สบม. ไม่สามารถนำมาซื้อขายผ่าน Streaming หรือโอนมารวมไว้ในบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ได้ เพราะเป็นพันธบัตรคนละประเภทและอยู่ภายใต้เงื่อนไขการซื้อขายและการโอนสิทธิที่แตกต่างกัน

เตรียมเปิดขายรอบต่อไปเดือนกันยายน

กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่าย “ออมพลัส” รอบถัดไปตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569 โดยจะประกาศอัตราดอกเบี้ยและวงเงินจำหน่ายในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569

อายุ อัตราดอกเบี้ย และวงเงินของพันธบัตรรอบต่อไปอาจแตกต่างจากรอบแรก เนื่องจากจะพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ช่วงเวลาที่ออกพันธบัตร การเพิ่มวงเงินจำหน่ายยังขึ้นอยู่กับนโยบายและดุลยพินิจของกระทรวงการคลังในแต่ละช่วงเวลา

วงเงินจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. และ Bond Connect Platform จะยังคงแยกออกจากกัน ผู้ลงทุนจึงสามารถเลือกลงทุนผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งหรือทั้งสองช่องทางตามเงินออมและความสะดวกของตน

ผู้สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้จากช่องทางที่ระบุในเอกสารโครงการ ได้แก่

  • ข้อมูล Bond Connect และการจองซื้อ: www.set.or.th/bond
  • ข้อมูลการลงทุนในพันธบัตร: www.setinvestnow.com/th/bond
  • รายชื่อและช่องทางของผู้จัดจำหน่าย: www.setinvestnow.com/th/campaign-bond-distributors
  • ผลการจัดสรร: www.settrade.com
  • ข้อมูลบริการด้านพันธบัตรและตราสารหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย: www.bot.or.th/th/our-services/bond-and-debt-securities-services.html
  • ข้อมูลพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรออมทรัพย์ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ: pdmo.go.th/th/bond-government_bond-savings_bond

ดร.เอกนิติระบุว่า ทุกบาทที่ประชาชนนำมาลงทุนมีบทบาททั้งในการสร้างผลตอบแทนและความมั่นคงทางการเงินให้ครอบครัว และเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอนาคตของประเทศ “ออมพลัส” จึงถูกวางให้เป็นทั้งการออมเพื่ออนาคตของผู้ลงทุนและการร่วมลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศในเวลาเดียวกัน



แชร์
สรุป ‘พันธบัตรออมพลัส’ เริ่มต้น 100 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8% เช็กที่นี่