
ที่ผ่านมา ประชาชนทั่วไปยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล โดยเฉพาะพันธบัตรออมทรัพย์ ซึ่งเปิดให้จองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์เป็นช่องทางหลัก
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงร่วมกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และธนาคารแห่งประเทศไทย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Bond Connect Platform เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยสามารถจองซื้อ ถือครอง และซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือบัญชีหุ้นได้เป็นครั้งแรก
กระทรวงการคลังมีแผนจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” จำนวน 2 ครั้ง วงเงินครั้งละ 4,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการจำหน่ายผ่าน 1) วอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง 2,000 ล้านบาท และ 2) ผ่าน Bond Connect Platform อีก 2,000 ล้านบาท
พันธบัตรแบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากประจำและอัตราผลตอบแทนอ้างอิง
อย่างไรก็ตาม แม้พันธบัตรที่จำหน่ายผ่านทั้งสองช่องทางจะมีอายุและอัตราดอกเบี้ยเท่ากัน แต่ใช้รหัสพันธบัตรต่างกัน รวมถึงมีเงื่อนไขแตกต่างกันในหลายด้าน ตั้งแต่เงินลงทุนขั้นต่ำ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ซื้อ ระยะเวลาจำหน่าย วิธีชำระเงิน ไปจนถึงหลักเกณฑ์การจัดสรร
บทความนี้ SPOTLIGHT รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ตั้งแต่ลักษณะของพันธบัตรออมทรัพย์ ความแตกต่างระหว่างช่องทางจำหน่าย ตลอดจนเงื่อนไขและขั้นตอนการจองซื้อที่ผู้ลงทุนควรรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน
พันธบัตรรัฐบาลเป็นเครื่องมือระดมทุนของภาครัฐเพื่อนำเงินไปใช้พัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันยังเป็นทางเลือกในการลงทุนที่กำหนดระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้า การพัฒนา “ออมพลัส” จึงมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายและทั่วถึงขึ้น พร้อมเพิ่มทางเลือกในการจัดสรรสินทรัพย์หรือ Asset Allocation ภายในพอร์ตลงทุน
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า “ออมพลัส” ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ลงทุน แต่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เพราะเงินออมของประชาชนจะเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ ขณะที่ประชาชนได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล
กระทรวงการคลังนำเสนอจุดเด่นของพันธบัตรภายใต้แนวคิดประโยชน์ “พลัส” 4 ด้าน ได้แก่
สำหรับการจำหน่ายผ่าน Bond Connect ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะและธนาคารแห่งประเทศไทยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมการลงทุนในตราสารหนี้เข้ากับตลาดทุน โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ออกพันธบัตรและมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่นายทะเบียน
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า Bond Connect Platform เป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยมาต่อยอด เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้สะดวกขึ้น และวางรากฐานสำหรับการพัฒนาบริการด้านตราสารหนี้ผ่านตลาดทุนในอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” หรือเส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน
ความแตกต่างสำคัญจากพันธบัตรออมทรัพย์เดิมอยู่ที่ช่องทางการจองซื้อและรูปแบบการถือครอง จากเดิมที่ประชาชนจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์หรือวอลเล็ต สบม. เป็นหลัก “ออมพลัส” เพิ่มช่องทางผ่านบริษัทหลักทรัพย์และ Streaming ทำให้ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์สามารถจอง ถือครอง และซื้อขายพันธบัตรผ่านบัญชีหุ้นได้เป็นครั้งแรก
เมื่อได้รับการจัดสรรผ่าน Bond Connect พันธบัตรจะถูกบันทึกไว้ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบไร้ใบตราสารหรือ Scripless ผู้ลงทุนจึงสามารถติดตามพันธบัตรร่วมกับสินทรัพย์อื่นในพอร์ต ส่งคำสั่งซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์เมื่อพ้นระยะเวลาถือครอง และอาจนำพันธบัตรไปใช้เป็นหลักประกันตามเงื่อนไขที่บริษัทหลักทรัพย์กำหนดในอนาคต
หากการจำหน่ายได้รับความสนใจสูง การเพิ่มวงเงินในรอบต่อไปจะขึ้นอยู่กับนโยบายและดุลยพินิจของกระทรวงการคลัง ส่วนอายุและอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรแต่ละรุ่นอาจเปลี่ยนแปลงไปตามภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ช่วงเวลาที่ออกจำหน่าย
ดร.เอกนิติระบุเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังต้องการให้พันธบัตรรัฐบาลเป็นทางเลือกการออมที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่ การเปิดจำหน่ายเป็นประจำจะช่วยให้ประชาชนทยอยวางแผนการออมตามกำลังของตน เงินที่ประชาชนนำมาลงทุนจึงมีทั้งบทบาทในการสร้างผลตอบแทนและความมั่นคงทางการเงินแก่ครัวเรือน และเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ
ในปีงบประมาณ 2569 กระทรวงการคลังวางแผนจำหน่ายพันธบัตร “ออมพลัส” จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 4,000 ล้านบาท หรือแบ่งเป็นวงเงินผ่านวอลเล็ต สบม. 2,000 ล้านบาท และ Bond Connect Platform 2,000 ล้านบาทต่อครั้ง
รายละเอียดของการจำหน่ายครั้งแรกมีดังนี้
รายละเอียด | วอลเล็ต สบม. | Bond Connect Platform |
วงเงินจำหน่าย | 2,000 ล้านบาท | 2,000 ล้านบาท |
เงินลงทุนขั้นต่ำ | 100 บาท | 1,000 บาท |
รุ่นอายุ 3 ปี | RBP297A | RBP298A |
ดอกเบี้ยรุ่น 3 ปี | 1.80% ต่อปี | 1.80% ต่อปี |
รุ่นอายุ 10 ปี | RBP367A | RBP368A |
ดอกเบี้ยรุ่น 10 ปี | 2.80% ต่อปี | 2.80% ต่อปี |
ระยะเวลาจำหน่าย | 31 ก.ค.-31 ส.ค. 2569 | 3-5 ส.ค. 2569 |
วิธีจัดสรร | First-Come, First-Served | Small Lot First |
ช่องทางหลัก | วอลเล็ต สบม. บนแอปฯ เป๋าตัง | ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และ Streaming |
รูปแบบพันธบัตร | ไร้ใบตราสาร | ไร้ใบตราสารผ่านบัญชีหลักทรัพย์ |
วงเงินซื้อสูงสุดต่อราย | 50 ล้านบาท | ไม่จำกัด |
วงเงินสูงสุดต่อรายการ | 3 ล้านบาท | ไม่กำหนด |
หน่วยการซื้อเพิ่ม | ครั้งละ 100 บาท | ครั้งละ 1,000 บาท |
วงเงินของสองช่องทางแยกออกจากกัน ผู้ลงทุนจึงสามารถซื้อผ่านวอลเล็ต สบม. เพียงช่องทางเดียว ซื้อผ่าน Bond Connect เพียงช่องทางเดียว หรือซื้อผ่านทั้งสองช่องทางได้ตามความเหมาะสม โดยการลงทุนในช่องทางหนึ่งไม่ตัดสิทธิ์การลงทุนในอีกช่องทาง
วอลเล็ต สบม. เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นออมด้วยเงินจำนวนไม่มาก เนื่องจากเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท ขณะที่ Bond Connect เหมาะกับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และต้องการถือพันธบัตรร่วมกับสินทรัพย์อื่นภายในพอร์ต รวมถึงต้องการทางเลือกในการซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรอง
ความแตกต่างสำคัญอีกประการคือวิธีจัดสรร วอลเล็ต สบม. ใช้ระบบ First-Come, First-Served ผู้ที่ส่งคำสั่งซื้อและชำระเงินสำเร็จก่อนจะได้รับพันธบัตรก่อนจนกว่าวงเงินจะครบ ส่วน Bond Connect ใช้ระบบ Small Lot First โดยรวบรวมยอดจองทั้งหมดก่อนจัดสรรให้ผู้จองแต่ละรายเป็นรอบ รอบละ 1,000 บาท การจองก่อนหรือหลังภายในช่วงเวลาที่กำหนดจึงไม่มีผลต่อสิทธิ์จัดสรร
แม้พันธบัตรที่เสนอขายผ่านสองช่องทางจะมีอายุและอัตราดอกเบี้ยเท่ากัน แต่ใช้รหัสพันธบัตรคนละรหัส และมีข้อกำหนดด้านการถือครอง การซื้อขาย และการโอนสิทธิแยกออกจากกัน พันธบัตรที่ซื้อผ่านวอลเล็ต สบม. จึงไม่สามารถนำมาซื้อขายผ่าน Streaming หรือโอนเข้าบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ได้
พันธบัตร “ออมพลัส” ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตังเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคมถึง 31 สิงหาคม 2569 ภายใต้วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่
ผู้มีสิทธิ์ซื้อจะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยและมีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป กรณีอายุยังไม่ครบ 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนซื้อ โดยดำเนินการให้เรียบร้อยที่สาขาธนาคารกรุงไทย
วงเงินซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 100 บาท หรือ 100 หน่วย และต้องซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 100 บาท กำหนดวงเงินซื้อสูงสุดรวมต่อรายไว้ที่ 50 ล้านบาท หรือ 50 ล้านหน่วย
อย่างไรก็ตาม การส่งคำสั่งซื้อแต่ละครั้งจะทำรายการได้ไม่เกิน 3 ล้านบาท ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อเพิ่มได้หลายครั้งโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตราบใดที่ยอดรวมไม่เกินวงเงินสูงสุดต่อรายและยังมีพันธบัตรเหลืออยู่
การจัดสรรใช้วิธี First-Come, First-Served หรือมาก่อนได้สิทธิ์ก่อน ระบบจะจัดสรรพันธบัตรตามลำดับที่ผู้ซื้อทำรายการสำเร็จจนกว่าวงเงินจำหน่าย 2,000 ล้านบาทจะครบ ผู้ที่ต้องการลงทุนผ่านช่องทางนี้จึงต้องเตรียมแอปพลิเคชัน การยืนยันตัวตน และเงินในวอลเล็ตให้พร้อมก่อนทำรายการ
ขั้นตอนเตรียมความพร้อมประกอบด้วย
ช่องทางเติมเงินเข้าวอลเล็ตประกอบด้วย
ผู้ที่เคยซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านธนาคารพาณิชย์หรือวอลเล็ต สบม. อยู่แล้ว ยังสามารถลงทุนใน “ออมพลัส” ผ่าน Bond Connect ได้ด้วย เพราะเป็นการลงทุนคนละรายการและใช้วงเงินจำหน่ายแยกออกจากกัน แต่จะต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วม Bond Connect และปฏิบัติตามเงื่อนไขของช่องทางนั้น
พันธบัตรที่ซื้อผ่านวอลเล็ต สบม. เป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร ไม่มีการออกใบพันธบัตรหรือสมุดพันธบัตร แต่ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายการผ่านช่องทางที่กำหนด อย่างไรก็ตาม พันธบัตรประเภทนี้ไม่สามารถนำมาซื้อขายในตลาดรองผ่าน Streaming หรือโอนมารวมไว้ในบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ได้ เนื่องจากเงื่อนไขการถือครองและการโอนสิทธิแตกต่างจากพันธบัตรใน Bond Connect
พันธบัตรผ่าน Bond Connect Platform เปิดรับจองระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 2569 ภายใต้วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่
เปิดรับคำสั่งผ่านช่องทางของผู้จัดจำหน่ายและแอปพลิเคชัน Streaming ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 น. ตลอดช่วงวันที่ 3-5 สิงหาคม ผู้ที่จองผ่านธนาคารพาณิชย์สามารถชำระด้วยเช็คได้ตามเงื่อนไขของผู้จัดจำหน่าย แต่จะไม่รับชำระด้วยเช็คในวันที่ 5 สิงหาคม
ผู้มีสิทธิ์จองจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยและมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ภายใต้ผู้จัดจำหน่ายที่กระทรวงการคลังกำหนด มีผู้จัดจำหน่ายเข้าร่วมโครงการรวม 24 แห่ง แบ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง และบริษัทหลักทรัพย์ 18 แห่ง
ช่องทางจองประกอบด้วย
การมีบัญชีหุ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ หากบริษัทหลักทรัพย์เจ้าของบัญชีไม่ได้เข้าร่วม Bond Connect ผู้ลงทุนจะไม่สามารถใช้บัญชีนั้นจอง “ออมพลัส” ได้ และต้องเปิดบัญชีกับผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการก่อน
นอกจากนี้ ผู้ที่มีบัญชีพันธบัตรหรือ Bond Book จากการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์เดิม แต่ไม่เคยมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับผู้จัดจำหน่ายในโครงการ ก็ต้องเปิดบัญชีหลักทรัพย์ก่อนจอง เพราะ Bond Book ไม่สามารถใช้แทนบัญชีหุ้นได้
การเปิดบัญชีหลักทรัพย์ทำได้ 3 ช่องทาง ได้แก่
ระยะเวลาเปิดบัญชีขึ้นอยู่กับกระบวนการและวิธีดำเนินการของแต่ละแห่ง โดยข้อมูลโครงการระบุว่าใช้เวลาไม่เกิน 2-5 วันทำการ ผู้ที่ต้องการจองจึงควรเผื่อเวลาเปิดบัญชีก่อนช่วงวันที่ 3-5 สิงหาคม
เอกสารประกอบการเปิดบัญชีเป็นไปตามนโยบายของผู้จัดจำหน่ายแต่ละแห่ง สำหรับผู้ไม่มีรายได้ประจำหรือเป็นนักศึกษา อาจใช้หลักฐานแสดงสถานะทางการเงิน เช่น รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3-6 เดือน หรือเอกสารแสดงสถานะพอร์ตลงทุนประกอบการพิจารณาได้
วงเงินซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 บาท หรือ 1 หน่วย ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท ไม่กำหนดวงเงินซื้อสูงสุดและไม่จำกัดจำนวนครั้งในการส่งคำสั่ง แต่การจองในตลาดแรกต้องชำระเงินเต็มจำนวนตามยอดจอง ไม่สามารถใช้วงเงินสินเชื่อหรือ Credit Line ในบัญชีหลักทรัพย์ได้
สำหรับการซื้อขายพันธบัตรในตลาดรอง การใช้ Credit Line จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่ง
ผู้ลงทุนที่เคยซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านธนาคารพาณิชย์หรือวอลเล็ต สบม. สามารถจอง “ออมพลัส” ผ่าน Bond Connect เพิ่มได้ เนื่องจากถือเป็นการลงทุนแยกต่างหากจากรายการเดิม แต่ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขของ Bond Connect ครบถ้วน
Bond Connect ไม่ได้จัดสรรตามลำดับเวลาที่ส่งคำสั่ง แต่ใช้กระบวนการดังนี้
วิธีดังกล่าวทำให้ผู้จองรายย่อยที่ใช้เงินไม่สูงมีโอกาสได้รับพันธบัตรครบตามยอดตั้งแต่รอบแรก ขณะที่ผู้จองวงเงินสูงจะได้รับเพิ่มตามลำดับรอบและอาจได้รับไม่ครบ หากยอดจองรวมสูงกว่าวงเงินเสนอขาย
การจองก่อนหรือหลังภายในช่วงวันที่ 3-5 สิงหาคมจึงไม่มีผลต่อสิทธิ์จัดสรร ต่างจากระบบ First-Come, First-Served ซึ่งผู้ที่ทำรายการก่อนจะได้รับสิทธิ์ก่อนและผู้ที่จองภายหลังอาจไม่ได้รับพันธบัตรหากวงเงินเต็มแล้ว
แม้ Bond Connect จะไม่กำหนดวงเงินจองสูงสุด แต่ผู้จองวงเงินสูงไม่ได้รับสิทธิ์เหนือกว่าผู้ลงทุนรายย่อย เพราะระบบจะเริ่มจัดสรรให้ทุกคนจาก 1,000 บาทเท่ากันและเพิ่มขึ้นทีละ 1,000 บาทเป็นรอบ
หากยอดจองรวมสูงกว่าวงเงินเสนอขายหรือเกิด Oversubscription ผู้ลงทุนอาจได้รับพันธบัตรไม่ครบตามยอด โดยเฉพาะผู้ที่จองวงเงินสูงอาจได้รับเพียงบางส่วน เพราะวงเงินอาจหมดก่อนที่ระบบจะหมุนเวียนจัดสรรถึงยอดเต็มจำนวน
หากเงินที่เหลือในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอจัดสรรให้ทุกคนรายละ 1,000 บาท ระบบจะสุ่มผู้ได้รับสิทธิ์จนเต็มวงเงิน ทำให้ผู้ที่จองด้วยวงเงินเท่ากันอาจได้รับการจัดสรรไม่เท่ากัน
หากผู้ลงทุนรายเดียวจองผ่านผู้จัดจำหน่ายมากกว่าหนึ่งแห่ง ระบบจะนำยอดทั้งหมดมารวมเป็นยอดเดียวก่อนคำนวณสิทธิ โดยมีหลักการดังนี้
กำหนดจัดสรรในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 หากไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับไม่ครบ เงินส่วนต่างจะคืนเข้าบัญชีหลักทรัพย์หรือบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้ภายในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน โดยไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนอื่น
ผู้จองสามารถตรวจสอบสถานะและผลจัดสรรได้ผ่านช่องทางต่อไปนี้
ก่อนส่งคำสั่ง ผู้ลงทุนควรตรวจสอบชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีธนาคาร และข้อมูลอื่นในบัญชีหลักทรัพย์ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพราะข้อมูลเหล่านี้ใช้สำหรับรับเอกสาร ดอกเบี้ย เงินต้น และสิทธิประโยชน์จากการลงทุน หากต้องการแก้ไขภายหลังต้องติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการ
พันธบัตร “ออมพลัส” เป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสารหรือ Scripless จึงไม่มีการออกใบพันธบัตรหรือ Scrip และไม่มีสมุดพันธบัตรหรือ Bond Book การถือครองจะถูกบันทึกไว้ในระบบตามช่องทางที่ผู้ลงทุนใช้ซื้อ
ข้อดีของรูปแบบ Scripless คือ ผู้ลงทุนไม่ต้องเก็บรักษาใบพันธบัตร และไม่ต้องนำเอกสารไปยื่นเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ระบบจะจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยอัตโนมัติตามข้อมูลในทะเบียน
สำหรับพันธบัตรใน Bond Connect ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายการผ่านบัญชีหลักทรัพย์ แอปพลิเคชัน Streaming และแอปพลิเคชัน wiset ซึ่งแสดงภาพรวมการถือครอง “ออมพลัส” ร่วมกับสินทรัพย์อื่นในพอร์ต
เมื่อถึงกำหนดจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้น ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียนจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ลงทุนผ่านระบบ e-Dividend โดยใช้บัญชีที่แจ้งไว้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือบัญชีที่ผูกไว้กับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
การโอนดอกเบี้ยและเงินต้นได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม แต่ไม่รองรับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ ผู้ลงทุนไม่สามารถเลือกรับดอกเบี้ยหรือเงินต้นเป็นเงินสดหรือเช็คได้
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจะดำเนินการจัดส่งโดยธนาคารแห่งประเทศไทยตามรูปแบบที่กำหนด
เมื่อครบกำหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นโดยอ้างอิงรายชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายก่อนวันปิดสมุดทะเบียน เงินต้นจะถูกโอนให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้รับหลักประกันตามข้อตกลง หรือผู้รับตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด แล้วแต่กรณี
หากต้องการแก้ไขชื่อ นามสกุล ที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ยและเงินต้น หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ผู้ลงทุนต้องติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการเพื่อแจ้งแก้ไข
พันธบัตรใน Bond Connect ไม่สามารถขอไถ่ถอนก่อนครบกำหนดผ่านสาขาธนาคารได้ แต่ผู้ลงทุนสามารถขายในตลาดรองผ่านบริษัทหลักทรัพย์เมื่อพ้นระยะเวลาถือครองหรือ Silent Period ที่กำหนด
หลังพ้น Silent Period ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ด้วยตนเอง รวมถึงโอนพันธบัตรให้บุคคลอื่นตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนด
หากผู้ถือพันธบัตรเสียชีวิต ผู้จัดการมรดกต้องติดต่อผู้จัดจำหน่ายหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ผู้ถือใช้บริการ เพื่อยื่นคำขอจัดการมรดกและดำเนินการโอนพันธบัตรให้แก่ทายาท
พันธบัตรใน Bond Connect ยังอาจสามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันหรือ Collateral เพื่อต่อยอดการลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้ในอนาคต และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดสรรสินทรัพย์ภายในพอร์ต แต่ขอบเขตและเงื่อนไขจะเป็นไปตามที่บริษัทหลักทรัพย์กำหนด
ข้อมูลโครงการระบุว่า ผู้ที่ถือพันธบัตรจนครบกำหนดจะได้รับดอกเบี้ยคงที่ตามอัตราบนหน้าพันธบัตรตลอดอายุ และได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน
อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนค่าเสียโอกาส หากในอนาคตมีทางเลือกอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้นเหนืออัตราดอกเบี้ยของพันธบัตร ผู้ถือ “ออมพลัส” จะยังได้รับดอกเบี้ยตามอัตราคงที่เดิมตลอดอายุพันธบัตร
หากผู้ลงทุนขายพันธบัตรในตลาดรองก่อนครบกำหนด ราคาที่ได้รับอาจไม่เท่ากับมูลค่าหน้าพันธบัตร 1,000 บาทต่อหน่วย โดยอาจสูงหรือต่ำกว่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและกลไกราคาในตลาดขณะนั้น ผู้ที่ขายก่อนครบกำหนดจึงอาจได้รับเงินกลับมาต่ำกว่าเงินต้นที่ลงทุน แม้ผู้ที่ถือจนครบวันไถ่ถอนจะได้รับเงินต้นคืนตามมูลค่าที่ตราไว้
พันธบัตรออมทรัพย์เดิมที่ซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์หรือวอลเล็ต สบม. ไม่สามารถนำมาซื้อขายผ่าน Streaming หรือโอนมารวมไว้ในบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ได้ เพราะเป็นพันธบัตรคนละประเภทและอยู่ภายใต้เงื่อนไขการซื้อขายและการโอนสิทธิที่แตกต่างกัน
กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่าย “ออมพลัส” รอบถัดไปตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569 โดยจะประกาศอัตราดอกเบี้ยและวงเงินจำหน่ายในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569
อายุ อัตราดอกเบี้ย และวงเงินของพันธบัตรรอบต่อไปอาจแตกต่างจากรอบแรก เนื่องจากจะพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ช่วงเวลาที่ออกพันธบัตร การเพิ่มวงเงินจำหน่ายยังขึ้นอยู่กับนโยบายและดุลยพินิจของกระทรวงการคลังในแต่ละช่วงเวลา
วงเงินจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. และ Bond Connect Platform จะยังคงแยกออกจากกัน ผู้ลงทุนจึงสามารถเลือกลงทุนผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งหรือทั้งสองช่องทางตามเงินออมและความสะดวกของตน
ผู้สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้จากช่องทางที่ระบุในเอกสารโครงการ ได้แก่
ดร.เอกนิติระบุว่า ทุกบาทที่ประชาชนนำมาลงทุนมีบทบาททั้งในการสร้างผลตอบแทนและความมั่นคงทางการเงินให้ครอบครัว และเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอนาคตของประเทศ “ออมพลัส” จึงถูกวางให้เป็นทั้งการออมเพื่ออนาคตของผู้ลงทุนและการร่วมลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศในเวลาเดียวกัน