
เข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2Q26 และเงินปันผลระหว่างกาล (Interim Dividend): ขณะที่ความน่าสนใจของหุ้นปันผลยังอยู่ในระดับสูง โดยอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของตลาดหุ้นไทย (SET Dividend Yield) ปี 2026 คาดอยู่ที่ราว 3.5% เทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี (Thai 10-Year Government Bond Yield: TH10Y) ที่ประมาณ 2.0% ส่งผลให้ส่วนต่างผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield Gap) อยู่ที่ราว 1.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ประมาณ 1.0% สะท้อนว่าหุ้นปันผลยังมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ เราจึงคัดเลือกหุ้นที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง ควบคู่กับแนวโน้มกำไรที่ถูกปรับประมาณการขึ้น (Upward Earnings Revision) หรืออย่างน้อยไม่ถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (No Severe Earnings Downgrade) ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
ประมาณการกำไร SET อยู่ในทิศทางขาขึ้น แต่การฟื้นตัวยังกระจุกตัว: ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ SET ถูกปรับขึ้น 2.5% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และ 2.1% จากต้นปี แต่การฟื้นตัวยังไม่กระจายตัวในวงกว้าง สะท้อนจากสัดส่วนสุทธิของหุ้นที่ถูกปรับเพิ่มเทียบกับปรับลดประมาณการกำไร (Earnings Revision Breadth) ที่ยังติดลบ 19.4% ในช่วง 3 เดือน และ 17.4% จากต้นปี หมายความว่าจำนวนหุ้นที่ถูกปรับลดประมาณการยังมากกว่าหุ้นที่ถูกปรับขึ้น แม้กำไรรวมของตลาดจะอยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยแรงหนุนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมายังกระจุกตัวในกลุ่ม ปิโตรเคมี (+41.1%), อิเล็กทรอนิกส์ (+12.9%), พลังงาน (+10.2%), บรรจุภัณฑ์ (+9.8%) และธนาคาร (+2.3%)
อย่างไรก็ตาม 1 เดือนล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณบวกมากขึ้น หลังการปรับเพิ่มประมาณการกำไรเริ่มกระจายตัวกว้างขึ้น: SET EPS ถูกปรับขึ้นอีก 0.4% ในช่วง 1 เดือน ขณะที่สัดส่วนสุทธิของหุ้นที่ถูกปรับเพิ่มเทียบกับปรับลดประมาณการกำไรพลิกกลับมาเป็นบวกจากติดลบในช่วง 3 เดือน สะท้อนว่าจำนวนหุ้นที่ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการเริ่มมากขึ้น โดยกลุ่มที่เริ่มเห็นพัฒนาการเชิงบวก ได้แก่ กลุ่มการเงิน, กลุ่มประกัน และกลุ่มท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ที่แม้ประมาณการกำไรยังถูกปรับลด แต่สัดส่วนสุทธิของหุ้นที่ถูกหั่นประมาณการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่หุ้นเครื่องดื่มบางตัวเริ่มเห็นประมาณการกำไรพลิกกลับมาเป็นบวก สะท้อนว่าแรงปรับลดประมาณการเริ่มชะลอลงอย่างชัดเจน และสัญญาณการฟื้นตัวเริ่มกระจายไปยังหุ้นบางส่วนมากขึ้น
เราให้น้ำหนัก 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่มีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง ควบคู่กับทิศทางผลประกอบการ: ได้แก่ กลุ่มพลังงาน กลุ่มสื่อสาร กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งมีแนวโน้มได้รับความสนใจในช่วงฤดูประกาศผลประกอบการจากทั้งกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและแนวโน้มกำไรที่ยังเติบโต
กลุ่มพลังงาน: มีความโดดเด่นด้านเงินปันผลระหว่างกาล จากแนวโน้มผลประกอบการ 2Q26 ที่แข็งแกร่งตามราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังสงครามกระทบอุปทานน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ปัจจัยดังกล่าวหนุนกำไรหลักและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ส่งผลให้บริษัทในกลุ่มมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง ทั้ง PTTEP (คาด Dividend Yield 4.4% ครึ่งหลังปี 2026 และ 6.3% ปี 2027) และ PTT (3.2% ครึ่งหลังปี 2026 และ 5.6% ปี 2027)
กลุ่มสื่อสาร: ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรตามรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ (Blended Mobile ARPU) ที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุน โดย ADVANC คาดกำไรหลัก 2Q26 เติบโต 24% YoY จาก ARPU ที่สูงขึ้นและต้นทุนโครงข่ายที่ลดลง ขณะที่ TRUE มีแนวโน้มเห็นจำนวนลูกค้าใหม่สุทธิ (Net Adds) ฟื้นตัวทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน หนุนกำไรหลัก 2Q26 คาดเพิ่มขึ้น 48% YoY ส่งผลให้ความสามารถในการจ่ายเงินปันผลปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง TRUE (คาด Dividend Yield 2.1% ครึ่งหลังปี 2026 และ 4.2% ปี 2027) และ ADVANC (1.8% ครึ่งหลังปี 2026 และ 4.7% ปี 2027)
กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม: มีแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่งขึ้นในครึ่งหลังจากปัจจัยเฉพาะอุตสาหกรรม โดย CPF มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากราคาหมูที่ทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2026 หากภาวะเอลนีโญและอากาศร้อนกระทบอุปทาน ขณะที่ TU ได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ส่วน OSP สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการบริหารอัตรากำไร (Margin Resilience) โดยคาดอัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 42.7% และกำไร 2Q26 คาดเติบโต 8% YoY ขณะที่แนวโน้ม 3Q26 ยังมีโอกาสเติบโตราว 5% YoY แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับเพิ่มขึ้นเต็มไตรมาส สะท้อนความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพหนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผล ทั้ง OSP (คาด Dividend Yield 2.7% ครึ่งหลังปี 2026 และ 5.2% ปี 2027), TU (2.6% ครึ่งหลังปี 2026 และ 6.2% ปี 2027) และ CPF (2.5% ครึ่งหลังปี 2026 และ 5% ปี 2027)
กลุ่มโรงพยาบาล: มีแนวโน้มผลประกอบการทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2026 โดยรายได้ผู้ป่วยไทยเริ่มพลิกกลับดีขึ้นในเดือนมิถุนายน จากรายได้ประกันที่เข้ามาชดเชยดีมานด์ผู้ป่วยเงินสดที่อ่อนตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติของ BDMS ใน 2Q26 ยังมีแนวโน้มลดลงราว 2% YoY อย่างไรก็ตาม สัญญาณเชิงบวกเริ่มชัดเจนขึ้นจากอุปสงค์ของผู้ป่วยตะวันออกกลาง สะท้อนผ่านยอดจอง (Booking) ที่หดตัวแคบลงต่อเนื่องจาก -36% YoY ในเดือนเมษายน เหลือ -20% ในเดือนพฤษภาคม และ -15% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งบ่งชี้ว่ารายได้มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง และหนุนการเติบโตของกำไรต่อเนื่องสู่ปี 2027 หนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผล BDMS (คาด Dividend Yield 1.8% ครึ่งหลังปี 2026 และ 4.2% ปี 2027)
ประมาณการณ์เงินปันผล

นักกลยุทธ์ปัจจัยพื้นฐาน ฝ่าย Wealth Research บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)